ยานนิค ซินเนอร์ นักเทนนิสมือหนึ่งของโลกชาวอิตาเลียน ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่บนคอร์ตหญ้า หลังย้ำแค้นเอาชนะ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ คู่แข่งจากเยอรมนี ผงาดคว้าแชมป์วิมเบิลดันประเภทชายเดี่ยวเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมตอกย้ำสถานะนักหวดหมายเลขหนึ่งของโลกได้อย่างเหนียวแน่น
ซินเนอร์ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจ หลังเปลี่ยนความผิดหวังจากศึกเฟรนช์โอเพ่นให้กลายเป็นแรงผลักดัน ก่อนกลับมาระเบิดฟอร์มสุดยอดบนเวทีแกรนด์สแลมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และสามารถป้องกันแชมป์บนผืนหญ้าแห่งออล อิงแลนด์ คลับ ได้สำเร็จ
การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศชายเดี่ยว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซินเนอร์ ต้องออกแรงดวลกับ ซเวเรฟ อย่างเข้มข้น ก่อนเอาชนะไป 3-1 เซต ด้วยสกอร์ 6-7 ไทเบรก 7-9, 7-6 ไทเบรก 7-2, 6-3 และ 6-4 คว้าแชมป์วิมเบิลดันเป็นปีที่สองติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม เกมนี้มีจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเซตที่สาม เมื่อ ซเวเรฟ เกิดอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าขวาหลังลื่นล้มในจังหวะสำคัญ ทำให้การเคลื่อนที่ลดประสิทธิภาพลง แม้เจ้าตัวจะพยายามกัดฟันเล่นต่อ แต่ไม่สามารถกลับมาอยู่ในฟอร์มเดิมได้
ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 5 ในอาชีพของ ซินเนอร์ และเป็นการกลับมาทวงความมั่นใจได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากก่อนหน้านี้ต้องพบกับความผิดหวังในศึกเฟรนช์โอเพ่น เมื่อพ่ายแพ้ตั้งแต่รอบสอง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัดในกรุงปารีส
ช่วงปิดแมตช์ ซินเนอร์ แสดงความเฉียบขาดด้วยการหวดโฟร์แฮนด์วินเนอร์เลียบเส้นข้าง ก่อนทิ้งตัวลงนอนบนพื้นหญ้าเพื่อฉลองชัยชนะอย่างสุดสะใจ พร้อมกล่าวในพิธีมอบรางวัลว่า ไม่มีสถานที่ใดเหมาะกับการเล่นเทนนิสมากไปกว่าสนามแห่งนี้อีกแล้ว
โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ซินเนอร์ ก็เคยสร้างความทรงจำสุดยิ่งใหญ่บนคอร์ตแห่งนี้ หลังเอาชนะ คาร์ลอส อัลการาซ ในรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันมาแล้ว หลังทั้งคู่เคยผ่านการต่อสู้กันอย่างดุเดือดหลายครั้ง
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ ซินเนอร์ เพิ่มสถิติเอาชนะ ซเวเรฟ เป็นครั้งที่ 10 ติดต่อกัน พร้อมยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับนักหวดเยอรมันที่เพิ่งคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพ่นมาหมาด ๆ
ด้าน ซเวเรฟ แม้จะพลาดโอกาสคว้าแชมป์วิมเบิลดันครั้งแรก แต่ก็สร้างผลงานดีที่สุดในรายการนี้ หลังที่ผ่านมาเคยผ่านเข้าถึงเพียงรอบ 4 เท่านั้น โดยเจ้าตัวยอมรับว่า ในวัย 29 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกอย่างเต็มเปี่ยมว่าตัวเองมีศักยภาพมากพอที่จะคว้าแชมป์รายการนี้
รอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ได้รับความสนใจจากบุคคลสำคัญและคนดังระดับโลก โดย เจ้าชายวิลเลียม และ เจ้าหญิงเคท เสด็จฯ พร้อมพระโอรสและพระธิดา ทอดพระเนตรการแข่งขันจากโซนที่ประทับสำหรับพระราชวงศ์ ขณะที่เหล่าคนดังจากวงการบันเทิงอย่าง ดัสติน ฮอฟฟ์แมน, นิโคล คิดแมน และ เบน สติลเลอร์ ก็เข้าร่วมชมการแข่งขันด้วย
ส่วนการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยวเมื่อวันเสาร์ ลินดา โนสโควา เอาชนะ คาโรลินา มูโชวา ในรอบชิงชนะเลิศสายเลือดนักเทนนิสเช็ก คว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกในอาชีพไปครองได้สำเร็จ
เกมระหว่าง ซินเนอร์ กับ ซเวเรฟ ดำเนินไปอย่างสูสี ก่อนเกิดจุดเปลี่ยนในเซตที่สาม หลังทั้งคู่เสมอกัน 3-3 เกม โดย ซเวเรฟ มีโอกาสได้เบรกพอยต์ หลังจากแข่งขันกันมาแล้วกว่า 2 ชั่วโมง 42 นาที
แต่ ซินเนอร์ แก้สถานการณ์ด้วยการเล่นลูกดรอปช็อต ทำให้ ซเวเรฟ ต้องเร่งวิ่งเข้าหาบอล ก่อนเสียหลักลื่นล้มจนเข่าขวาบิดและมีอาการบาดเจ็บอย่างชัดเจน โดย ซินเนอร์ แสดงน้ำใจนักกีฬาด้วยการวิ่งอ้อมเน็ตไปช่วยพยุงคู่แข่งทันที
แม้ ซเวเรฟ จะฝืนกลับมาแข่งขันต่อ แต่การเคลื่อนที่ไม่เหมือนเดิม ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดมากขึ้น ก่อน ซินเนอร์ จะฉวยโอกาสเบรกเกมเสิร์ฟขึ้นนำ 5-3 และปิดเซตไปได้สำเร็จ
ก่อนหน้านี้ ซเวเรฟ มีสถิติเป็นรองอย่างมาก หลังแพ้เซตให้ ซินเนอร์ ติดต่อกันถึง 14 เซต ทำให้การคว้าเซตแรกจากลูกโฟร์แฮนด์วินเนอร์ในช่วงไทเบรก กลายเป็นช่วงเวลาที่เจ้าตัวแสดงอารมณ์ดีใจอย่างเต็มที่
ซเวเรฟ โชว์พลังการเสิร์ฟอันรุนแรง ด้วยความเร็วสูงสุด 139 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 224 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ ซินเนอร์ ใช้ความแม่นยำในการเสิร์ฟเอซและการเล่นจากท้ายคอร์ตเข้าต่อสู้
อย่างไรก็ตาม ซินเนอร์ เริ่มจับจังหวะลูกเสิร์ฟของคู่แข่งได้ดีขึ้นในเซตที่สอง ขณะที่ ซเวเรฟ เริ่มตีเสียเองมากขึ้น ก่อนที่นักหวดเยอรมันจะกล่าวชื่นชมว่า ซินเนอร์ ได้พิสูจน์อีกครั้งว่าทำไมเขาจึงเป็นนักเทนนิสที่ดีที่สุดของโลกในเวลานี้
สถิติหลังการแข่งขันระบุว่า ซินเนอร์ ทำวินเนอร์ได้ 58 ครั้ง และเสียอันฟอร์ซเออร์เรอร์เพียง 25 ครั้ง ส่วน ซเวเรฟ ทำวินเนอร์ได้ 49 ครั้ง แต่เสียอันฟอร์ซเออร์เรอร์ถึง 45 ครั้ง ขณะที่สถิติเอซ ซเวเรฟ ทำได้มากกว่าเล็กน้อย 17 ต่อ 15 ครั้ง
ย้อนกลับไปในศึกเฟรนช์โอเพ่นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ซินเนอร์ ต้องหยุดสถิติชนะรวด 30 นัด หลังพ่ายแพ้อย่างน่าเสียดาย ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนชื้นในกรุงปารีส ทั้งที่มีโอกาสปิดแมตช์เอาชนะ ฮวน มานูเอล เซรุนโดโล ได้แล้ว
แต่สำหรับสภาพอากาศในลอนดอนสำหรับรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันครั้งนี้ ถือว่าเป็นใจมากกว่า โดยอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 28 องศาเซลเซียส แม้จะมีกระแสลมแรงที่สร้างปัญหาให้ทั้งสองฝ่ายตีบอลผิดจังหวะบ้าง
หลังหายจากอาการบาดเจ็บและเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่เมืองมิลาน ซินเนอร์ พักการแข่งขันยาว ก่อนกลับมาลงสนามอีกครั้งในศึกวิมเบิลดัน
ในรอบแรก ซินเนอร์ ต้องเจองานหนัก หลังดวลมาราธอน 5 เซต พลิกกลับมาเอาชนะ มิโอมีร์ เคชมาโนวิช หลังเสียเซตแรกไปก่อน จากนั้นนักหวดอิตาเลียนก็ระเบิดฟอร์มสุดยอด ไม่เสียเซตให้คู่แข่งอีกเลยจนถึงรอบชิงชนะเลิศ รวมถึงการเอาชนะ โนวัค ยอโควิช ในรอบรองชนะเลิศได้อย่างยอดเยี่ยม
แม้ ซเวเรฟ จะพลาดแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศ แต่จากผลงานในรายการนี้ อันดับโลกของเขาจะขยับแซง คาร์ลอส อัลการาซ ขึ้นไปรั้งมือวางอันดับ 2 ของโลก ในการประกาศอันดับใหม่วันจันทร์นี้ หลัง อัลการาซ ต้องถอนตัวจากทั้งเฟรนช์โอเพ่นและวิมเบิลดัน เนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่ข้อมือขวา
#ซินเนอร์ #ยานนิคซินเนอร์ #วิมเบิลดัน #แชมป์วิมเบิลดัน #เทนนิส #เทนนิสแกรนด์สแลม #ซเวเรฟ #ข่าวกีฬา #ข่าวเทนนิส #วิมเบิลดัน2026








