บทความ บทวิเคราะห์

เจาะลึกภาวะสินค้าเกษตรไทย: ส่วนใหญ่ราคาทรงตัว 'ข้าว–ไก่เนื้อ' ขยับขึ้น สัญญาณต้นทุนโลกยังผันผวน

แชร์ข่าว

สินค้าเกษตรและปศุสัตว์ของไทยในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2568 (1-5 ธันวาคม) แสดงให้เห็นถึง ภาวะทรงตัว เป็นส่วนใหญ่ โดยมีปัจจัยภายนอกและภายในประเทศเข้ามากระทบอย่างจำกัด แต่ในบางหมวดก็เริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง ความผันผวนของราคาพลังงาน และ ความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกรไทย ขณะที่ความต้องการบริโภคในประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนมีอิทธิพลต่อราคาสินค้าปลายทาง

โดยกลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เชื่อมโยงกับตลาดโลกโดยตรง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในประเทศยังคง ทรงตัว ที่ราคา 9.80 บาท/กิโลกรัม แม้ว่าตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าที่ชิคาโก (CBOT) จะปรับลดลงเล็กน้อยหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในทะเลดำคลี่คลายลงจากผลของการเจรจาระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วย ลดความเสี่ยง ต่อการส่งออกธัญพืชโลก ขณะที่ กากถั่วเหลืองนำเข้า ก็ ทรงตัว ที่ 14.85 บาท/กิโลกรัม แต่ตลาดโลกได้รับผลกระทบจากความไม่ชัดเจนเรื่องกำหนดการส่งมอบถั่วเหลือง 12 ล้านเมตริกตันของสหรัฐฯ ให้แก่จีน ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าอาจยืดเยื้อไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ความล่าช้าดังกล่าว สร้างความกังวลว่าถั่วเหลืองจากบราซิล ซึ่งจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตล็อตใหม่ที่คาดว่าสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงเวลานั้น อาจเข้าแย่งส่วนแบ่งตลาดโลกไปได้ อย่างไรก็ตาม การส่งออกถั่วเหลืองของสหรัฐฯ ไปยังจีนยังคงคึกคักในช่วงเวลานี้ สำหรับ ปลาป่น นั้นแม้ราคาจะ ทรงตัว แต่มีสัญญาณบวกจากปริมาณการจับปลาในเปรูที่เดินหน้าไปแล้วประมาณ 40% ของโควตา และปริมาณสต็อกหน้าท่าเรือในจีนที่ลดลง แนวโน้มจึงคาดว่าราคาปลาป่นอาจปรับตัวสูงขึ้น ในสัปดาห์ถัดไป

การปรับตัวขึ้นของราคาในช่วงสัปดาห์นี้เกิดขึ้นกับสินค้าสำคัญสองรายการ ได้แก่ ข้าว และ ไก่เนื้อ ราคาข้าวสารในประเทศและราคาส่งออก (F.O.B.) ปรับ เพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ราคาส่งออกเมื่อคำนวณเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สูงขึ้นตามไปด้วย โดยข้าวขาว 100% ชั้น 2 ปรับขึ้นจาก 1,150 บาท เป็น 1,200 บาทต่อกระสอบ ในขณะที่ ไก่เนื้อ มีการปรับ เพิ่มขึ้น เล็กน้อยจาก 38 บาท เป็น 39 บาท/กิโลกรัม การปรับขึ้นนี้คาดว่าเป็นผลจาก อุปสงค์ทั้งในตลาดส่งออกและอุปสงค์ภายในประเทศ ประกอบกับราคาสินค้าทดแทนอย่าง เนื้อสุกร ที่ยังอยู่ในระดับเดิม

สำหรับภาคปศุสัตว์อื่น ๆ สุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม มีราคา ทรงตัว อยู่ที่ 66-71 บาท/กิโลกรัม ทุกภูมิภาค แม้จะทรงตัวแต่เกษตรกรยังคงเผชิญกับ ภาวะขาดทุน เนื่องจากราคาขายยังคงต่ำกว่าต้นทุนการผลิตในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งอยู่ที่ 74 บาท/กิโลกรัม ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนประมาณ 300-800 บาทต่อตัว ส่วน ไข่ไก่ ก็ยังคง ทรงตัว ตามราคาแนะนำหน้าฟาร์มที่ 3.40 บาท/ฟอง ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการปริมาณผลผลิตในระบบที่ยังคงรักษาสมดุลไว้ได้

โดยสรุป ภาวะสินค้าเกษตรไทยในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 แสดงให้เห็นถึง ความสามารถในการรักษาเสถียรภาพราคา ในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยต้นทุนที่ผูกติดกับตลาดโลก และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แนวโน้ม ในสัปดาห์ถัดไปคาดว่าสินค้าส่วนใหญ่จะยังคง ทรงตัว ยกเว้นปลาป่นที่มีโอกาสปรับขึ้น การบริหารจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์และอัตราแลกเปลี่ยน จึงเป็น หัวใจสำคัญ ที่ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประคองสถานการณ์ในขณะที่รอการฟื้นตัวที่ชัดเจนของกำลังซื้อในประเทศ