ย้อนเส้นทางฟอร์มแกร่งของ “แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์” มวยพลังแกร่งวัย 29 ปี จากลำพูน ที่เคยสร้างผลงานยอดเยี่ยมด้วยการเก็บชัยชนะ 7 ไฟต์ติดต่อกัน และกำลังเดินหน้าปั้นฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง ก่อนขึ้นสังเวียนพบกับ “ชาติพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล” กำปั้นขาลุยวัย 28 ปี จากสตูล ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ปอนด์) ในรายการเดอะ อินเนอร์ เซอร์เคิล 28 ซึ่งจะระเบิดความมันขึ้นที่สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. 2569 ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทางไลฟ์ วัน ตั้งแต่เวลา 18.30-20.30 น.
“แรมบ๊อง” หรือชื่อจริง “ปิยะ ผ่องพินิจศรี” เติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน โดยคุณพ่อและคุณแม่ประกอบอาชีพรับจ้างอยู่ในสวนลำไย ก่อนที่คุณพ่อจะเริ่มผลักดันให้เขาขึ้นชกมวยตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และด้วยความที่เป็นเด็กดื้อและซุกซนมาก คุณพ่อจึงตั้งชื่อในวงการมวยให้ว่า “แรมบ๊อง” ก่อนที่เจ้าตัวจะพัฒนาฝีมือขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับโอกาสขึ้นชกที่กรุงเทพฯ ตอนอายุ 15 ปี
ด้วยสไตล์การชกที่บู๊แหลก เดินหน้าสู้ไม่ถอย และมีอาวุธหมัดทรงพลังเป็นจุดเด่น ทำให้ชื่อของ “แรมบ๊อง” เป็นที่รู้จักในหมู่แฟนมวยมากขึ้น พร้อมมีผลงานคว้าแชมป์มวยสยามภาคเหนือ และแชมป์มวยเวทีสยามอ้อมน้อย รุ่น 118 ปอนด์ เป็นเครื่องการันตีความสามารถ ก่อนจะได้รับโอกาสสำคัญในการเข้ามาพิสูจน์ฝีมือและไล่ล่าความสำเร็จบนเวทีระดับโลก
อย่างไรก็ตาม การผจญภัยบนเวทีระดับมาตรฐานโลกไม่ได้เป็นเรื่องง่ายสำหรับ “แรมบ๊อง” เมื่อช่วง 3 ไฟต์แรกของเขาเก็บชัยชนะได้เพียงครั้งเดียว โดยในเวลานั้นเจ้าตัวสังกัดค่ายมวยลูกสวนและยังมีอาการตื่นเวที ก่อนพ่ายน็อกยก 3 ให้กับ “เพชรลำพูน หมวดดำลำปาง” ในการเปิดตัวบนเวทีแห่งนี้เมื่อเดือน มิ.ย. 2566
ไฟต์ถัดมา “แรมบ๊อง” เรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้สำเร็จ ด้วยการน็อก “เพชรสุวรรณ บูมเด็กเซียน” ตั้งแต่ยกแรก พร้อมคว้าชัยชนะครั้งแรกและรับโบนัส 350,000 บาท ในเดือน มิ.ย. 2566 ก่อนจะกลับมาสะดุดแพ้คะแนนให้กับ “สิงห์โดมทอง นกยีนส์ลาดกระบัง” ในเดือน ก.ค. ปีเดียวกัน
ด้วยผลงานที่ยังไม่คงเส้นคงวา “แรมบ๊อง” จึงตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการฮึดสู้และย้ายกลับมาฝึกซ้อมใกล้บ้านที่ค่ายมวย มกช.เชียงใหม่ พร้อมเร่งขยันฝึกซ้อมอย่างเต็มกำลัง จนสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเก็บชัยชนะ 7 ไฟต์ติดต่อกัน และถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะคว้าสัญญาร่วมแข่งขันในเวทีระดับโลกในช่วงเวลานั้น
ช่วงเวลาทองดังกล่าว “แรมบ๊อง” กวาดโบนัส 350,000 บาทเพิ่มได้อีก 3 ครั้ง จากผลงานปิดเกมอย่างรวดเร็วเหนือ “โนเอลิสัน ซิลวา” จากบราซิล, “พันศักดิ์ ว.วรรณทวี” และ “โล่เงิน ส.สมหมาย” ตามลำดับ ผลงานดังกล่าวช่วยเรียกความมั่นใจของเจ้าตัวกลับมาอย่างเต็มที่ พร้อมมองเห็นโอกาสก้าวขึ้นไปชกในระดับโลกอยู่ไม่ไกล
แต่เส้นทางที่กำลังไปได้สวยกลับต้องหยุดชะงักอย่างไม่คาดคิด เมื่อ “แรมบ๊อง” พลาดท่าพ่ายน็อก 2 ไฟต์ติดต่อกันให้กับคู่ชกที่แข็งแกร่งอย่าง “สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง” และ “สตีเฟน เออร์วิน” จากสกอตแลนด์ ตามลำดับ
โอกาสลุ้นคว้าสัญญาจึงหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเสียศูนย์ไม่น้อยกว่าจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ แต่คำสอนจากคุณพ่อกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยเตือนสติและทำให้เขากลับมามีแรงใจสู้ต่ออีกครั้ง
“ย้อนกลับไปช่วงที่ผมแพ้ 2 ไฟต์ติด ตอนนั้นผมไม่ได้ขึ้นชกมานาน ทำให้เริ่มรู้สึกท้อ พอขึ้นเวทีแล้วแพ้น็อกก็ยิ่งเสียความมั่นใจ แต่หลังจากกลับไปที่บ้าน ผมได้คุยกับพ่อ ซึ่งคอยเตือนสติและให้กำลังใจ บอกให้ผมเดินหน้าสู้ต่อ เพราะสักวันหนึ่งจะต้องเป็นวันของเรา คำพูดนั้นทำให้ผมกลับมามุ่งมั่นอีกครั้งครับ”
จากนั้น “แรมบ๊อง” กลับมาสร้างผลงานด้วยการเก็บชัยชนะ 3 ไฟต์ติดต่อกัน เหนือคู่ชกทั้ง “สองแผ่นดิน ช.แก้ววิเศษ” จากลาว, “เพชรหัวหิน จิตรเมืองนนท์” และล่าสุดเอาชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ “ศรศึกน้อย เอฟเอ.กรุ๊ป” ในรายการเดอะ อินเนอร์ เซอร์เคิล 18 เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าตัวคว้าชัยชนะเป็นครั้งที่ 11 จากการขึ้นชก 15 ไฟต์บนสังเวียนแห่งนี้
“ตอนนี้ผมเก็บชัยชนะ 3 ไฟต์ติด แต่ยังไม่เต็มร้อย คิดว่าน่าจะทำผลงานได้ดีกว่านี้ ด้วยอายุที่เริ่มมากขึ้นทำให้ลูกเด็ดขาดประสิทธิภาพลดลงไป ต้องพยายามแก้จุดนี้ให้ได้”
“แต่ระยะหลังนี้ ผลงานกลับดีขึ้นมา เป็นเพราะใจล้วน ๆ เมื่อมุ่งมั่นสู้เต็มที่ ผลงานก็ออกมาดี ผมบอกตัวเองอยู่เสมอว่าอย่ายอมแพ้ ต้องกลับมาโชว์ฟอร์มเก่ง เพราะเรามีโอกาสชนะครับ”
การกลับมาครั้งนี้ “แรมบ๊อง” เตรียมเดินหน้าล่าชัยชนะเป็นไฟต์ที่ 4 ติดต่อกัน โดยต้องวัดฝีมือกับ “ชาติพยัคฆ์” คู่ชกที่เคยเปิดตัวบนเวทีแห่งนี้อย่างร้อนแรง ด้วยการเก็บชัยชนะ 7 ไฟต์รวด พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาทกลับบ้านถึง 5 ครั้ง และกำลังอยู่ในช่วงพยายามเรียกฟอร์มเก่งกลับมาเช่นกัน
งานนี้ “แรมบ๊อง” พร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อคว้าชัยชนะสำคัญ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เขาขยับขึ้นไปอยู่แถวหน้าของรุ่นฟลายเวต และเพิ่มโอกาสในการกลับมาไล่ล่าความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับโลกอีกครั้ง
“ผมจะประมาท ชาติพยัคฆ์ ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเขาเคยชนะ 7 ไฟต์รวดมาเหมือนกัน โดยมีอาวุธอันตรายแทบทุกลูก และร่างกายแข็งแรงมาก แต่มีข้อเสียตรงที่ติดประมาทเกินไป ถ้าเขาพลาดอีก ผมพร้อมบุกปิดเกมทันที”
“ไฟต์นี้เราวัดกันที่ความแข็งแกร่ง รูปเกมน่าจะสู้กันสนุก โดยขึ้นอยู่กับจังหวะบนเวทีว่าใครทำได้ดีกว่า ถ้าเลือกได้ก็อยากปิดเกมเอาชนะแบบเด็ดขาด และอยากถูกสัมภาษณ์บนเวทีด้วยครับ (หัวเราะ)”
“เป้าหมายคืออยากเก็บชัยชนะติดกันให้ได้เป็นไฟต์ที่ 4 ถ้าทำได้ ต่อไปก็ตั้งใจจะทำลายสถิติเดิมที่เคยเก็บชัยชนะรวด 7 ไฟต์ติด เพราะอยากทำผลงานให้ดีกว่าเดิม ฝากแฟนมวยช่วยติดตามเชียร์ผมด้วย ไฟต์นี้ผมจะทำให้เต็มที่ ไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง ซึ่งถ้าเก็บชัยชนะได้สวย ก็อาจมีโอกาสลุ้นสัญญาด้วยครับ”
ติดตาม “แรมบ๊อง vs ชาติพยัคฆ์” วันศุกร์ที่ 28 ส.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 28 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle
#แรมบ๊อง #แรมบ๊องสเถระพัฒน์ #ชาติพยัคฆ์ #ชาติพยัคฆ์ศักดิ์สตูล #มวยไทย #มวยวันนี้ #ข่าวมวย #เดอะอินเนอร์เซอร์เคิล28 #มวยลุมพินี #สนามมวยเวทีลุมพินี #มวยไทยรุ่นฟลายเวต #ข่าวกีฬา








