“หยวน เผิงเจี๋ย” นักสู้ฝีมือจัดจ้านวัย 23 ปีจากประเทศจีน แสดงความมั่นใจก่อนขึ้นสังเวียน โดยเชื่อว่าประสบการณ์และทักษะในกติกาคิกบ็อกซิงจะเป็นกุญแจสำคัญพาเขาคว้าชัยเหนือ “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” กำปั้นวัย 24 ปีจากกรุงเทพมหานคร พร้อมประกาศเป้าหมายชัดเจนหวังส่งนักชกชาวไทยพ่ายแพ้เป็นไฟต์ที่ 4 ติดต่อกัน
ทั้งคู่มีคิวดวลเดือดกันในกติกาคิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต (125-135 ปอนด์) ศึก The Inner Circle ที่จะจัดขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายนนี้ ถ่ายทอดสดสำหรับสมาชิกผ่าน Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30-20.30 น.
ก่อนหน้านี้ “หยวน เผิงเจี๋ย” เปิดตัวบนเวทีระดับโลกได้อย่างยอดเยี่ยม สมกับดีกรีนักคิกบ็อกซิงระดับแนวหน้าของจีนและอดีตแชมป์ประเทศ หลังเป็นฝ่ายกดนับ “ลำน้ำมูลเล็ก ทอฝันฟาร์ม” ตั้งแต่ยกแรก ก่อนคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเอกฉันท์ ในศึก The Inner Circle เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พร้อมขยายสถิติการชนะเป็น 39 ครั้ง จากการชกทั้งหมด 43 ไฟต์ตลอดอาชีพ
“ผมดีใจมากที่ได้รับโอกาสเปิดตัวใน ONE ก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวผม แต่ผมกับทีมงานยังคงเชื่อมั่นซึ่งกันและกันมาตลอด พวกเรามั่นใจว่าจะทำผลงานออกมาได้ดี และสุดท้ายก็สามารถคว้าชัยชนะได้ตามเป้าหมาย”
นอกจากนี้ นักสู้แดนมังกรยังกล่าวชื่นชมคู่ต่อสู้คนก่อนอย่าง “ลำน้ำมูลเล็ก” ที่แสดงหัวจิตหัวใจนักสู้ให้เห็นตลอดการแข่งขัน
“ผมนับถือหัวใจของลำน้ำมูลเล็กมาก แม้จะโดนนับไปก่อน แต่เขายังเดินหน้าบุกและพยายามเร่งเกมใส่ผมตลอดเวลา นั่นแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ”
สำหรับการกลับมาขึ้นสังเวียนเป็นไฟต์ที่ 2 ครั้งนี้ “หยวน เผิงเจี๋ย” ต้องเผชิญหน้ากับ “จ้าวเสือใหญ่” ที่ตัดสินใจข้ามสายมาชกในกติกาคิกบ็อกซิงบนเวที ONE เป็นครั้งแรก แม้นักชกชาวไทยจะไม่ใช่มือใหม่ในกติกาดังกล่าว เพราะเคยผ่านประสบการณ์แข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว โดยคว้าชัยถึง 5 จาก 6 ไฟต์ พร้อมคว้าตำแหน่งรองแชมป์รายการมวยรอบชื่อดังเมื่อปี 2562
อย่างไรก็ตาม นักสู้จากจีนยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกกังวลแม้แต่น้อย และพร้อมเดินหน้ารักษาฟอร์มเก่งเพื่อเก็บชัยชนะต่อเนื่อง
“จ้าวเสือใหญ่ เคยชนะติดต่อกัน 5 ไฟต์บนเวที ONE ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้วัดฝีมือกับนักสู้ระดับนี้ เขายังมีประสบการณ์จากการแข่งขันคิกบ็อกซิงรายการใหญ่ในญี่ปุ่นอีกด้วย ถือเป็นคู่ต่อสู้ที่มีประสบการณ์สูง แต่สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้ผมมีแรงกระตุ้นและอยากพิสูจน์ตัวเองมากขึ้น”
“เขาแตกต่างจากนักมวยไทยทั่วไป เพราะออกอาวุธได้รวดเร็ว ต่อเนื่อง และมีลูกเล่นที่คาดเดาได้ยาก แต่ผมมองว่าบางครั้งเขาควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดีนัก ขณะที่ผมมีความได้เปรียบเรื่องรูปร่าง ช่วงชกที่ยาวกว่า รวมถึงประสบการณ์ในกติกาคิกบ็อกซิงที่มากกว่า”
พร้อมกันนี้ “หยวน เผิงเจี๋ย” ยังแสดงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าการแข่งขันครั้งนี้มีโอกาสเห็นคู่ต่อสู้ถูกกรรมการนับอย่างแน่นอน
“ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ ผมเชื่อว่าแฟนมวยจะได้เห็นเขาโดนนับในไฟต์นี้แน่นอน”
แม้ “จ้าวเสือใหญ่” จะได้รับการยอมรับและก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่น่าจับตามองของ ONE แต่ “หยวน เผิงเจี๋ย” ยืนยันว่าตนเองก็มีศักยภาพไม่ด้อยไปกว่ากัน และพร้อมพิสูจน์ฝีมือเพื่อไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุดของรุ่นฟลายเวต
“แม้จ้าวเสือใหญ่จะเป็นนักกีฬา ONE ที่หลายคนรู้จัก แต่ผมอยากแสดงให้ทุกคนเห็นว่าฝีมือของผมไม่เป็นรอง และอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ ผมได้ยินมาว่าเขาไม่อยากแพ้ 4 ไฟต์ติดต่อกัน แต่ผมจะทำให้เขาได้สัมผัสความรู้สึกนั้นด้วยตัวเอง”
นอกจากนี้ นักชกชาวจีนยังเปิดเผยถึงเป้าหมายในอนาคตว่า ต้องการก้าวขึ้นไปชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต โดยมี “ซุปเปอร์เล็ก” เป็นเป้าหมายสูงสุดที่อยากเผชิญหน้าด้วย
“ในรุ่นฟลายเวตยังมีนักสู้เก่ง ๆ อีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ฮิว หรือ ทาอิกิ นาอิโตะ ทุกคนล้วนเป็นนักชกระดับท็อป แต่คนที่ผมอยากเจอมากที่สุดคือ ซุปเปอร์เล็ก เพราะผมต้องการโอกาสชิงแชมป์โลกกับเขา”
ติดตาม “จ้าวเสือใหญ่ vs หยวน เผิงเจี๋ย” วันศุกร์ที่ 5 มิ.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle
#หยวนเผิงเจี๋ย #จ้าวเสือใหญ่ #ONEChampionship #ONEลุมพินี #คิกบ็อกซิง #มวยไทย #ข่าวมวย #ศึกONE #TheInnerCircle #ซุปเปอร์เล็ก #มวยวันนี้ #ข่าวกีฬาวันนี้ #มวยโลก #นักชกจีน #ONEFightNight








