ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด จัดงานแถลงข่าวที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยมีการโต้เถียงกับสื่อมวลชนอย่างดุเดือด พร้อมยืนยันจุดยืนว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานสโมสรต่อไป หลังฤดูกาลที่ทีม “ราชันชุดขาว” ต้องเผชิญกับความผิดหวังและไร้ถ้วยรางวัลสำคัญ
เปเรซ กล่าวยืนยันต่อหน้าสื่อว่าเขาจะไม่ก้าวลงจากตำแหน่ง และพร้อมลงชิงชัยอีกครั้ง พร้อมกล่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า “การรณรงค์อย่างเป็นระบบ” ที่มุ่งโจมตีการบริหารของเขา พร้อมท้าทายฝ่ายตรงข้ามให้เปิดเผยตัวและลงสมัครอย่างเปิดเผย แทนการเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลัง
การแถลงข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก บาร์เซโลน่า เอาชนะ เรอัล มาดริด ในศึกเอล กลาซิโก้ ที่คัมป์ นู เมื่อวันอาทิตย์ ส่งผลให้ทีมยักษ์จากกาตาลันคว้าแชมป์ลา ลีกา เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน โดยเหลือการแข่งขันอีก 3 นัด
เปเรซ วัย 79 ปี กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ผมมาที่นี่เพื่อบอกว่าผมจะไม่ไปไหน และผมมาที่นี่เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง” พร้อมระบุว่า หากใครต้องการลงชิงตำแหน่งก็สามารถลงได้ แต่ไม่ควรใช้สื่อหรือกลยุทธ์เบื้องหลังโจมตีสโมสร
เขายังกล่าวด้วยอารมณ์ว่า ตนไม่ได้อยู่ในสภาพป่วยหรืออ่อนแรง แต่ต้องออกมาชี้แจงในฐานะประธานสโมสรเรอัล มาดริด เพราะไม่สามารถปล่อยให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องถูกเผยแพร่ไปโดยไม่มีการตอบโต้
เปเรซยังดำรงตำแหน่งประธานสโมสรตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2009 หลังเคยดำรงตำแหน่งมาแล้วในช่วงปี 2000 ถึง 2006 โดยตลอดระยะเวลาที่เขาบริหารสโมสร มีรายงานว่าเรอัล มาดริดคว้าแชมป์รวมแล้ว 37 รายการ ซึ่งเขานำมาใช้ยืนยันผลงานการบริหารของตน
เขายังเรียกร้องให้ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ภายในองค์กรออกมาเปิดเผยตัว พร้อมปฏิเสธข่าวลือเรื่องความเหนื่อยล้าในการทำหน้าที่ โดยระบุว่าตนยังทำงานหนักที่สุดในองค์กร
นอกจากนี้ เปเรซยังวิพากษ์วิจารณ์ ลา ลีกา อย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า “ศัตรูของเราคือ ลา ลีกา” พร้อมกล่าวหาว่ามีปัญหาเชิงโครงสร้างและความไม่โปร่งใสในวงการฟุตบอลสเปน
แม้จะมีเสียงวิจารณ์ แต่เขายังคงแสดงความมั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสโมสรจำนวนมาก โดยระบุว่ามีสมาชิกกว่า 100,000 คนที่ยังคงสนับสนุนการทำงานของเขา
ในด้านอนาคต มีรายงานว่า หากเปเรซได้รับเลือกตั้งต่อ อาจมีความเป็นไปได้ที่เขาจะได้ร่วมงานกับ โชเซ่ มูรินโญ่ อีกครั้งในฐานะกุนซือของสโมสร
ขณะเดียวกัน มีการเปลี่ยนแปลงภายในทีมอย่างต่อเนื่อง หลังจากการปลด ชาบี อลอนโซ่ ในเดือนมกราคม และอนาคตของ อัลบาโร่ อาร์เบลัว ก็ยังไม่มีความแน่นอน
ฤดูกาลนี้ เรอัล มาดริดจบแบบไร้ถ้วยรางวัลใหญ่เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยได้เพียง ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ ฟีฟ่า อินเตอร์คอนติเนนตัล โทรฟี่ ขณะที่ผลงานในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกจบลงที่รอบก่อนรองชนะเลิศ หลังพ่าย บาเยิร์น มิวนิค
นอกจากนี้ บรรยากาศในทีมยังถูกบดบังด้วยกระแสความไม่พอใจภายใน รวมถึงกรณีของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความทุ่มเท และเหตุปะทะในห้องแต่งตัวของ เฟเดรีโก้ วัลเวร์เด้ กับ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ เมื่อเดือนก่อน
#เรอัลมาดริด #ฟลอเรนติโนเปเรซ #ลา ลีกา #เอลกลาซิโก้ #บาร์เซโลน่า #ข่าวฟุตบอล #ข่าวกีฬา #มาดริด #ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก #เอ็มบั๊ปเป้ #มูรินโญ่ #ข่าวดราม่า #ฟุตบอลสเปน #ราชันชุดขาว








