ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ประวัติ วะโฮรัมย์ ในวัย 44 ปี คือหนึ่งในนักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เจ้าของเหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์พาราลิมปิกของไทยจากเวที พาราลิมปิกเกมส์ ก่อนจะสานต่อความสำเร็จอย่างยาวนาน คว้าเหรียญทองรวม 7 เหรียญ จากการลงแข่งขันต่อเนื่องถึง 7 สมัย
แม้เส้นทางสู่สมัยที่ 8 ในพาราลิมปิกเกมส์ อาจต้องสะดุดจากโทษแบน 1 ปี แต่หัวใจนักสู้ของ “เสือยิ้มยาก” ไม่เคยหยุดเต้นเพื่อสนามแข่ง หลังพ้นโทษ เขาเลือกกลับมาท้าทายตัวเองอีกครั้งในศึกมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ โดยลงแข่งขัน 2 รายการในประเภท T54 ระยะ 1,500 เมตร และ 5,000 เมตร ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องและรอคอยการกลับมาของเสือยิ้มยากรายนี้
และแล้วประวัติ กลับมาอย่างสวยงาม คว้า 2 เหรียญทองทั้งสองรายการ พร้อมทำลายสถิติใหม่ ระยะ 1,500 เมตร ทำเวลา 2.49.11 นาที และระยะ 5,000 เมตร ทำเวลา 09.41.54 นาที การกลับมาสู่สังเวียนอีกครั้งของเขา เต็มไปด้วยความเรียบง่ายตามบุคลิก มีเพียงความพึงพอใจกับผลงานและเวลาที่ทำได้ โดยเฉพาะการได้แข่งขันต่อหน้าแฟนกีฬาชาวไทยในสนามที่คุ้นเคย แม้ความตื่นเต้นจะเกิดขึ้นบ้างตามบรรยากาศ แต่การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมา คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
ระยะเวลาหนึ่งปีที่ต้องห่างจากสนาม ไม่ได้ทำให้ไฟในตัวเขาลดลง ตรงกันข้าม ความคิดถึงการแข่งขันกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ทุ่มเทกับการฝึกซ้อมมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านร่างกายและจิตใจถูกเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ เป้าหมายข้างหน้าถูกวางไว้อย่างชัดเจน คือการหวนคืนสู่เวทีพาราลิมปิกที่สหรัฐอเมริกา
จากเด็กหนุ่มวัย 16–17 ปีที่เริ่มต้นชีวิตนักกีฬากับวีลแชร์เรซซิ่ง วันนี้ชื่อของเขาไม่ได้ถูกจดจำเพียงในฐานะแชมป์ แต่ยังเป็นแบบอย่างของความมุ่งมั่นให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ เส้นทางที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าอุปสรรคไม่ใช่จุดสิ้นสุด หากคือบททดสอบของหัวใจ ความตั้งใจและความใส่ใจในทุกรายละเอียด คือองค์ประกอบที่พาเขามาถึงจุดนี้ ความสำเร็จของการกลับมาครั้งนี้จึงไม่ได้เกิดจากหัวใจนักสู้เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นผลลัพธ์ของการทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การฝึกซ้อมที่เข้มข้น การนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ การฟื้นฟูร่างกายอย่างถูกวิธี ไปจนถึงการวางแผนการแข่งขันอย่างดีเป็นพิเศษ
เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ มี การกีฬาแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่ผลักดันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนด้านทรัพยากร การวางแผนเตรียมความพร้อม การดูแลสภาพร่างกายและจิตใจ รวมถึงการสร้างระบบพัฒนานักกีฬาอย่างครบวงจร เพื่อให้นักกีฬามุ่งมั่นกับการฝึกซ้อมได้เต็มศักยภาพ และกลับมาพิสูจน์ตัวเองในสนามแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง








