บทความ บทวิเคราะห์

เจาะลึกภาวะสินค้าเกษตรไทย: "ข้าวโพด-ข้าว" กอดคอพุ่ง! สวนทางราคาหมูดิ่งไม่หยุด

แชร์ข่าว

ภาพรวมสถานการณ์สินค้าเกษตรไทยในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจระหว่างอุปสงค์ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และความผันผวนของกลไกราคาพืชไร่ที่เชื่อมโยงกับตลาดโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่ม "ข้าวโพดและข้าว" ที่กอดคอกันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับกลุ่มวัตถุดิบนำเข้าและปศุสัตว์บางรายการที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจและการบริหารจัดการซัพพลายในระบบ

ความเคลื่อนไหวที่โดดเด่นที่สุดในรอบสัปดาห์นี้อยู่ที่ "ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์" ซึ่งขยับขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 10 บาท หรือหาบละ 600 บาท โดยมีแรงผลักดันหลักมาจากปริมาณผลผลิตในประเทศที่เริ่มเบาบางลงหลังจากผ่านพ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว สอดคล้องกับทิศทางของตลาดล่วงหน้า CBOT ณ นครชิคาโก ที่สัญญาข้าวโพดพุ่งขึ้นกว่า 1.28% ปิดที่ 4.35 ดอลลาร์ต่อบุชเชล สะท้อนความกังวลด้านอุปทานที่จำกัด ขณะที่ "ข้าว" ยังคงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างความฮือฮาด้วยราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นทั้งตลาดในประเทศและราคาส่งออก F.O.B. โดยข้าวขาว 100% ชั้น 2 ขยับขึ้นมาแตะระดับกระสอบละ 1,200 บาท ท่ามกลางภาวะสุญญากาศของผลผลิตที่กำลังรอคอยข้าวนาปรังรอบใหม่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ส่งผลให้ราคาตลาดโลกขยับขึ้นไปอยู่ที่ 429 เหรียญสหรัฐต่อตัน

ในทางกลับกัน ฝั่งต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าอย่าง "กากถั่วเหลือง" กลับมีทิศทางที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 14.75 บาท แม้ว่าราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดโลกจะมีความผันผวนจากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยตัวเลขความต้องการนำเข้าจากจีนที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 20 ล้านตัน แต่ปัจจัยด้านอุปทานจากบราซิลที่คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตมหาศาลกว่าทุกปี ประกอบกับการเปลี่ยนขั้วการจัดซื้อของจีนที่มุ่งเน้นไปยังแหล่งผลิตอเมริกาใต้เนื่องจากราคาที่ถูกกว่า ได้กลายเป็นปัจจัยกดดันให้ราคานำเข้าในประเทศยังคงมีเสถียรภาพและมีแนวโน้มทรงตัวต่อเนื่อง เช่นเดียวกับสถานการณ์ "ปลาป่น" ที่ราคายังคงนิ่งสงบในทุกเกรดโปรตีน หลังจากการจับปลาในเปรูบรรลุเป้าหมายโควตากว่า 96% และตลาดจีนเริ่มชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอดูสถานการณ์หลังช่วงเทศกาลตรุษจีน

สำหรับภาคปศุสัตว์ไทยถือเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัวอย่างหนัก โดยเฉพาะ "สุกร" ที่เผชิญกับภาวะราคาขาดเสถียรภาพจนหล่นลงมาอยู่ที่ระดับ 54-56 บาทต่อกิโลกรัมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สถานการณ์นี้บีบให้สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติต้องเตรียมดำเนินกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคและแผนการตัดวงจรการผลิตเป็นครั้งที่ 3 เพื่อพยุงสมดุลของตลาดไม่ให้ทรุดตัวไปมากกว่านี้ ขณะที่กลุ่มสัตว์ปีกอย่าง "ไก่เนื้อและไข่ไก่" ยังคงรักษาความสม่ำเสมอของราคาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยไก่เนื้อทรงตัวที่ 39 บาทต่อกิโลกรัม และไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอยู่ที่ 3.20 บาทต่อฟอง ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการอุปทานที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันได้ค่อนข้างดี

บทสรุปของสัปดาห์นี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนจะเริ่มลดลงและราคาพืชผลหลักจะขยับสูงขึ้น แต่ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการเมืองระหว่างประเทศและนโยบายการค้าของยักษ์ใหญ่เศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรไทยได้ทุกเมื่อ ซึ่งในระยะสั้นนี้คาดว่าราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวในลักษณะ "ทรงตัว" เพื่อรอประเมินสถานการณ์ผลผลิตรอบใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดในช่วงสิ้นไตรมาสแรก