ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย
แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ระยะเวลาเพียงแค่ 251 ปีเท่านั้น สหรัฐฯ ก็สามารถผงาดขึ้นกลายเป็นประเทศมหาอำนาจยิ่งใหญ่ในโลก สืบเนื่องมาจากสหรัฐฯ มีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาลในแทบจะทุกประเภท มีมีความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจ มีภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยให้เป็นจุดศูนย์กลางทางด้านการทหาร การคมนาคม ทั้งยังมีมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ที่เป็นศูนย์ทางด้านค้นคว้าวิจัยในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยีและด้านอวกาศ แถมสหรัฐฯ ก็ยังไม่เคยถูกรุกรานจากนานาประเทศอีกด้วย!!!
ในอดีตที่ผ่าน ๆ มา ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ แต่ละคนล้วนแล้วแต่มุ่งหวังผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าขณะนี้ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ออกมากล่าวประกาศข่มขู่ว่า จะใช้กำลังทหารบุกเข้าไปยึดกรีนแลนด์ ที่ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นแค่เพียงเทคนิค เพื่อผลักดันให้กรีนแลนด์ยอมขายตัวเองให้กับสหรัฐฯ ก็เป็นไปได้
สำหรับกรีนแลนด์ ภายในประเทศของเขามีชาวกรีนแลนด์เป็นฝ่ายบริหารประเทศ ส่วนทางด้านต่างประเทศนั้น กรีนแลนด์มีเดนมาร์กเป็นฝ่ายดำเนินการ อย่างไรก็ตาม การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการจะใช้กำลังทหารบุกเข้าไปยึดกรีนแลนด์นั้น ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ รวมทั้งนักการเมืองในสภาคองเกรส ทั้งในค่ายพรรครีพับลิกันและในค่ายพรรคเดโมแครตต่างก็ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า “ไม่เห็นด้วย” โดยตัวแทนของพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตได้ออกเดินทางร่วมกันไปยังเมืองหลวงของเดนมาร์ก เพื่อเจรจาให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้ามาพูดคุยกัน
และในเมื่อเดนมาร์กก็เป็นหนึ่งในสมาชิกองค์การนาโต ทำนองเดียวกันกับสหรัฐอเมริกา หากว่าประธานาธิบดีทรัมป์หักหาญน้ำใจใช้กำลังทหารบุกเข้าไปยึดเกาะกรีนแลนด์ ก็ย่อมจะทำให้ทั้งนาโตและสหรัฐฯ เกิดความขัดแย้งแตกหักต่อกัน และแน่นอนว่าย่อมจะนำไปสู่การสูญสิ้นขององค์การนาโต มีผลทำให้ ณ บัดนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เกิดอาการลังเลกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่รู้ว่าจะใช้กำลังทหารบุกเข้าไปยึดกรีนแลนด์ดีหรือไม่ดี!!!
ที่ผ่านมาไม่นาน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถโค่นล้ม “ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร” แห่งเวเนซุเอลาได้สมดั่งใจแล้ว อาจจะทำให้เขาเกิดอาการย่ามใจฮึกเหิมต้องการที่จะได้กรีนแลนด์มาเป็นของสหรัฐฯ รายต่อไป จะเห็นได้ว่าเมื่อครั้งที่ประธานาธิบดีทรัมป์ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ สมัยแรกนั้น เขาเคยดำริออกมาว่า “ต้องการที่จะซื้อกรีนแลนด์ ด้วยวงเงิน 700 พันล้านดอลลาร์” แต่ครั้งนั้นเขาล้มเลิกความตั้งใจไปเสียก่อน
แต่เมื่อเขาก้าวขึ้นสู่อำนาจในสมัยที่สอง แถมพรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมากสามารถครองอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งในสภาคองเกรส และมีอำนาจบริหารในทำเนียบขาว โดยผู้พิพากษาศาลฎีกาส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในฝ่ายอนุรักษนิยมแทบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการจะได้สิ่งใด ก็มักจะประสบผลสำเร็จได้ตามที่ใจเขาปรารถนา สืบเนื่องมาจากไม่มีอำนาจถ่วงดุลนั่นเอง
อนึ่งในศตวรรษที่ 19 และศตวรรษที่ 20 ถือเป็นยุคสมัยที่สหรัฐฯ เฟื่องฟูสามารถขยายดินแดนจากฟากฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแอตแลนติกแพร่ขยายไปสู่ฟากฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกได้เป็นผลสำเร็จ ได้ด้วยทั้งการควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อดินแดน และจากการทำสงคราม จนในที่สุดสหรัฐอเมริกาก็ได้กลายเป็นประเทศที่มีอาณาเขตกว้างขวางใหญ่ไพศาล กอปรไปด้วยกำลังทหารที่ทรงอำนาจ อาทิเช่นเมื่อปี ค.ศ. 1803 สหรัฐฯ ได้ขอซื้อดินแดนที่เรียกว่า “Louisiana Purchase” จากฝรั่งเศส เป็นเงิน 15 ล้านดอลลาร์ ซึ่งกอปรไปด้วย 15 รัฐ ที่ทำให้แผ่นดินของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าตัว
และระหว่างปี ค.ศ. 1845-1849 สหรัฐฯ ทำสงครามกับเม็กซิโก ปรากฏว่าสหรัฐฯ ได้ผนวกแคลิฟอร์เนีย เนวาดา ยูทาห์ โคโลราโด ไวโอมิง แคนซัส และโอคลาโฮมา เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ส่วนสงครามกับสเปนเมื่อปี ค.ศ. 1898 ซึ่งสงครามครั้งนั้นมีผลทำให้อิทธิพลของสเปนที่มีในทวีปอเมริกาและแปซิฟิกที่ดำรงมาเกือบสี่ศตวรรษต้องสิ้นสุดลง และสหรัฐฯ ก็ได้กลายเป็นประเทศมหาอำนาจ แถมสเปนยังอนุญาตให้สหรัฐฯ เข้าไปควบคุมคิวบาเป็นการชั่วคราว อีกทั้งสหรัฐฯ ก็ยังเข้าควบคุมฟิลิปปินส์อีกด้วยเช่นกัน โดยที่ผ่านมาฟิลิปปินส์ได้รับเอกราชแบบเบ็ดเสร็จไปเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1946
ย้อนกลับมาดูมูลค่าราคาของเกาะกรีนแลนด์ในแง่ที่ว่า เฉพาะเพียงแค่แร่ธาตุอย่างเดียวมีการประเมินกันไว้ว่าอยู่ที่ราว ๆ 100 พันล้านเหรียญดอลลาร์ และหากประเมินมูลค่าของเกาะทั้งเกาะก็มีการประเมินกันว่าอยู่ที่ราว ๆ 2.76 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมากล่าวว่า การที่เขาต้องการจะยึดเกาะกรีนแลนด์มาเป็นของสหรัฐฯ นั้น เนื่องจากเขาต้องการทำเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เป็นจุดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขากล่าวว่า กรีนแลนด์เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางด้านการทหาร และหากว่ากรีนแลนด์เข้าไปอยู่ในความครอบครองของสหรัฐฯ ก็ย่อมจะใช้อาณาเขตของกรีนแลนด์เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของรัสเซียและจีนได้โดยตรง!!!
กล่าวโดยสรุป ทั้งนี้และทั้งนั้นเนื่องจากขณะนี้นักการเมืองของสภาคองเกรสกำลังเร่งรุดใช้การทูตเจรจากับรัฐบาลเดนมาร์ก แต่ทว่าในทางกลับกัน “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” มักจะออกมาประกาศข่มขู่แบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า ทำนองที่ว่า “สหรัฐฯ จำเป็นจะต้องได้กรีนแลนด์มาครอบครอง” โดยการกระทำของเขาในครั้งนี้ แม้กระทั่ง “ประธานสภาฯ ไมค์ จอห์นสัน” ผู้ที่มีความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีทรัมป์เป็นพิเศษ ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาไม่ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะทำสิ่งใด ๆ ก็ตาม ประธานสภาผู้นี้มักจะเห็นดีคล้อยตามในแทบทุกเรื่อง แต่ในเรื่องการใช้กำลังทหารเข้าบุกยึดกรีนแลนด์ เขากลับออกมาแสดงความคิดเห็นว่า “ไม่เห็นด้วย” ซึ่งเราคงจะต้องจับตาเฝ้าดูกันต่อไปว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้วิธีไหนนำกรีนแลนด์มาครอบครองได้เป็นผลสำเร็จสมดังใจของเขาละครับ








