กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ สมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม เปิดเวทีประกวด ออกแบบบอร์ดเกมสำหรับเยาวชน หวังส่งซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ตลาดโลก
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.69 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม (PUDEBGA) เปิดตัวโครงการพัฒนานักออกแบบบอร์ดเกมรุ่นเยาว์เพื่อสื่อสารซอฟต์พาวเวอร์ Youth Board Game Designer for Thai Cultural Soft Power Project 2026 พร้อมประกวดออกแบบบอร์ดเกมในหัวข้อ "เรื่องเล่าบ้านฉันสู่กระดานเกมโลก" ชวนเยาวชนไทยอายุ 15–25 ปี แปลงทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นให้กลายเป็นเกมระดับสากลโดยเปิดรับสมัครถึง 14 มิถุนายน 2569 รางวัลรวมกว่า 200,000 บาท
สมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม หรือ Publisher and Designer Board Game Association: PUDEBGA ได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อขับเคลื่อนโครงการ Youth Board Game Designer for Thai Cultural Soft Power Project 2026 และได้จัดงานเปิดตัวโครงการขึ้นโดยมี นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด วางเป้าหมายไปสู่การพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยให้เป็นนักออกแบบบอร์ดเกมรุ่นใหม่ ที่สามารถนำต้นทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นผลงานบอร์ดเกมที่มีอัตลักษณ์ พร้อมผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านอุตสาหกรรมบอร์ดเกมสู่ตลาดโลก
นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า บอร์ดเกมเป็นสื่อที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และมีการขยายตัวของการใช้งานมากขึ้น เพราะการเล่นบอร์ดเกมไม่ได้ให้เพียงความสนุก แต่ยังช่วยฝึกทักษะ พัฒนาสมอง พัฒนาความคิด และสร้างกระบวนการเรียนรู้ได้จริง ดังนั้นกรมจึงเห็นว่าจำเป็นต้องมีสื่อที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้เรื่องราวใกล้ตัว โดยเฉพาะประเพณี เรื่องเล่า และทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นตนเอง ให้เกิดการเรียนรู้ทีสนุก ตื่นเต้น เป็นที่น่าสนใจของคนรุ่นใหม่ ซึ่งคำตอบจึงมาอยู่ที่ “บอร์ดเกม”
รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า แต่ละท้องถิ่นมีเรื่องราวที่หลากหลาย ทั้งประวัติศาสตร์วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นเกมได้ การนำเรื่องเล่าท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นบอร์ดเกมจึงไม่เพียงช่วยให้เยาวชนรู้จักรากของตนเองมากขึ้น แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่การสื่อสารกับผู้เล่นในวงกว้าง รวมถึงผู้เล่นต่างประเทศได้
โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อการประกวด “เรื่องเล่าบ้านฉัน สู่กระดานเกมโลก” โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนค้นหาเรื่องเล่าที่เป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมจากบ้านเกิดของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นตำนาน ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ชุมชน อาหารพื้นเมือง หรือวิถีชีวิตที่กำลังจะหายไป ก่อนนำมาสกัดเป็นกลไกการเล่น หรือ Game Mechanics และการเล่าเรื่อง หรือ Storytelling เพื่อทำให้ผู้เล่นทั้งในประเทศและต่างประเทศได้รู้จักรากเหง้าของชุมชนไทยผ่านประสบการณ์การเล่น
ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “การต่อยอดฐานทุนวัฒนธรรมสู่อุตสาหกรรมบอร์ดเกม” โดยมีผู้แทนจากสถาบันอุทยานการเรียนรู้ หรือ TK Park สมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม และภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อบทบาทของบอร์ดเกมในฐานะสื่อร่วมสมัยที่สามารถเปลี่ยนเรื่องเล่าท้องถิ่นจากสิ่งที่ต้องจดจำ ให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้เล่นได้สัมผัสผ่านการคิด การเลือก การตัดสินใจ การสวมบทบาท และการเรียนรู้ผลจากการกระทำของตัวเอง
ด้าน รศ.ดร.ชาติชาย มุกสง อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า แม้โลกกำลังเดินหน้าไปกับ AI ดิจิทัล และกระแสโลกาภิวัตน์ แต่เรื่องเล่าท้องถิ่นไม่ได้ลดความสำคัญลง เพราะมนุษย์ไม่ได้ต้องการเพียงการเหมือนคนอื่นหรืออยู่ในกระแสเดียวกันเท่านั้น แต่ยังต้องการอัตลักษณ์ ความแตกต่าง และเรื่องราวที่บอกได้ว่า “เราเป็นใคร”
สำหรับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ รศ.ดร. ชาติชาย กล่าวว่า ควรเป็นกระบวนการทำความเข้าใจมนุษย์ เข้าใจตัวเอง และเข้าใจชุมชนรอบตัว การให้เยาวชนกลับไปค้นหาเรื่องเล่าบ้านตัวเองจึงเป็นการเปลี่ยนประวัติศาสตร์จากเรื่องไกลตัว ให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว และช่วยให้เยาวชนมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างอดีตของชุมชนกับชีวิตของตัวเอง
รศ.ดร. ชาติชาย ย้ำว่า การออกแบบบอร์ดเกมจากเรื่องเล่าท้องถิ่นต้องระวังเรื่องจริยธรรมในการทำงานกับวัฒนธรรม โดยเฉพาะการเคารพเจ้าของความรู้และมุมมองของคนในพื้นที่ เพราะวัฒนธรรมไม่ใช่วัตถุดิบที่คนนอกจะหยิบไปเล่าอย่างไรก็ได้ แต่เกี่ยวข้องกับผู้คนจริง ความทรงจำจริง และความภูมิใจจริงของชุมชน นักออกแบบจึงต้องฟังคนในพื้นที่ เข้าใจบริบท และระวังไม่เหมารวมความหลากหลายของท้องถิ่น
นายวัฒนชัย วินิจจะกูล รักษาการรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ กล่าวว่า โครงการประกวดออกแบบบอร์ดเกมครั้งนี้ จึงเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการใช้พื้นที่เรียนรู้เพื่อสนับสนุนเยาวชนและชุมชนให้ขยับจากการเป็นผู้ใช้หรือผู้เล่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานของตนเอง สำหรับการทำงานกับทุนวัฒนธรรมไม่ควรมองเฉพาะผลงานปลายทาง แต่ต้องคิดเป็นระบบนิเวศ หรือ ecosystem ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทางคือคนในชุมชนเจ้าของเรื่อง ไปจนถึงปลายทางคือผู้ใช้หรือผู้เล่น ที่จะได้รับประสบการณ์จากสื่อนั้น กระบวนการสร้างสื่อจำเป็นต้องให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ช่วยกันคัดเลือกเรื่องราว ก่อนพัฒนาเป็นสื่อการเรียนรู้และส่งต่อไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
ผอ.สถาบันอุทยานการเรียนรู้ ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการว่า การออกแบบบอร์ดเกมจากเรื่องเล่าท้องถิ่นต้องเคารพภูมิปัญญา องค์ความรู้ และคนต้นเรื่อง เพราะวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงเนื้อหาที่หยิบมาใช้ได้ทันที แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ อัตลักษณ์ และความภูมิใจของชุมชน นักออกแบบจึงต้องคิด ทั้งการเชื่อมโยงย้อนกลับไปยังฐานทุนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงไปข้างหน้าว่าเกมที่สร้างขึ้นจะไปถึงผู้ใช้กลุ่มใด และจะสร้างผลกระทบให้ตรงกับเป้าหมายของเกมได้อย่างไร
ในส่วนรายละเอียดการจัดงาน นายทรงสิทธิ์ แพรเพ็ชร์ นายกสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม กล่าวว่า สมาคมฯ มีพันธกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนานักออกแบบเกมไทยให้มีศักยภาพทัดเทียมตลาดสากลและเห็นว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์และมีศักยภาพสูง จึงริเริ่มโครงการประกวดออกแบบบอร์ดเกมรุ่นเยาว์ขึ้นเป็นปีแรก ภายใต้หัวข้อ “เรื่องเล่าบ้านฉัน สู่กระดานเกมโลก”
นายทรงสิทธิ์ กล่าวว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนใช้บอร์ดเกมเป็นสื่อในการนำเสนออัตลักษณ์ วัฒนธรรมท้องถิ่น และซอฟต์พาวเวอร์ไทย โดยความพิเศษของโครงการไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันเพื่อค้นหาผู้ชนะเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือกระบวนการ Bootcamp ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบบอร์ดเกมมืออาชีพ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาเป็นวิทยากรและที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อถ่ายทอดศาสตร์การออกแบบ และช่วยให้เยาวชนสามารถนำโจทย์ด้านวัฒนธรรมมาประยุกต์เป็นผลงานบอร์ดเกมที่สนุก ท้าทาย และมีมาตรฐานของอุตสาหกรรมเกม
นายกสมาคมฯ กล่าวถึงเป้าหมายสูงสุดของสมาคมฯ ว่า ต้องการผลักดันผลงานที่โดดเด่นจากเวทีนี้ให้มีโอกาสต่อยอดไปสู่การผลิตและจัดจำหน่ายจริง ทั้งในเชิงพาณิชย์และการสื่อสารในระดับสากลโดยโครงการจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมและเครือข่ายภาคีที่เห็นความสำคัญของการใช้บอร์ดเกมเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ด้านวัฒนธรรมไทยทั้งนี้ โครงการเปิดรับสมัครเยาวชนสัญชาติไทย อายุระหว่าง 15-25 ปี สมัครเป็นทีมตั้งแต่ 1-3 คน พร้อมอาจารย์ที่ปรึกษาประจำทีม 1 คน โดยแต่ละทีมสามารถส่งผลงานเข้าร่วมได้ไม่เกิน 1 ผลงานและต้องสามารถเข้าร่วมกิจกรรมตามที่โครงการกำหนดได้ ผู้สมัครต้องนำเรื่องเล่า อัตลักษณ์ หรือวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ มาแปลงเป็นไอเดียบอร์ดเกม และนำเสนอในรูปแบบวิดีโอความยาวไม่เกิน 3 นาที โดยเกณฑ์การคัดเลือกแบ่งเป็น เรื่องราวหรือข้อมูลเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีความน่าสนใจ 70 คะแนน และความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นบอร์ดเกม 30 คะแนน
ทีมที่ผ่านการคัดเลือก 32 ทีมจาก 4 ภูมิภาค จะได้เข้าร่วม Board Game Bootcamp 3 วัน 2 คืน ตามภูมิภาคของผู้สมัคร เพื่อเรียนรู้การสกัดต้นทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น กระบวนการออกแบบบอร์ดเกม การพัฒนากลไกเกม การทำต้นแบบ หรือ Prototype พร้อมรับคำปรึกษาจาก Mentor ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนเข้าสู่กิจกรรมเปิดวงเล่น หรือ Playtest กับประชาชนทั่วไปใน 4 ภูมิภาค และเวทีนำเสนอผลงาน หรือ Pitching ต่อคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทางวัฒนธรรม ผู้จัดจำหน่าย และนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
กำหนดการเปิดรับสมัครและส่งผลงานเข้าประกวดตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ถึง 14 มิถุนายน 2569 ก่อนที่จะประกาศผลคัดเลือกรอบแรกวันที่ 20 มิถุนายน 2569 จากนั้นจะจัด Board Game Bootcamp ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 3-5 กรกฎาคม 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2569 ภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2569 และภาคกลาง ที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 หลังจากนั้นจะมีการจัดแสดงผลงานในวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ก่อนเข้าสู่เวทีนำเสนอผลงานระดับประเทศในวันที่ 19 กันยายน 2569 อีกทั้งยังมีกิจกรรมชวนเดินเมืองในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อชวนเยาวนสำรวจเส้นทางวัฒนธรรม รวมไปถึงกระบวนการถอดบทเรียนจากการเปลี่ยนแปลงของเยาวชนและพิธีประกาศรางวัลในวันที่ 21 กันยายน 2569 โดยมีเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 200,000 บาท แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ 80,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 30,000 บาท และรางวัลชมเชย 4 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท
ภาพรวมของโครงการนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การผลิตบอร์ดเกมต้นแบบเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ที่เข้าใจรากของตนเอง มีทักษะสร้างสรรค์ และมองเห็นว่า วิถีชุมชนสามารถต่อยอดเป็นผลงานร่วมสมัย อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และซอฟต์พาวเวอร์ไทยได้จริง เพราะซอฟต์พาวเวอร์ไทยจะไม่ตกยุค หากทำให้วัฒนธรรมเล่นได้ เข้าใจได้ และส่งต่อได้ในภาษาของคนรุ่นใหม่
ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeAh7RtBLz4vACu4VJR5-FlDx7kLdn8cgjXT5jOcSZV8dd1cA/viewform ตั้งแต่วันนี้ถึง 14 มิถุนายน 2569 โดยสอบถามเพิ่มเติมทาง Facebook Publisher and Designer Board Game Association อีเมล info@pudebga.com หรือ โทร. 061-440-8503








