บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival เทศกาลแห่งความภาคภูมิใจของชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์สำคัญภายใต้เครือข่าย “Pride City Network” ผนึกกำลัง ภาคประชาสังคม ภาครัฐ และเอกชนท้องถิ่นกว่า 58 จังหวัดและเมืองจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสิทธิมนุษยชนจากเมืองหลวงสู่ระดับฐานราก ตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของเอเชีย พร้อมสะท้อนความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก Bangkok WorldPride โดยมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือภาคีในการขับเคลื่อนจังหวัดนำร่อง เพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ “Pride City Network” เพื่อเตรียมความพร้อมและสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ณ NEX HALL ชั้น 5 สยามพารากอน โดยได้รับเกียรติจาก นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน พร้อมปาฐกถาพิเศษ จาก ฌ็อง-ลุก รอเมโร มิแชล (Jean-Luc Romero-Michel) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส
อรรณว์ (วาดดาว) ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน Bangkok Pride (บางกอกไพรด์) กล่าวถึงที่มาและวิสัยทัศน์ของเครือข่ายนี้ว่า “ความเท่าเทียมไม่ใช่สิทธิพิเศษที่ควรอยู่แค่ในเมืองหลวงหรือกรุงเทพมหานคร แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พี่น้อง LGBTQIAN+ ทุกคนในทุกตารางนิ้วของประเทศไทยต้องเข้าถึงได้ เครือข่าย Pride City Network คือหัวใจสำคัญที่จะปลดล็อกศักยภาพของท้องถิ่น เราไม่ได้เพียงไปช่วยจัดขบวนพาเหรดเดินฉลอง แต่เรากำลังร่วมมือกับนักขับเคลื่อนในแต่ละจังหวัดเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ยั่งยืน สร้างมาตรฐานการจัดงานที่เคารพสิทธิมนุษยชน และส่งเสียงสะท้อนปัญหาในบริบทของแต่ละพื้นที่ขึ้นมาสู่การแก้ไขระดับนโยบาย”
จากความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดของงาน Bangkok Pride ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งล่าสุดในงาน Bangkok Pride Festival 2026 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และประสบผลสำเร็จอย่างท่วมท้น วันนี้ นฤมิตไพรด์ ได้เชื่อมโยงและสร้างระบบนิเวศแห่งความเท่าเทียมผ่านเครือข่าย "Pride City Network" ทำหน้าที่สนับสนุนทั้งงบประมาณ องค์ความรู้ การบริหารจัดการ และการส่งมอบธงไพรด์ประจำจังหวัด เพื่อส่งต่อเจตนารมณ์แห่งความเท่าเทียมให้เบ่งบานในทุกพื้นที่ทั่วไทย
เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ หมุดหมายความเท่าเทียมระดับสากล
เครือข่าย Pride City Network ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระจายพื้นที่ปลอดภัยและการยอมรับความหลากหลายทางเพศออกไปสู่ชุมชนท้องถิ่นทุกภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมสร้างมาตรฐานการจัดงานเทศกาลไพรด์ที่มีความปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการผลักดันประเด็นสิทธิความเท่าเทียมในระดับโครงสร้าง โดยมีเป้าหมายระยะยาว ใน 3 ระดับ ได้แก่
1.ระดับประเทศ (Pride Destination): ยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชีย และติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก สำหรับการท่องเที่ยว การลงทุน และการอยู่อาศัยของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ
2.ระดับเครือข่าย (Nationwide Expansion): ขยายผลและจับมือพันธมิตรจัดงานไพรด์ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยปัจจุบันมีเครือข่ายความร่วมมืออย่างแข็งแกร่ง อาทิ เชียงใหม่ไพรด์, แม่สอดไพรด์, พัทยาไพรด์, และภูเก็ตไพรด์ เป็นต้น
3.ระดับโลก (Road to WorldPride): เพื่อแสดงศักยภาพ ความพร้อม และแรงสนับสนุนแบบองค์รวมจากภาคประชาชนทั่วประเทศ ในการขับเคลื่อนและนำประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลระดับโลกอย่าง Bangkok WorldPride ซึ่งล่าสุดประเทศไทยได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัด Bangkok WorldPride 2030
เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความยั่งยืน นฤมิตไพรด์และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันวางกลยุทธ์หลัก 4 ด้าน ประกอบด้วย กลยุทธ์การทลายศูนย์กลาง (Decentralization) เน้นการให้อำนาจและอิสระแก่ผู้จัดงานในท้องถิ่น ในการออกแบบและบริหารจัดการงานไพรด์ที่สอดรับกับวัฒนธรรม บริบททางสังคม และประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในจังหวัดของตนเอง โดยมีส่วนกลางคอยสนับสนุนทรัพยากร, พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) สร้างสะพานเชื่อมโยงผู้จัดงานท้องถิ่นเข้ากับหน่วยงานภาครัฐส่วนกลางและภูมิภาค เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) รวมถึงพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เพื่อผสานศักยภาพในการดำเนินงานละพลังการประชาสัมพันธ์สู่กลุ่มเป้าหมายโดยตรง, ผสานวัฒนธรรมและ Soft Power (Cultural Integration) นำรากเหง้าและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมพื้นถิ่นมาร้อยเรียงเข้ากับสัญลักษณ์สีรุ้ง เช่น การสอดแทรกเครื่องแต่งกายจากผ้าทอพื้นเมือง ดนตรีพื้นบ้าน หรือศิลปะท้องถิ่นเข้าไปในขบวนพาเหรด สร้างเป็น Soft Power ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวและแตกต่างกันในแต่ละจังหวัด, และ การขับเคลื่อนเชิงวิชาการและนโยบาย (Pride Forum & Advocacy) ขยายขอบเขตจากงานรื่นเริงสู่เวทีระดับปัญญาชน โดยใช้พื้นที่ของงานไพรด์ในแต่ละเมือง จัดกิจกรรมเสวนาเชิงนโยบายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านสิทธิมนุษยชน การแพทย์ เศรษฐกิจ และกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
สร้างผลลัพธ์เชิงบวกหลากมิติสู่ประเทศไทย
การเติบโตของเครือข่าย Pride City Network ไม่เพียงแต่สร้างความเปลี่ยนแปลงในมิติทางสังคมให้กับชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีและสร้างผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ประเทศไทยในหลากหลายมิติ ดังนี้ มิติเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชนและเมืองรอง ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ ทั่วโลก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ให้เดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายในจังหวัดภูมิภาค, มิติภาพลักษณ์บนเวทีสากล ปักหมุด Global Destination ตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะดินแดนแห่งเสรีภาพ การเปิดรับ และความเท่าเทียม (Inclusivity & Diversity) ในระดับนานาชาติ, มิติสังคมและความเท่าเทียม สร้างความเข้าใจในระดับฐานราก ลดอคติและการเลือกปฏิบัติทางเพศในชุมชนท้องถิ่น ช่วยสร้างความเข้าใจและเปิดกว้างในสถาบันครอบครัวต่างจังหวัด เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาสังคม
ทั้งนี้ในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือภาคีในการขับเคลื่อนจังหวัดนำร่อง เพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ “Pride City Network” มีผู้แทนจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ รวม 58 จังหวัดและเมือง ได้แก่ กระบี่ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยภูมิ ตรัง ตาก นครนายก นครพนม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ นนทบุรี บึงกาฬ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา พะเยา พัทยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก ภูเก็ต มุกดาหาร มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ยโสธร ยโสธร ร้อยเอ็ด ระนอง ลพบุรี ลำปาง ลำพูน สระแก้ว สระบุรี สงขลา สุพรรณบุรี สุรินทร์ สมุทรสาคร หนองบัวลำภู แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ อุดรธานี อุตรดิตถ์ และ อุบลราชธานี
อรรณว์ (วาดดาว) ชุมาพร กล่าวว่า: “Pride City Network กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า พลังสีรุ้งสามารถเยียวยา ฟื้นฟู และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชนได้จริง เมื่อท้องถิ่นเข้มแข็ง สังคมเปิดใจ ย่อมส่งผลให้ภาพรวมของประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่น่าอยู่ น่าท่องเที่ยว และน่าลงทุนที่สุดในสายตาชาวโลก เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเครือข่ายนี้จะเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งที่พามาร่วมเปลี่ยนอนาคตประเทศไทยไปด้วยกัน”








