กีฬา

อาเซียนพาราเกมส์ที่ไทย ชิงชัยกันเข้มข้นแน่นอน 4 จาก 19 กีฬาใช้ควอลิฟายไปเอเชียนพาราเกมส์ที่ญี่ปุ่น

แชร์ข่าว

วันที่ 7 มกราคม 2569 ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. มั่นใจมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 วันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา ชิงชัยกันเข้มข้นแน่นอน เมื่อ 4 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, ยกน้ำหนัก และจักรยาน จากทั้งหมดที่จัดแข่งขัน 19 ชนิดกีฬา จะใช้เป็นเวทีคัดเลือกหรือควอลิฟายไปเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 วันที่ 18-24 ตุลาคม 2569 ที่ประเทศญี่ปุ่น

ความเคลื่อนไหวของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยครั้งนี้มีการชิงชัยทั้งหมด 19 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, ยิงธนู, แบดมินตัน, ฟุตบอล 5 คน, บอคเซีย, หมากรุกสากล, จักรยาน, ฟุตบอล 7 คน, โกลบอล, ยูโด, ยกน้ำหนัก, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วอลเลย์บอลนั่ง, ยิงปืน, วีลแชร์บาสเกตบอล, วีลแชร์ฟันดาบ, วีลแชร์เทนนิส และโบว์ลิ่ง รวม 493 เหรียญทอง

ล่าสุด ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า มหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 จะเป็นการแข่งขันที่สนุกสนานเข้มข้นแน่นอน เนื่องจากมี 4 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, ยกน้ำหนัก และจักรยาน ที่จะใช้เวทีนี้คัดเลือกนักกีฬาไปเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคม 2569 ที่เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ด้วย ดังนั้นมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้จึงมีความตื่นเต้นและเป็นการแข่งขันที่มีความหมายเป็นอย่างยิ่ง

“ผมเชื่อมั่นว่าชาติสมาชิกอาเซียนเพื่อนบ้านเราทุกประเทศต่างให้ความสำคัญอย่างมากกับมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ที่ไทย โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ที่แข็งแกร่งมาตลอด ก็จะส่งนักกีฬาชุดใหญ่มาแข่งขัน เพราะถือว่าครั้งนี้เป็นเวทีที่สำคัญ ส่วนไทยเราก็จะมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง และการควอลิฟายใน 4 ชนิดกีฬาเพื่อไปเข้าร่วมในมหกรรมเอเชียนพาราเกมส์ แม้ว่าอาจจะไม่ใช่งานที่ง่ายก็ตาม” ผู้ว่าการ กกท. กล่าว

ข่าวแนะนำ