ประเพณี วัฒนธรรม : นำเกร็ดความรู้ด้านศาสนาในพิธีบำเพ็ญกุศล อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เรื่อง... ประเพณีการไว้ทุกข์และริบบิ้นสัญลักษณ์แสดงความอาลัย โดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เผยแพร่
ประเพณีการไว้ทุกข์
แต่เดิมเมื่อพระเจ้าแผ่นดินสวรรคต ราษฎรทั้งชายหญิงจะต้องไว้ทุกข์ด้วยการโกนผมเกลี้ยงศีรษะ และนุ่งขาวด้วยกันหมดทุกคน จนกว่าจะถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว หากผู้ใด ฝ่าฝืนต้องได้รับโทษหนัก
การโกนผมไว้ทุกข์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาท นุ่งผ้าดำไว้ทุกข์ในงานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจันทรมณฑลโสภณภควดี จากนั้นถือเป็นธรรมเนียมสืบมาและถือกันต่อมาว่าถ้าผู้น้อยล่วงลับไปผู้มีอายุแก่กว่าก็ให้ไว้ทุกข์เป็นการสังเขป โดยใช้ผ้าดำกว้างประมาณ 6 – 7 นิ้ว พันแขนซ้าย มีกำหนดวันไว้ทุกข์มากน้อยตามสมควร ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการให้ยกเลิกการโกนผมไว้ทุกข์ตามโบราณราชประเพณี ด้วยทรงเห็นว่าเป็นการเดือดร้อนของราษฎร เรื่องการแต่งกายไว้ทุกข์ แต่เดิมแต่งกายด้วยสีขาวและงดเว้นเครื่องประดับในระยะไว้ทุกข์จนกระทั่งรัชกาลที่ 4 โปรดให้นุ่งดำในงานพระศพ เจ้าฟ้าจันทรมณฑลโสภณภควดี และต่อมาใน รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้มีสีกุหร่า สีนกพิราบ และสีน้ำเงิน เป็นสีที่ใช้ในการไว้ทุกข์ ดังที่พระยาอนุมานราชธนอธิบายไว้ในหนังสือเรื่อง ประเพณีเนื่องในการหม่อมเจ้าหญิงจิตรถนอม ดิศกุล และหม่อมเจ้าหญิงพูนพิสมัย ดิศกุล ก็ได้ทรงอธิบาย ถึงสีไว้ทุกข์ในสมัยรัชกาลที่ 5 นี้เหมือนกันว่า การไว้ทุกขในสมัยก่อนนั้น มีระดับชั้นที่แตกต่างกัน คือ
1. สีดำ จะเป็นสีไว้ทุกข์สำหรับผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีอายุแก่กว่าผู้ตาย
2. สีขาว จะเป็นสีไว้ทุกข์สำหรับผู้เยาว์ หรืออายุอ่อนกว่าผู้ตาย แต่ก็มีบางกรณีที่เป็นข้อยกเว้น ดังเมื่อครั้งที่พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ กรมขุนศรีสุนทรเทพ ในพุทธศักราช 2351 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงภูษาลายพื้นขาวทุกวัน สมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพระภูษาขาวเช่นกัน ในงานพระเมรุพระเจ้าลูกเธอ กรมขุนสุพรรณภาควดี หรือที่พระองค์ทรงตรัสเรียกพระธิดาองค์นี้ว่าแม่หนู เพราะทรงถือเป็นพระธิดา คู่ทุกข์คู่ยาก เนื่องจากพระธิดาองค์นี้ประสูติก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ อย่างไรก็ตาม ก็มีธรรมเนียมราชประเพณี บังคับไว้อีกด้วยว่า ในงานพระบรมศพที่พระมหาปราสาทนั้น เวลาไปเฝ้าพระบรมศพ ทุกคนต้องนุ่งขาว จะนุ่งดำได้แต่ในเวลาอยู่บ้านหรือไปไหนตามปกติ เพราะสีขาวถือเป็นสีที่แสดงความรักและอ่อนน้อมเท่านั้น
3. สีม่วงแก่หรือสีน้ำเงินแก่ เป็นสีไว้ทุกข์สำหรับผู้ที่มิได้เป็นญาติเกี่ยวดองกับผู้ตายแต่ประการใด ซึ่งชาววังในสมัยรัชกาลที่ 5 มักจะแต่งสีไว้ทุกข์นี่ด้วยผ้าทรงสีม่วง ทรงสะพักแพรสีนวล หรือผ้าทรงสีเขียว ทรงแพรสีม่วงอ่อน ม่วงแก่ตามที่ชอบ
ขาว หรือดำแล้วแต่อายุ ประเพณีนี้ยกเลิกไปเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พุทธศักราช 2485 ส่วนประเพณีการไว้ทุกข์ในปัจจุบันเป็นการแต่งกายตามระเบียบที่กำหนดในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการไว้ทุกข์ในงานศพ พุทธศักราช 2485 ดังนี้
(1) ชาย
ก. แต่งเครื่องแบบ ให้ใช้ผ้าสักหลาดหรือผ้าโปร่งดำขนาดกว้างระหว่าง ๑-๑๐ เซนติเมตร พันแขนชายเบื้องบน
ข. แต่งกายสุภาพตามรัฐนิยม ให้ใช้เสื้อขาว กางเกงขายาวขาว (ถ้าเป็นคอแบะ ให้ใช้เสื้อเชิ้ตขาว ผ้าผูกคอดำ เงื่อนกะลาสี) รองเท้าหนังดำ ถุงเท้าดำ และใช้ผ้าสักหลาด หรือผ้าโปร่งดำขนาดกว้าง 1-10 เซนติเมตร พันแขนซ้ายเบื้องบน
(2) หญิง แต่งกายสุภาพตามรัฐนิยม ให้ใช้เครื่องดำล้วน การกำหนดไว้ทุกข์นิยมไว้ 15 วัน 50 วัน 100 วัน ส่วนมากไม่เกิน 1 ปี เมื่อเผาศพแล้ว มักออกทุกข์ทันที เพื่อแสดงว่าได้พันจากทุกข์โศกแล้ว
ริบบิ้นดำกับความหมายในระดับสากล
การใช้ริบบิ้นสีดำ (Black Ribbon) เป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์ เป็นธรรมเนียมที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั่วโลก เพื่อแสดงความเสียใจและรำลึกถึงผู้ล่วงลับ เช่นเดียวกับ ปลอกแขนสีดำ (Black Armband) ที่นิยมใช้ในโอกาสไว้อาลัยต่อเหตุการณ์โศกนาฏกรรม หรือการจากไปของบุคคลสำคัญ นอกจากนี้ ในบางประเทศ ริบบิ้นสีดำยังถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของการรณรงค์ทางสังคม เช่น การต่อต้านการก่อการร้าย (Anti-Terrorism Awareness) หรือการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ โรคมะเร็งผิวหนัง (Melanoma Awareness) อีกด้วย
ความนิยมและการใช้ริบบิ้นดำในประเทศไทย
ในสังคมไทยมีธรรมเนียมการแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยสีดำหรือสีขาวมาแต่โบราณ โดยเฉพาะในงานพระบรมศพและพระศพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งถือเป็นการแสดงความอาลัยและความเคารพอย่างสูงสุด อย่างไรก็ตาม “ริบบิ้นหรือโบว์สีดำ” ขนาดเล็กที่ติดบริเวณหน้าอก เริ่มเป็นที่รู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วประเทศอย่างชัดเจน เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เสด็จสวรรคต สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดแนวทางการแต่งกายไว้ทุกข์ไว้ว่า ในกรณีของพระมหากษัตริย์ ประชาชนควรใส่สีดำเป็นพื้นฐาน หรือถ้าหากไม่มีจริงๆ อาจใส่สีขาวหรือสีเทาสลับกันได้ แต่ควรเป็นแบบที่สุภาพ และไม่มีลวดลาย เสื้อไม่ควรใส่เสื้อที่รัดรูปมากจนเกินไป ควรเป็นเสื้อแบบมีแขน คอไม่กว้าง ไม่มีลวดลาย และไม่ควรมีตราสัญลักษณ์อยู่บนเสื้อ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และผิดกาลเทศะ สำหรับสีนั้นควรใส่สีดำเป็นหลัก แต่ถ้าหากไม่มีจริงๆ อาจใส่สีขาวหรือสีเทา และติดริบบิ้นสีดำไว้อาลัยที่หน้าอกด้านซ้าย ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา ในครั้งนั้น รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ และสื่อต่างๆ ได้ร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนที่ไม่สะดวกแต่งกายด้วยชุดสีดำล้วนทุกวัน เช่น พนักงานที่มีชุดยูนิฟอร์ม สามารถใช้การติดริบบิ้นหรือโบว์ดำบริเวณหน้าอกแทนการสวมชุดดำได้การแสดงออกในรูปแบบนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นวิธีการที่สุภาพ เรียบง่าย และสะท้อนความอาลัยจากใจได้อย่างเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยและ
ทุกสถานะทางสังคม
วิธีติดริบบิ้นดำอย่างถูกต้องและเหมาะสม
ริบบิ้นดำ เป็นสัญลักษณ์แห่งความอาลัยที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อ ติดไว้ทางด้านซ้ายของร่างกาย ซึ่งเป็นตำแหน่งใกล้หัวใจ สื่อถึงความโศกเศร้า ความระลึกถึง และความอาลัยที่ออกมาจากใจอย่างแท้จริง
รูปแบบของริบบิ้นดำที่นิยมใช้
โดยทั่วไปริบบิ้นดำที่ใช้ในการแสดงความอาลัยมี 2 ลักษณะหลัก ได้แก่
• โบว์สีดำ นิยมติดบริเวณหน้าอกหรือปกเสื้อ เหมาะสำหรับการแต่งกายสุภาพทั่วไป
• โบว์ไขว้สีดำ รูปแบบเรียบง่ายแต่ให้ความหมายชัดเจน เป็นที่นิยมในการไว้อาลัยอย่างเป็นทางการตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดริบบิ้นดำ เพื่อให้การติดริบบิ้นดำดูสุภาพและเหมาะสม สามารถเลือกติดได้ตามตำแหน่งต่อไปนี้
• ที่แขนเสื้อด้านซ้าย ติดบริเวณต้นแขนต่ำจากหัวไหล่ประมาณ 2 นิ้ว
• ที่หน้าอกด้านซ้าย ติดเหนือบริเวณหน้าอก เพื่อแสดงถึงความอาลัยจากหัวใจ
• ที่ปกเสื้อด้านซ้าย เหมาะสำหรับผู้ที่สวมเสื้อเชิ้ตหรือชุดยูนิฟอร์ม
สำหรับผู้ที่ไม่มีเสื้อผ้าสีดำ
ผู้ที่ไม่มีเสื้อผ้าสีดำสามารถเลือกสวมเสื้อผ้าสีเข้ม สีขาว หรือสีสุภาพอื่น ๆ แทน และติดริบบิ้นดำบริเวณหน้าอกหรือปกเสื้อ เพื่อแสดงออกถึงความเคารพและความอาลัยได้เช่นเดียวกัน
การติดริบบิ้นดำ ถือเป็นวิธีแสดงความอาลัยที่เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า ช่วยสะท้อนความรู้สึกแห่งความเคารพและการระลึกถึงผู้ล่วงลับได้อย่างงดงาม อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ของชาติ ซึ่งประชาชนสามารถร่วมแสดงความอาลัยได้อย่างพร้อมเพรียงและสำรวม
ที่มา: เกร็ดความรู้ด้านศาสนาในพิธีบำเพ็ญกุศล อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เรื่อง... ประเพณีการไว้ทุกข์และริบบิ้นสัญลักษณ์แสดงความอาลัย โดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม พฤศจิกายน 2568, บูรพา โชติช่วง เผยแพร่







