สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย กับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ลงนามความร่วมมือ MOU (เอ็มโอยู) ในการพัฒนากีฬากระโดดน้ำในระดับเยาวชน เพื่อต่อยอดไปสู่ทีมชาติไทย โดยจะใช้เป็นสถานที่หลักในการเก็บตัวและสร้างนักกีฬาเยาวชนทีมชาติ
ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ที่ต้องการพัฒนาเยาวชน และยกระดับกีฬากระโดดน้ำ จึงมอบหมายให้ พล.ต.ดร. ธนนท์ แสงนาค อุปนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย, “โค้ชตึก“ นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มานะ ภู่หลำ ผู้อำนวยการสมาคม ลงนามความร่วมมือ MOU (เอ็มโอยู) กับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มี ยรรยง อัครจินดานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา ม.ธรรมศาสตร์ และ ณัฐพงศ์ จงอักษร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจกีฬา ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมลงนาม ที่ยิมเนเซี่ยม 7 ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569
ยรรยง อัครจินดานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตามที่ทราบกันว่าศูนย์กีฬาทางน้ำของ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ได้มาตรฐานระดับเอเชียนเกมส์ ที่ผ่านมาก็ใช้เป็นที่ฝึกกีฬากระโดดน้ำอยู่ก่อนแล้ว แต่ตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยต้องการที่จะสนองนโยบายของสมาคมกีฬาทางน้ำฯ ให้เป็นรูปแบบแคมป์ฝึกซ้อมของระดับเยาวชนที่ครบวงจร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ต่อการรองรับนักกีฬาเยาวชน
ด้าน “โค้ชตึก” นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตอนนี้ศูนย์ฝึกกีฬากระโดดน้ำเยาวชนในไทยมีอยู่ 2 แห่งคือสัตหีบ จ.ชลบุรี กับ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต แต่ว่าที่ มธ.รังสิต นั้นมีความสำคัญมากเพราะอยู่ใกล้กรุงเทพ และมีนักกีฬาเยาวชนมากกว่า 40 คน จึงเป็นเหตุผลที่ทางสมาคมกีฬาทางน้ำฯ ทำสัญญาความร่วมมือกันเพื่อร่วมกันพัฒนากีฬากระโดดน้ำแบบครบวงจร ซึ่งสระแห่งนี้ถือว่าได้มาตรฐานใช้ฝึกซ้อมและแข่งขันได้ อีกทั้งนักกีฬาทีมชาติไทยชุดใหญ่ล้วนแต่เป็นผลผลิตจากสระมธ.รังสิต
หลังจากเสร็จพิธีลงนามความร่วมมือ พล.ต.ดร. ธนนท์ แสงนาค อุปนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย, “โค้ชตึก“ นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มานะ ภู่หลำ ผู้อำนวยการสมาคม ได้เดินทางมาเยี่ยมนักกีฬาเยาวชนที่กำลังฝึกซ้อมรวมทั้งดูความพร้อมของสถานที่ตรวจเช็คสภาพอุปกรณ์และสระให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน







