ดนตรี / วรรณากร
ยังไม่ทันได้เขียนถึงงานชุดล่าสุดของ “สาวแจ๊สแห่งเจเนอเรชัน Z” ที่ชื่อว่า A Matter Of Time ซึ่งออกมาในช่วงใกล้ท้ายปีที่แล้ว ศิลปินลูกผสมจีน-ไอซ์แลนด์แสนขยันอย่าง เลเวย์ (Laufey) ก็จับงานชุดนี้ไปปรับปรุง กลายเป็นฉบับเดอลุกซ์ที่ชื่อว่า A Matter Of Time: The Final Hour และเมื่อไม่นานมานี้ เธอก็เพิ่งมีผลงานหนังสือนิทานน่ารักๆ ออกมาหนึ่งเล่มชื่อ Mei Mei The Bunny (น้องสาวกระต่ายน้อย)
ซ้ำยังมีข่าวดียิ่งกว่านั้นสำหรับคนที่เป็นแฟนเพลงบ้านเรา เพราะเธอกำลังจะมาเปิดคอนเสิร์ตวันสิ้นเดือนนี้ที่ประเทศไทย
ดูเหมือนเลเวย์จะชื่นชอบการนำงานเดิมมาเติมสีสันใหม่ เพราะหลังจากออกผลงานชุดที่แล้วที่ชื่อว่า Bewitched ได้ไม่นาน เธอก็มีเวอร์ชันพิเศษที่ชื่อว่า Bewitched: The Goddess Edition ออกตามมา
เดิมที A Matter Of Time ซึ่งเป็นผลงานแบบสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ของเลเวย์ ก็ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากอยู่แล้ว ยังไม่นับว่าอัลบั้มนี้ทำให้เธอคว้ารางวัลแกรมมี่ปีล่าสุดในสาขา Best Traditional Pop Vocal Album มาครองเป็นสมัยที่ 2 อีกทั้งประสบความสำเร็จในชาร์ตเพลงยอดนิยมทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
นอกเหนือจากเพลงที่ได้รับความนิยมของอัลบั้มนี้อย่าง “Silver Lining”, “Snow White”, “Tough Love”, “Lover Girl” ในอัลบั้มเวอร์ชันพิเศษ เธอยังเพิ่มเพลงเข้าไปอีก 4 เพลงด้วยกัน ซึ่งมีเพลงดังอย่าง “Madwoman” รวมอยู่ด้วย
เมื่อนำรวมกับอีก 3 เพลงที่เหลือ (“How I Get”, “I Wait, I Wait, I Wait”, “I’ll Forget About You (In Time)”) ซึ่งอยู่ในโทนหม่น มีผลทำให้ภาพรวมของอัลบั้มมีความดิ่งลึกทางอารมณ์มากกว่าเดิม จากเดิมที่ A Matter Of Time เป็นอัลบั้มป็อป-แจ๊สที่ให้บรรยากาศฟุ้งฝันและโรแมนติกที่อลังการ
ในอัลบั้มนี้ เลเวย์ใช้โอกาสโชว์เสียงและลีลาการร้องของเธอได้อย่างโดดเด่นขึ้น ขณะที่เนื้อร้องของเธอก็เฉียบคมขึ้นตามวัย ไม่ได้มีแต่เรื่องรักใคร่เพียงอย่างเดียว แต่ยังพูดถึงความสัมพันธ์ที่เจ็บปวดระหว่างเพื่อนและการสูญเสียตัวตน เมื่อประกอบกับเสียงร้องที่ทั้งอ่อนไหวเปราะบาง แต่ไม่ขาดซึ่งพลัง จึงทำให้อัลบั้มนี้กลายเป็นงานเพลงที่ไม่อาจมองข้ามอีกชุดหนึ่งของเลเวย์
ขอบคุณภาพจาก : Facebook / laufeymusic








