เยนส์ เพ็ตเตอร์ เฮาเก้ กองหน้าโบโด กลิมท์ คว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมย้ำแค้น อินเตอร์ มิลาน 2-1 พร้อมพาทีมสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ
กองหน้าวัย 26 ปี แสดงสัญชาตญาณนักล่าประตูเต็มเปี่ยม เมื่อปรี่เข้าซ้ำอย่างรวดเร็วช่วยให้โบโด กลิมท์ ขึ้นนำ ก่อนจะเปิดบอลอย่างแม่นยำให้ ฮาคอน เอฟเยน ซัดประตูที่สอง พาทีมคว้าชัยชนะสำคัญเหนือยักษ์ใหญ่จากอิตาลี
ตลอดทั้งเกม เฮาเก้สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับอินเตอร์ มิลาน อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวะโต้กลับที่อันตราย อีกทั้งยังทุ่มเทวิ่งไล่บอลและช่วยทีมเกมรับแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
หลังพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร เฮาเก้เปิดใจว่า “มันฟังดูเหลือเชื่อ แต่เรามาถึงจุดนี้แล้ว ในฐานะหนึ่งในทีมม้ามืดของการแข่งขัน มันน่าตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นว่าอีกสองเกมต่อไปจะออกมาเป็นอย่างไร”
“มันยอดเยี่ยมจริง ๆ สิ่งที่เราทำได้คือความสำเร็จของทุกคน ผมภูมิใจในทีม โค้ช และทีมงานแพทย์ เราร่วมมือกันและเชื่อมั่นในโปรเจกต์ของเราอย่างมาก ผลลัพธ์แบบนี้ถือว่าน่ายกย่องอย่างยิ่ง”
ดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์ยังกล่าวถึงประสบการณ์จากฤดูกาลก่อนในยูโรปา ลีก ว่าเป็นบทเรียนสำคัญ “เรารู้ว่าวันนี้จะเป็นเกมที่ยาก แม้เวลาจะไม่เป็นใจ แต่ตราบใดที่สกอร์ยัง 0-0 พื้นที่ก็จะเปิด และเราสามารถลงโทษคู่แข่งจากเกมโต้กลับได้ ซึ่งเราก็ทำได้สำเร็จ”
เมื่อถูกถามถึงฟอร์มส่วนตัว เฮาเก้ย้ำว่าต้องรักษามาตรฐานต่อไป “ตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้ดี ผมต้องทำงานหนักทุกวันและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเกมต่อไป เพราะมันจะเป็นแมตช์ที่ยากมาก”
ส่วนการจับสลากรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่โบโด กลิมท์ มีโอกาสเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เจ้าตัวปฏิเสธเลือกคู่แข่ง โดยระบุเพียงว่า “เราต้องรอดูผลก่อน แล้วค่อยเตรียมตัวให้ดีที่สุด”
#โบโดกลิมท์ #เฮาเก้ #ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก #UCL #อินเตอร์มิลาน #ฟุตบอลยุโรป #ผลบอลเมื่อคืน #ข่าวฟุตบอล #แชมเปี้ยนส์ลีก #บอลต่างประเทศ #SEOข่าวกีฬา








