กลับมาอีกครั้งกับเดือนแห่งความภาคภูมิใจ หรือ Pride Month ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยปีนี้ สยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารโกลบอลเดสติเนชันอย่าง สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของ ไอคอนสยาม และ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ผนึกกำลังกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ นฤมิตไพรด์ ผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival จัดมหกรรมเฉลิมฉลองตลอดเดือนภายใต้แคมเปญ “The Celebration: Right to Love 2026” พร้อมเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นเจ้าภาพ Bangkok World Pride 2030 อย่างเป็นรูปธรรม
คุณธณพร ตันติยานนท์
คุณธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามพิวรรธน์ยึดมั่นในการสนับสนุนและเห็นคุณค่าของความหลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสสำหรับผู้คนในทุกมิติ ทั้งด้านธุรกิจ การบริการลูกค้า สังคม และชุมชน บนพื้นฐานของความเสมอภาคและเท่าเทียม
พร้อมกันนี้ สยามพิวรรธน์ยังตั้งเป้าให้ทุกพื้นที่ในเครือเป็นศูนย์รวมคอมมูนิตี้ที่เปิดรับความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ เชื้อชาติ หรือวิถีชีวิต โดยยึดแนวคิด “อารยสถาปัตย์” ในการออกแบบพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม อีกทั้งยังประกาศจุดยืนสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมมาโดยตลอด โดยเฉพาะสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของไทยที่ร่วมมือกับ UNDP Thailand ในการสนับสนุนประเด็นด้านความเท่าเทียมทางเพศ
นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์ยังสนับสนุนการจัดงาน Bangkok Pride Festival อย่างต่อเนื่อง ในฐานะหนึ่งใน Pride Ecosystem ที่พร้อมผลักดันการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ Bangkok World Pride 2030
คุณธณพรกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในด้าน Pride Economy จากกิจกรรมและอีเวนต์ที่ตอบโจทย์คอมมูนิตี้ LGBTQ+ ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งสะท้อนกำลังซื้อและการมีส่วนร่วมในหลากหลายมิติ การตอกย้ำภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศที่เคารพความหลากหลาย จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
สำหรับปีนี้ สยามพิวรรธน์มุ่งเน้นการผลักดันแนวคิด “Road to Bangkok World Pride 2030” ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ทั้งนิทรรศการ Road to Bangkok World Pride การเป็นสถานที่จัด Bangkok Pride Forum รวมถึงการร่วมขบวน Bangkok Pride Parade พร้อมกิจกรรมเซอร์ไพรส์ตลอดงาน
ขณะที่สยามเซ็นเตอร์ ได้ร่วมงานกับ บุรินทร์ พันธุ์มาศ ศิลปินไทยระดับโลก ออกแบบ Art Installation ภายใต้ธีม “Celebration Right to Love” รวมถึงจับมือกับแบรนด์ไทยและแบรนด์ระดับโลกในทั้ง 3 ศูนย์การค้า สร้างคอลเลกชันพิเศษต้อนรับ Pride Month ตลอดเดือนมิถุนายนนี้
“การร่วมจัดงาน Bangkok Pride Festival ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลอง แต่คือการประกาศศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ Global Strategic Destination สำหรับคอมมูนิตี้ LGBTQ+ ทั่วโลก เพื่อต่อยอดสู่การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ Bangkok World Pride 2030 และพิสูจน์ว่ากรุงเทพฯ คือมหานครที่พร้อมเปิดรับความหลากหลาย ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” คุณธณพรกล่าว
คุณสุมา วงษ์พันธุ์
ด้านคุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ไอคอนสยามไม่ได้มอง Pride Month เป็นเพียงเทศกาลเฉลิมฉลอง แต่คือโอกาสสำคัญในการตอกย้ำบทบาทของไอคอนสยามในฐานะ “The Global Stage” เวทีระดับโลกที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนอย่างไร้ขีดจำกัด
ไอคอนสยามจึงเปิดตัวแคมเปญ “UNITY OF PRIDE: DIVERSE SERIES, ONE COMMUNITY หลอมรวมทุกความหลากหลาย สู่หนึ่งหัวใจแห่งความภาคภูมิใจ” ผ่าน 3 ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่
1. PRIDE THE WORLD ปักหมุดพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็น Pride Friendly Destination ระดับโลก พร้อมจัดการแสดงพลุสีรุ้งครั้งแรกของไทยเหนือโค้งน้ำเจ้าพระยา ในวันที่ 14 มิถุนายน 2569
2. TOGETHER WE PRIDE เดินหน้าส่งเสริมระบบนิเวศธุรกิจ Y-Economy ผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์วายให้เป็น Soft Power สำคัญของไทยสู่ตลาดโลก
3. POSITIVE PRIDE พื้นที่แห่งพลังบวกที่เปิดให้ทุกคนร่วมสัมผัส Rainbow Culture ผ่านกิจกรรมเที่ยว กิน ช้อป และนิทรรศการศิลปะจากกลุ่ม Queen Art Thailand และศิลปิน LGBTQ+ ที่สะท้อนความงดงามของความหลากหลาย
คุณสุมายังกล่าวถึงแนวคิด Universal Design ที่ไอคอนสยามให้ความสำคัญว่า ทุกพื้นที่ถูกออกแบบให้ทุกคนเข้าถึงได้จริง ตั้งแต่ท่าเรือ ทางลาด และเส้นทางสัญจรต่าง ๆ เพื่อให้ที่นี่เป็นพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
คุณอรรณว์ (วาดดาว) ชุมาพร
ขณะที่ คุณอรรณว์ (วาดดาว) ชุมาพร ประธานคณะทำงานบางกอกไพรด์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 ว่า ปัจจุบันเหลือคู่แข่งขันเพียง 2 ประเทศ คือ สเปน (บาร์เซโลนา) และไทย (บางกอก) หลังจากอังกฤษถอนตัวไปแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำ Proposal เพื่อเข้าสู่กระบวนการบิดดิ้งอย่างเป็นทางการ
พร้อมกันนี้ ฝั่งรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะทำงานระดับชาติขึ้นมาแล้ว เพื่อยกระดับการทำงานและผลักดันให้บางกอกไพรด์คว้าชัยในการโหวตเป็นเจ้าภาพ
สำหรับแนวคิด “Pitch the World with Pride” ในปีนี้ ใช้ธีม “Peace, People, Pride” เพื่อสะท้อนมุมมองว่าหากไม่มีสันติภาพ ก็จะไม่มีประชาชน และหากไม่มีประชาชน ก็ย่อมไม่มีความภาคภูมิใจ โดยต้องการยกระดับบางกอกไพรด์ให้เป็นมากกว่าประเด็นเรื่องเพศ แต่เป็นเวทีสะท้อนประเด็นระดับโลก ทั้งเรื่องเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียม
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ Bangkok Pride Forum กว่า 50 เวที ที่จะจัดขึ้นที่สยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ รวมถึง Bangkok Pride Awards ที่จะมอบรางวัลรวม 23 สาขา ขณะที่ขบวนพาเหรดจะเคลื่อนสู่สนามเทพหัสดิน พร้อมโชว์วัฒนธรรมไทยผ่านการแสดงหมอลำจากวงระเบียบวาทะศิลป์และประถมบันเทิงศิลป์ เพื่อสะท้อนว่า LGBTQ+ อยู่ในทุกพื้นที่ของสังคมไทย รวมถึงวัฒนธรรมพื้นบ้านด้วย
คุณอรรณว์ยังกล่าวถึงความท้าทายในอนาคตว่า แม้ประเทศไทยจะผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมมาแล้ว 1 ปี แต่ยังมีกฎหมายลูกอีกกว่า 50 ฉบับที่ต้องผลักดัน รวมถึงประเด็น “การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ” ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังจับตามองว่าไทยจะสามารถยกระดับสิทธิและความเท่าเทียมได้มากเพียงใด
พร้อมย้ำว่า หากไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 จะถือเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้รับเกียรติดังกล่าว และจะเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดประตูให้โลกได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเอเชีย ที่พร้อมสร้างแรงบันดาลใจด้านสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม และการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายให้กับหลายประเทศในภูมิภาคต่อไป








