รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ที่ปรึกษาสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง "โพล ความรู้ และความไว้วางใจในสังคมข้อมูลข่าวสารร่วมสมัย" ภายใต้สังคมร่วมสมัย ตัวเลขจาก “โพล” ปรากฏอยู่รอบตัวเราอย่างสม่ำเสมอ ผลสำรวจความคิดเห็นมากมายถูกนำมาอ้างอิงในข่าว รายงาน และบทสนทนาในชีวิตประจำวัน ทำให้ดูเหมือนว่าโพลเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางความคิดที่ใครหลายคนคุ้นชินและแทบไม่เคยตั้งคำถามต่อตัวเลขโพลไม่กี่หลัก
อย่างไรก็ตาม หากมองให้ลึกลงไป โพลนอกจากจะเป็นเครื่องมือวัดความคิดเห็นแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบข้อมูลและสารสนเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อการก่อรูปความรู้สาธารณะ ตัวเลขที่ดูนำเสนอนอกจากจะบอกกับสังคมว่า “คิดอย่างไร” ยังมีส่วนในการกำหนดว่าสังคม “ควรเข้าใจตัวเองอย่างไร” ด้วย
ความเข้าใจนี้เริ่มต้นจากการแยกแยะระหว่าง “ข้อมูล” กับ “ความรู้” ในขั้นต้นข้อมูลจากโพลเป็นข้อเท็จจริงเชิง ตัวเลขที่ยังไม่มีความหมายในตัวเอง ข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็นสารสนเทศก็ต่อเมื่อผ่านการจัดระเบียบ การวิเคราะห์ และการอธิบาย และจะยกระดับเป็นความรู้ก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้ทำความเข้าใจโลกอย่างมีบริบทและเหตุผล กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความรู้จากโพลเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการจัดการข้อมูลที่ต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญ ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบ
เมื่อโพลบูรณาการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบข้อมูลของสังคม โพลจะเริ่มทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของความรู้สาธารณะ ผู้คนจำนวนมากอาจไม่ได้เรียนรู้สังคมจากประสบการณ์ตรง แต่เรียนรู้ผ่านข้อมูลที่ถูกคัดเลือก สรุป และเผยแพร่ผ่านระบบสารสนเทศ ส่งผลให้โพลกลายเป็นกลไกที่ช่วยให้สังคม “มองเห็นตัวเอง” ผ่านภาพแทนเชิงสถิติ และใช้ภาพแทนนั้นเป็นกรอบในการอธิบายปรากฏการณ์ของสังคม
แต่ระบบความรู้เช่นนี้มีความอ่อนไหวและเปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่มีหลักประกันเชิงคุณภาพของข้อมูลและความซื่อตรงของการสื่อสาร ยิ่งกว่านั้น โพลที่ออกแบบคำถามไม่รอบด้านหรือนำเสนอโดยตัดขาดจากบริบท อาจทำให้ความรู้สาธารณะกลายเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเพราะความถูกต้องทางสถิติที่ขาดความรอบคอบในการอธิบายความหมายของข้อมูล แม้ว่าข้อมูลจะถูกต้องในเชิงเทคนิคก็ตาม
หัวใจของประเด็นนี้อยู่ที่ “ความไว้วางใจ” ความรู้สาธารณะจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อสังคมเชื่อมั่นในระบบที่ผลิตและระบบการจัดการข้อมูล ความไว้วางใจไม่สามารถเกิดจากผลสำรวจครั้งใดครั้งหนึ่ง แต่เกิดจากความโปร่งใส ความสม่ำเสมอ และความรับผิดชอบในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เมื่อสาธารณชนรับรู้ว่าข้อมูลถูกคัดเลือก ตัดตอน หรือสื่อสารอย่างไม่ซื่อตรง ความเชื่อมั่นต่อโพลอาจสั่นคลอน และคุณค่าของโพลในฐานะความรู้ก็จะถูกบั่นทอนหรือลดลงไปพร้อมกัน
ในสังคมดิจิทัล ความท้าทายจะชัดเจนขึ้น ความเร็วในการเผยแพร่ข้อมูลช่วยให้สังคมเข้าถึงสารสนเทศได้ทันเหตุการณ์ แต่ในขณะเดียวกันก็ลดทอนพื้นที่ของการไตร่ตรองและการตีความอย่างรอบคอบ ความตึงเครียดหรือความกดดันระหว่าง “ความทันเวลา” กับ “ความรอบด้าน” กลายเป็นโจทย์สำคัญของการจัดการข้อมูลโพลยุคปัจจุบัน โพลที่ถูกเร่งนำเสนอโดยละเลยกระบวนการตรวจสอบและการอธิบายข้อจำกัด ข้อมูลโพลที่ควรช่วยให้สังคมเข้าใจตนเองมากขึ้นอาจกลายเป็นแหล่งความเข้าใจที่
ผิวเผินหรือผิดพลาด
อีกประเด็นหนึ่งที่ควรพิจารณาคือ บทบาทขององค์กรและสถาบันที่ทำหน้าที่ผลิตและจัดการข้อมูลโพล ในสังคมที่ข้อมูลไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ความน่าเชื่อถือของโพลขึ้นอยู่กับตัวเลข ความเป็นอิสระทางวิชาการ มาตรฐานการทำงาน และความต่อเนื่องของวิธีวิทยา องค์กรที่เปลี่ยนกรอบการสำรวจไปมาตามกระแส หรือขาดความสม่ำเสมอในการอธิบายข้อจำกัดของข้อมูล อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของสาธารณชนในระยะยาว แม้ว่าผลโพลในแต่ละครั้งจะดูน่าสนใจก็ตาม
ในทำนองเดียวกัน วัฒนธรรมการใช้ข้อมูลของสังคมก็มีส่วนอย่างยิ่งต่อคุณค่าของโพล หากโพลถูกใช้เป็นเครื่องมือยืนยันความเห็นเดิม หรือถูกหยิบมาอ้างเฉพาะส่วนที่สอดคล้องกับจุดยืนของตนเอง จะทำให้บทบาทของโพลในฐานะแหล่ง
ความรู้ร่วมสูญหายไปและกลายเป็นทรัพยากรเชิงวาทกรรม การยกระดับโพลให้เป็นทุนทางปัญญาของสังคมจำเป็นต้องพึ่งพาผู้ผลิตข้อมูล พร้อม ๆ กับต้องอาศัยความตระหนักรู้และความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูลทุกระดับ
หากโพลได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ สะสม วิเคราะห์เชิงแนวโน้ม และสื่อสารอย่างรอบคอบ จะสามารถยกระดับเป็น “ทุนทางปัญญาของสังคม” ที่ช่วยให้สังคมเรียนรู้จากอดีต มองเห็นการเปลี่ยนแปลง และตัดสินใจอย่างมีเหตุผลมากขึ้น ซึ่งโพลในลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องให้คำตอบที่ชัดเจนเสมอไป แต่ควรเปิดพื้นที่ให้สังคมเข้าใจความหลากหลาย ความไม่แน่นอน และพลวัตของความคิดเห็นสาธารณะ
ในระยะยาวสิ่งที่สังคมควรให้ความสำคัญไม่ใช่คำถามเดิม ๆ ว่า “ผลโพลออกมาเป็นอย่างไร” แต่ควรตั้งคำถามใหม่ว่า “ระบบข้อมูลโพลช่วยให้สังคมคิดได้ลึกซึ้งขึ้นหรือไม่” ซึ่งโพลที่ดีไม่ควรปิดการถกเถียง แต่ควรทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามเชิงเหตุผลและการเรียนรู้ร่วมกัน
สุดท้าย สังคมต้องเลือกว่าจะใช้โพลในฐานะอะไร? ระหว่างเครื่องมือวัดความคิดเห็นที่ใช้แล้วผ่านไป หรือทรัพยากรความรู้ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างรอบและระมัดระวัง เมื่อสังคมตระหนักถึงบทบาทของโพลในฐานะระบบความรู้ ไม่ใช่เพียงตัวเลข โพลก็จะสามารถทำหน้าที่เป็นทรัพยากรสาธารณะที่ส่งเสริมปัญญาของสังคมได้ในอีกทางหนึ่งครับ








