ที่สนาม โซไฟ สเตเดียม, อิงเกิลวูด ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีม คืนวันที่ 2 ก.ค.69 ระหว่างทีมชาติ "สเปน" พบกับทีมชาติ "ออสเตรีย" เริ่มเกมมาเพียงนาทีเศษ สเปนได้โอกาสทักทายก่อน เมื่อ ลามีน ยามาล แย่งบอลจาก นิโกลัส เซวัลด์ ได้ในแดนตัวเอง ก่อนพาบอลโต้กลับอย่างรวดเร็ว และจ่ายออกทางซ้ายให้ อเล็กซ์ บาเอน่า เปิดย้อนเข้ากลางคืนมาให้ ยามาล ซัดเรียดจากฝั่งซ้ายหน้าเขตโทษหวังเสียบเสาสอง แต่บอลยังตรงตัว อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ รับไว้ได้
นาทีที่ 8 บาเอน่าเปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายไปที่เสาแรก เอมเมอริค ลาปอร์กต์ ขึ้นโหม่งแต่บอลแฉลบออกหลัง จากนั้นอีก 3 นาที ยามาลลากบอลลุยเข้าเขตโทษฝั่งขวา ก่อนปะทะกับ คอนราด ไลเมอร์ จนล้มลง แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าให้เป็นจุดโทษ
ออสเตรียได้ตอบโต้ในนาทีที่ 18 เมื่อ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าหน้าประตู มิชาเอล เกรกอริตช์ พยายามโหม่งแต่ไม่โดน บอลหลุดออกเสาสองไป
สเปนเกือบได้เฮในนาทีที่ 28 จากลูกเตะมุมฝั่งขวา ยามาลเปิดเข้ามาหน้าประตู ชลาเกอร์ชกบอลออกมาไม่ขาด มาร์ก กูกูเรย่า วิ่งเข้าซ้ำด้วยเท้าซ้ายจ่อ ๆ ส่งบอลเข้าประตู แต่ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นประตู เนื่องจากมองว่าผู้รักษาประตูออสเตรียถูกผู้เล่นสเปนทำฟาวล์ในจังหวะออกมาชกบอล
สเปนยังเดินหน้าบุกหนัก นาทีที่ 32 ยามาลสปีดไปถึงสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนยิงมุมแคบด้วยเท้าซ้าย แต่ ชลาเกอร์ ยังปัดเอาไว้ได้ ถัดมาไม่นาน สเปนต่อบอลเข้าพื้นที่สุดท้าย ก่อนเป็น มิเกล โอยาร์ซาบาล ตัดสินใจยิงด้วยเท้าซ้ายหวังเสียบเสาสอง แต่ ชลาเกอร์ ยังล้มตัวปัดออกหลังได้อีกครั้ง
นาทีที่ 34 ออสเตรียได้ลุ้นบ้างจากลูกยิงไกลของ ดาวิด อลาบา แต่บอลเหินข้ามคานออกไป
ความพยายามของสเปนมาสัมฤทธิ์ผลในนาทีที่ 36 เมื่อ กูกูเรย่า เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนเปิดเรียดเข้ากลางให้ โอยาร์ซาบาล แปด้วยเท้าซ้ายส่งบอลเสียบเสาสองอย่างเฉียบขาด พา สเปน ออกนำ 1-0
หลังได้ประตู สเปนยังครองเกมเหนือกว่า นาทีถัดมา ยามาลลากตัดจากฝั่งขวาเข้ากลาง ก่อนล็อกเข้าขวาและยิงจากหน้าเขตโทษ แต่บอลยังตรงตัว ชลาเกอร์
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก สเปนเกือบได้ประตูที่สองจากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ บาเอน่า ปั่นบอลชนคานอย่างจัง บอลยังไม่พ้นอันตราย ก่อนที่ ยามาล จะตามซ้ำระยะเผาขน แต่ ชลาเกอร์ ยังโชว์ปฏิกิริยาป้องกันเอาไว้ได้ ทำให้จบครึ่งแรก สเปน นำเพียง 1-0
กลับมาเล่นครึ่งหลังได้เพียง 3 นาที โอยาร์ซาบาล ลากบอลขึ้นมาตรงกลางก่อนยิงด้วยเท้าซ้าย แต่ยังไม่ผ่านมือ ชลาเกอร์ จากนั้นนาทีที่ 54 โรดรี ตั้งป้อมยิงไกล บอลแฉลบแนวรับออสเตรียออกหลัง
นาทีที่ 66 สเปนขยับหนีเป็น 2-0 เมื่อ บาเอน่า เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ เปโดร ปอร์โร่ สอดขึ้นมาโหม่งส่งบอลตุงตาข่าย และยังเป็นประตูแรกในนามทีมชาติของเจ้าตัวอีกด้วย
นาทีที่ 78 ยามาลเปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายไปที่เสาสอง เฟร์ราน ตอร์เรส ขึ้นโหม่งแต่บอลข้ามคานออกไป จากนั้นอีก 1 นาที ออสเตรียต่อบอลจังหวะเดียวอย่างสวยงาม ก่อนจบด้วย คาร์นี่ย์ ชุกวูเมก้า ยิงหลุดเสาแรกไปนิดเดียว
นาทีที่ 81 ไลเมอร์เปิดบอลจากฝั่งซ้ายไปที่เสาสอง สเตฟาน พอสช์ โหม่งข้าม มาร์ก กูกูเรย่า ได้ แต่บอลเหินข้ามคานออกไป อีก 3 นาทีต่อมา โอยาร์ซาบาล เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลาง เปโดร ปอร์โร่ ยิงไม่เต็มข้อ บอลปลิ้นมาเข้าทาง ยามาล ที่พลิกตัวยิงด้วยเท้าซ้าย แต่ ดาวิด อลาบา ถอยมาสกัดบอลบนเส้นได้อย่างหวุดหวิด
เข้าสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 89 กูกูเรย่า จ่ายบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ โอยาร์ซาบาล หลุดเดี่ยวก่อนแปด้วยเท้าซ้ายเสียบเสาสองอย่างเฉียบขาด ส่งให้ สเปน นำห่าง 3-0
จบการแข่งขัน สเปน เอาชนะ ออสเตรีย 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ โดยจะรอพบผู้ชนะระหว่าง โปรตุเกส หรือ โครเอเชีย ในรอบต่อไป
#สเปน #ออสเตรีย #ฟุตบอลโลก2026 #ฟุตบอลโลก #ผลบอล #ข่าวฟุตบอล #ทีมชาติสเปน #ลามีนยามาล #มิเกลโอยาร์ซาบาล #รอบ16ทีม #บอลโลก2026 #ข่าวกีฬา #ผลบอลล่าสุด #ฟุตบอลต่างประเทศ #กีฬาวันนี้








