เบื้องหลังรอยยิ้มและพลังสดใส ตี๋ วันพิชิต-ป๋อ ศุภการ เปิดใจแบบลึกซึ้งผ่านรายการ Woody Talk ถึงอีกด้านของทั้งคู่ความสัมพันธ์ มิตรภาพ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน และเรื่องแรงกดดัน การรับมือกับ Feedback ด้านลบ รวมถึงช่วงเวลาที่คอยเป็น Safe Zone ให้กันและกัน
ความฝันที่ได้มีโอกาสทำสิ่ง ๆ นี้เกิดขึ้นแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง ?
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : รู้สึกว่าเกินความคาดหมายไปแบบเยอะมาก ๆ เพราะว่าตอนแรกมันก็มีความคาดหวังในระดับหนึ่งที่แบบว่าเราอยากแบบ famous ขึ้นนิดหนึ่ง ดีใจมาก ๆ เลยที่ผลตอบรับขนาดนี้
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ดีใจที่ซีรีส์พาเรามาได้ไกลขนาดนี้ แล้วก็เป็นเรื่องแรกของพวกเราด้วยที่ได้รับบทนำ แล้วคนชอบด้วย
ความสุขที่ได้รับจากคนรอบข้างอะไรที่ได้ฟังแล้วมันชื่นใจ คำพูดแบบไหนบ้าง ?
ป๋อ ศุภการ : ผมว่าน่าจะเป็นการที่เขาบอกว่าเราทำให้เขาผ่านเรื่องแย่ ๆ ในแต่ละวันไปได้
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : เคยมีเหตุการณ์ครั้งหนึ่งเป็นงาน private talk พี่คนที่เข้ามาเขาเป็นมีทั้ง 2 แบบเลย มีทั้งคนที่เป็นหมอจิตแพทย์กับคนที่เป็นผู้ป่วย คนที่เป็นหมอเขาก็พูดว่า ตอนแรกไม่รู้จักตี๋ป๋อเลย แต่ว่ารู้จักได้เพราะว่าคนไข้ คนไข้เอาพวกเรา 2 คนไปนั่งดู เหมือนเป็นกำลังใจให้เขา แล้วเขาก็ไปคุยกับคุณหมอคนนี้ รู้สึกว่าเราทำให้เขายิ้มได้มากขึ้น
ถ้าถอดตัวเองออกมาเป็นคนดู อะไรในคาแรคเตอร์ของ 2 คนนี้ที่ทำให้คนที่ทุกข์อยู่กับชีวิตดูแล้วเบาลง อะไรในเรื่องนี้คือจุดที่ทำให้รู้สึกฮีลมากขึ้น ?
ป๋อ ศุภการ : ผมว่ามันเป็นคาแรคเตอร์ที่ connect กับคน ทั้งในความสัมพันธ์ทั้งกลุ่มเพื่อน ต่าง ๆ แล้ว ซึ่งตัวของด้วงเอง ทุกคนหลาย ๆ คนอยากจะเจอในชีวิตจริง
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ใช่ เพราะว่าด้วงเป็นแบบนิสัยดีมาก ธงเขียวมาก green flag สุด ๆ แล้วก็คือเขาเรียกได้ว่ากรมป่าไม้เลย
แล้วแฟนของเขา ต่างจากเขาที่เป็น green flag ยังไง ?
ป๋อ ศุภการ : ต่างกันเยอะเลย เพราะว่าฉินจะเป็นคนที่มีปมมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็มาปลดล็อกอะไรต่าง ๆ ได้เพราะด้วง
represent บางเรื่องของสังคมจริง ๆ ไหม คือมีคนเข้ามาแล้วเราบอกเขา relate ได้กับคาแรคเตอร์นี้ เขา relate ได้กับปัญหา ?
ป๋อ ศุภการ : ที่จริงผมมีอดีตเหมือนกันที่อาจจะคล้าย ๆ กับฉิน ในเรื่องของการ perform บนเวที โดนคอมเมนต์ว่าคุณไม่มีความเป็นศิลปินต่าง ๆ น่าจะเหมือนที่ฉินโดน ก็เลยรู้สึกว่าพอมีอะไรมาปลดล็อก อย่างในเรื่องก็อาจจะเป็นด้วงที่แบบเข้ามาปลดล็อกเรา ก็ทำให้เรามั่นใจขึ้น
อะไรปลดล็อกชีวิตจริง ?
ป๋อ ศุภการ : น่าจะเป็นเพื่อน ๆ ถ้าชีวิตจริงป๋อน่าจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่เราไม่ได้แล้ว ถ้าเราเสียตรงนี้ไปเราจบ แล้วมันมี 1 อาทิตย์ที่ผมอยู่กับวงทั้งอาทิตย์แล้วซ้อมทั้งวันทั้งคืน แล้วก็อยู่ ๆ ก็ปลดล็อกได้ ในเรื่องของการ Express เมื่อก่อนผมเป็นคนแบบนิ่งมาก ๆ คือเวลา perform คือแบบหน้าเดียว ปลดล็อกเรื่องนี้น่าจะประมาณ 3 ปี คืออยู่กับสิ่งนี้ประมาณ 9 ปีแล้ว เพิ่งมาปลดล็อกได้ประมาณ 3 ปีที่แล้ว
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ตลอดมาเขาจะเล่าเรื่องราววัยเด็กให้ฟังว่าเขาเคยเป็นเทรนนีมา คือเขาสู้มาตลอด
มีบางเรื่องไหมที่ก็ยังทำไปเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่อาจจะยังไม่เห็นอะไร ?
ป๋อ ศุภการ : เอาจริงการเป็นศิลปิน ตอนแรกผมก็ไม่เห็นเหมือนกัน เพราะว่าตอนแรกเข้ามาด้วยความที่อยากเป็นนักแสดง โอกาสมันมาทางศิลปินมาตลอดทั้งค่ายแรก ที่ค่ายแรกผมก็เทรนไปประมาณ 6 เดือนไม่ผ่านการประเมิน พัฒนาช้าเกินไปก็จบ แล้วก็ทำนู่นนี่ ทำวง ไปร้องคอรัสให้วงหนึ่งระหว่างนั้น แล้วก็มีอีกค่ายหนึ่งติดต่อมา ติดต่อมาให้ไปออดิชั่นแล้วก็ไปดู เราก็รู้สึกมีเต้นด้วย สิ่งที่เราไม่เคย ไม่เคยคิดว่าเราจะทำมาก่อนทั้งชีวิต เพราะรู้สึกว่าไม่น่ารอดกับสิ่งนี้ ยิ่งกว่าร้องเพลงอีก ก็เข้าไป audition ไม่คิดว่าจะผ่าน เพราะว่าตอน audition จำได้ว่าร้องไปสองประโยค ลืมเนื้อหมดเลย เต้นก็ยืนนิ่ง ๆ เต้นไม่เป็น ออกมาจากห้องออดิชั่นบอกแม่เลยว่ากลับเถอะ ไม่น่ารอด ไม่น่าผ่านหรอก แต่สรุปผ่านเฉย แต่ระหว่างการเทรนก็ได้อันดับล่างสุดมาตลอดเลย รู้ว่าเราอ่อนสุด มันจะมีตารางซ้อมของค่ายอยู่แล้ว แล้วก็ไปเรียนเพิ่มเองด้วยเพราะรู้สึกว่าตามเพื่อนไม่ทัน
อะไรคือพลังงานที่ทำให้เรา push ตัวเองขึ้นมาได้เรื่อย ๆ ในวันที่มันอาจจะไม่เหลือกำลังใจ ?
ป๋อ ศุภการ : ส่วนหนึ่งก็เพราะรู้สึกว่าทำมาขนาดนี้ อยากสู้ให้มันสุด ไหน ๆ เราก็เลือกแล้ว ผมว่ามันคือสิ่งที่เราชอบ แต่ตอนทำอาจจะยังไม่ได้มีความสุข
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : แต่ตี๋ว่าทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปเยอะมาก เพราะว่าด้วยสังคมเมื่อก่อนเขาอยู่กับการแข่งขันมาตลอด แต่ว่าทุกวันนี้มันอยู่ที่ความพยายามของเขาล้วน ๆ เลยมากกว่า วันแรกที่เจอจะนิ่ง ๆ แต่เรารู้สึกว่าเขาน่าแกล้งตัวขาว ๆ ใส่เสื้อเชิ้ตมา หน้าสดเลย เขาเป็นคนที่มาจากบอยแบรนด์ด้วย ก็เลยรู้สึกว่าน่าเข้าไปทำความรู้จัก น่าไปแกล้ง
อยากแกล้งตั้งแต่วันแรกที่เจอ ?
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : แค่อยากแกล้งเฉย ๆ
ป๋อ ศุภการ : เขาชอบแกล้งคนอื่น เอาจริง
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : จริง ๆ ชอบแกล้งคนอื่น แต่ว่าเป็นคนที่เราอยากอยากคุยด้วย ไม่เป็นกับทุกคนที่ครั้งแรกเราจะแกล้งเลย เขาก็งง ๆ จะมีท่าประจำที่ดึงหัว ดึงผม
ตี๋เข้าวงการยังไง ?
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : คือเริ่มจากที่รู้จักผู้จัดการ รู้จักครูเบิร์ดก่อน แล้วเขาได้แนะนำให้พี่ออฟ ก็เลยได้เข้าดูมันดิ (DoMunDi) มา พอเข้าดูมันดิ (DoMunDi) ก็ได้ทำหลายอย่างมาก ได้เข้ารายการ reality แต่พอเข้ารายการ reality ปีแรก ซีซั่นแรก ยังไม่มีพาร์ทเนอร์ แล้วก็วนมาเจอพี่ป๋อตอนซีซั่น 2 ก็เลยได้มีพี่ป่อเป็นพาร์ทเนอร์ แล้วก็เล่นกี่หมื่นฟ้า และมีวันนี้เลย ได้รางวัล Best Partner แล้วก็ได้เล่นด้วงกับเธอ
ถ้าให้พูดตรง ๆ แบบไม่ต้องเกรงใจ อีกคนคืออะไรในชีวิตคุณตอนนี้ ?
ป๋อ ศุภการ : สำหรับผม ตี๋เป็นสิ่งที่ balance ชีวิตผม ทำให้ชีวิต balance ขึ้น เรื่องในหัว ความเครียดอะไรต่าง ๆ การที่ผมคิดเยอะมาก ๆ ตี๋ทำให้ผม relax มากขึ้น สดใสมากขึ้น
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ถ้าพูดถึงตอนนี้ นิยามน่าจะเป็นคำว่า safe zone เหมือนที่พี่ป๋อเคยพูดตอน final EP หรือว่าในหลาย ๆ ครั้ง เพราะว่าตี๋เคยพูดแบบนี้หลายที่มาก ๆ ที่บอกว่าดีใจมากที่ได้ไปเป็นพาร์ทเนอร์พี่ป๋อ เพราะมันเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างมาก ทั้งทำให้โตขึ้น ทำให้อยากเก่งขึ้น หรือว่าทำให้เราตั้งใจทำงานมากขึ้น คือมันเปลี่ยนไปหมดเลยทุกอย่าง
อะไรที่เหมือนกันรู้สึกว่าคุยภาษาเดียวกัน ?
ป๋อ ศุภการ : ผมว่าที่จริงตอนแรกเลย ไม่คิดว่าจะเข้ากันได้ด้วยซ้ำ แต่เรายังมีความชอบเหมือนกัน คือการร้องการเต้น แล้วมันไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีความชอบนี้ในค่ายของนักแสดงที่เป็นหลัก เราก็เลยได้มีโอกาสได้ทำงานด้วยกันบางชิ้นงาน Cover อะไรต่าง ๆ ทำให้เรารู้สึกว่าอาจจะเข้ากันได้
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : เพราะว่าตอนที่ Friendship EP แรก ตอนที่ตี๋ไม่เลือกใครเลย หรือว่าเลือกรูปตัวเองขึ้นมา ตี๋ก็สัมภาษณ์ไปว่ารอตัวเองพร้อมกว่านี้ เพราะว่ารู้สึกว่าตอนนั้นเราไม่พร้อมอะไรเลย สกิลหรือว่าอะไรต่าง ๆ แล้วก็อยากเจอคนที่มีความชอบคล้าย ๆ เรา
ชอบศิลปินเหมือนกันไหม ?
ป๋อ ศุภการ : ตี๋ค่อนข้างชอบหลากหลาย ผมชอบ Pop R&B ฮิปฮอปบ้าง แต่ว่าอาจจะไม่เล่นลึกเท่าตี๋ ฟังทั้งสากลและเกาหลี
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ฟังหลายมาก ฟัง Pop R&B ฟังฮิปฮอป ออกแนวอินดี้เลยแบบ Sweet and Low เมื่อก่อนฟังเพลงบ่อย
ถ้ามีคอนเสิร์ตเกาหลีสักวงหนึ่งที่ทั้งคู่ต้องไปแน่นอน ?
ตี๋ตี๋ วันพิชิต / ป๋อ ศุภการ : สิ้นปีมี BTS
ป๋อ ศุภการ : ที่เราอยากไป อันนี้เป็นวงหนึ่งที่ชอบเหมือนกัน
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : แล้วก็มี NCT น่าจะเป็นแบบสิ่งที่เราชอบเป็นพื้นฐาน การร้องการเต้น
มีอะไรที่เขามีแล้วคุณไม่มี ?
ป๋อ ศุภการ : ความสดใสแล้วกัน พลังงานผมมีน้อย
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ความนิ่ง บางทีเขาจะมีสติกว่าเราเยอะมากเลย บางทีเรา alert มาก ๆ จนเราไม่มีสติ ไม่มีสมาธิ
คิดว่าอะไรคือความมีเสน่ห์ที่สุดของเขา ?
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : จริง ๆ ตี๋ชอบบอกว่าตี๋ชอบตาเขา แล้วก็ถ้าเป็นนิสัยจริง ๆ ชอบอยู่แล้วที่เป็นความนิ่งแบบนี้ เพราะว่ารู้สึกสิ่งนี้ที่ทำให้ในหลาย ๆ
#WoodyxTeeteePor #ตี๋ตี๋ป๋อ #TeeTeePor #twnpich #porsuppakarn #ตี๋ตี๋วันพิชิต #ป๋อศุภการ #siamrathonline








