ทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทย กวาด 175 เหรียญทอง ในมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 กลับมาครองเจ้าเหรียญทอง ได้เป็นสมัยที่ 7 ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เผยแม้จำนวนเหรียญจะน้อยกว่าเป้า แต่โดยรวมถือว่ายอดเยี่ยม กรีฑา และว่ายน้ำ ทำลายสถิติรวมกันได้ถึง 47 รายการ ซึ่งในทุกกีฬาสามารถตั้งความหวังต่อยอดไปสู่เอเชียนพาราเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ ได้ในอนาคต พร้อมชื่นชมเจ้าภาพจังหวัดนครราชสีมา และยังประทับใจกระแสแฟนกีฬาตอบรับคึกคัก
วันที่ 26 มกราคม 2569ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงความสำเร็จของทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทย ในมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยช่วยกันคว้ามาได้ 175 เหรียญทอง 155 เหรียญเงิน 156 เหรียญทองแดง ทวงเจ้าเหรียญทอง จากอินโดนีเซีย กลับคืนมาได้สำเร็จอีกครั้ง หลังทำได้ครั้งล่าสุดในครั้งที่ 8 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2558 ว่า เดิมทีเป้าหมายของเราคือ 231 เหรียญทอง แต่ด้วยสถานการณ์บางอย่างที่ควบคุมไม่ได้ มีบางอีเวนต์ถูกตัดออกไป และบางชนิดกีฬาพลาดเป้า ทำให้เราคว้ามาได้ 175 เหรียญทอง อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วยังถือว่ายอดเยี่ยม เพราะทำให้เรากลับมาคว้าเจ้าเหรียญทองได้อีกครั้ง เป็นสมัยที่ 7 ยังมากกว่าทุกชาติ
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า สำหรับนักกีฬาไทยชุดนี้เป็นชุดผสมระหว่างนักกีฬาเก่าและรุ่นใหม่ครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มที่ดี มีการทำลายสถิติกรีฑา และว่ายน้ำ รวมกันถึง 47 รายการ เป็นไปตามเป้าหมายที่เราคาดหวังไว้ แม้บางชนิดกีฬาจะพลาดไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าคู่แข่งอย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย รวมถึงฟิลิปปินส์ แข็งแกร่งเหมือนกัน ซึ่งเท่าที่ประเมินเชื่อว่าทัพอาเซียนพาราเกมส์ของไทยครั้งนี้ สามารถต่อยอดไปสู่เอเชียนพาราเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ ในอนาคตได้
“ขอชื่นชมจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเจ้าภาพที่จัดการแข่งขันออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ขณะที่กระแสตอบรับจากแฟนกีฬาก็คึกคัก ยกตัวอย่าง นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลคนตาบอด ที่มาชมกันเต็มสนาม รวมถึงนัดชิงชนะเลิศวีลแชร์บาสเกตบอล มียอดคนดูไลฟ์สดพร้อมกันสูงถึง 2 แสนยูสเซอร์ ถือว่ากระแสดังกล่าวน่าพอใจอย่างยิ่ง และคุ้มค่าอย่างมาก ทั้งในด้านการแข่งขันกีฬา และการช่วยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้กับประเทศ” ดร.ก้องศักด กล่าว







