“สองล้อ” วางแผนส่งนักปั่นเดินหน้าล่าคะแนนสะสมคัดเลือกไปโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ครบทั้ง 4 ประเภท “ถนน-ลู่-เสือภูเขา-บีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง” โดยประเภทถนนทีมหญิงประเดิมแข่งขันรายการ “บีวาเซ่ ทัวร์ ออฟ เวียดนาม” ส่วนทีมชายจะไปแข่งขันรายการ “ทัวร์ เดอ ไต้หวัน” จากนั้นจะกลับมาสู้ศึก “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ที่จังหวัดหนองคายและอุดรธานี ด้าน “เสธ.หมึก” เผยยังหนักใจประเภทลู่ที่ต้องส่งนักปั่นไปเก็บแต้มรายการต่าง ๆ ให้มากที่สุด และต้องใช้งบประมาณสูงมาก ขณะที่งบประมาณที่ได้รับมีจำกัด แต่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็จะต้องเดินหน้าตามแผนเพื่อเป้าหมายการพัฒนากีฬาจักรยานไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) ประกาศระบบการคัดเลือกนักกีฬาจักรยานเข้าร่วมมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้ง 4 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทถนน, ลู่, เสือภูเขา และบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง โดยกรอบเวลาการคัดเลือกในประเภทบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิงจะอยู่ระหว่างปี 2026 ไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2028
พลเอกเดชา กล่าวว่า สาระสำคัญของการคัดเลือกโอลิมปิกในทั้ง 4 ประเภท จะยังคงเน้นหนักไปที่ระบบเก็บคะแนนสะสม ซึ่งผลงานการผ่านควอลิฟายโอลิมปิกเกมส์ 2024 “ปารีสเกมส์” ของนักปั่นไทยในประเภทถนนและลู่ ผ่านควอลิฟายจากการเก็บคะแนนสะสมคัดโอลิมปิกจนได้อันดับที่ได้โควตาทั้งประเภทถนนในรายการโรดเรซชาย, โรดเรซหญิง, ไทม์ไทรอัลบุคคลหญิง ส่วนประเภทลู่ได้รายการคีรินและสปรินท์บุคคลชาย ขณะที่บีเอ็มเอ็กซ์เรซซิงได้โควตาจากการที่ “เจ้าเอ้” ส.ท.โกเมธ สุขประเสริฐ คว้าแชมป์เอเชีย 2022
“สำหรับการเดินหน้าเพื่อเก็บคะแนนสะสมในแต่ละประเภทของโอลิมปิกเกมส์ 2028 ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 จะมีประเภทถนน โดยทีมหญิงมีคิวแข่งขันรายการบีวาเซ่ ทัวร์ ออฟ เวียดนาม ระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคมนี้ ประเดิมรายการแรก จากนั้นทีมหญิงก็จะลงแข่งขันจักรยานทางไกลสตรี วีเมนส์ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 เส้นทางจังหวัดหนองคาย ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึงวันที่ 2 เมษายน ส่วนทีมชาย มีคิวแข่งขันรายการทัวร์ เดอ ไต้หวัน ระหว่างวันที่ 15-19 มีนาคม จากนั้นก็จะเป็นศึกจักรยานทางไกลทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 เส้นทางจังหวัดหนองคาย ระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคม” พลเอกเดชา กล่าว
พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า ขณะที่ทีมสองล้อประเภทลู่ระยะสั้น ประกอบด้วย “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์, “แนว” จ.ต.นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา และ “มะขาม” ส.ต.ท.ยืนยง เพชรรัตน์ ก็จะมีคิวแข่งขัน 3 รายการสำคัญ ประกอบด้วย จักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ทาเกไตย์เวลโลโดรม ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 25-31 มีนาคม หลังจากนั้นก็จะไปแข่งขันรายการเวิลด์คัพ อีก 2 สนาม ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน และต่อด้วยรายการเวิลด์คัพ ที่เวลโลโดรมนิไล ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน ซึ่งทัพนักปั่นไทยมีเป้าหมายเก็บคะแนนสะสมให้เพียงพอสำหรับโควตาแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม
“เสธ.หมึก” กล่าวต่อไปว่า เกณฑ์การคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ในจักรยานประเภทลู่ มีความซับซ้อนเป็นเหมือนการควอลิฟายซ้อนควอลิฟาย เนื่องจากจะเอาคะแนนสะสมเฉพาะรายการชิงแชมป์ทวีป, เวิลด์คัพ และจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลกมาคิดเป็นคะแนนสะสมคัดโอลิมปิกเกมส์ 2028 ซึ่งจะมีเพียงรายการจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชียเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าแข่งขันได้โดยอัตโนมัติ ในขณะที่การแข่งขันเวิลด์คัพ และชิงแชมป์โลก นักปั่นที่มีคะแนนสะสมโลกในอันดับสูงเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ ดังนั้นนักปั่นไทยก็จะต้องพยายามเก็บคะแนนสะสมให้ได้มากที่สุดในการแข่งขันนานาชาติรายการต่าง ๆ ที่จะมีขึ้นในอีกทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นก็จะหมดโอกาสลุ้นโควตาโอลิมปิกเกมส์ไปโดยปริยาย หากพลาดโควตาทั้งรายการเวิลด์คัพ ที่ในแต่ละฤดูกาลจะมี 2-4 สนาม ไปจนถึงเวิลด์แชมเปียนชิป ที่จะมีปีละครั้ง ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์คะแนนสะสมสูงมาก
“จากระบบคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2028 ด้วยระบบคะแนนสะสมดังกล่าว สมาคมกีฬาจักรยานฯ ยอมรับว่าค่อนข้างหนักใจเนื่องจากการส่งแข่งขันระดับนานาชาติแต่ละครั้งใช้งบประมาณสูงมาก ขณะที่งบประมาณที่ได้รับมีจำกัด ซึ่งไม่เพียงประเภทถนนและประเภทลู่เท่านั้น ในเดือนมิถุนายนนี้ทีมนักปั่นเสือภูเขาและบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง ก็จะเริ่มโปรแกรมล่าแต้มโควตาโอลิมปิกเพิ่มเติม ขณะเดียวกันสมาคมฯ ยังมีภารกิจในการพัฒนากีฬาจักรยานของไทยในทุกระดับ ไปจนถึงการจัดการแข่งขันภายในประเทศเพื่อเฟ้นหานักกีฬารุ่นใหม่เสริมทัพนักปั่นทีมชาติไทยในอนาคต ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นภารกิจที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี แต่ก็ไม่สามารถที่จะละเลยได้ เนื่องจากเป็นแผนยุทธศาสตร์และพันธกิจที่จะมีผลผูกพันเป็นเสมือนลูกโซ่ไปยังเป้าหมายการพัฒนากีฬาจักรยานไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล” พลเอกเดชา กล่าวในตอนท้าย







