ดนตรี / ทิวา สาระจูฑะ
ในบรรดายอดฝีมือที่ถูกพูดถึงค่อนข้างน้อยบนหน้าสื่อ เดฟ เมสัน ก็คงเป็นหนึ่งในนั้น อาจเป็นเพราะนอกจากออกอัลบั้มและทัวร์คอนเสิร์ตแล้ว เขาไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณะมากนัก ถ้าเป็นสำนวนคอลัมนิสต์ต่างประเทศ อาจจะบอกว่า เมสัน คือยอดมือกีตาร์และนักร้องที่ most underrated
เมื่อปี 2024 เมสันประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตเนื่องจากปัญหาสุขภาพ แต่แล้วในปีถัดมาเขาก็ประกาศเกษียณจากการทัวร์โดยสิ้นเชิง แม้เบื้องต้นวางแผนไว้ว่าจะวางตารางทัวร์ใหม่ เมสันบอกว่าถึงสุขภาพจะไม่พร้อมสำหรับการทัวร์ เขาจะยังคงสร้างผลงานเพลงใหม่ ๆ ต่อไป
แต่แผนการนั้นไม่เกิดขึ้น เพราะในที่สุดเขาก็เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2026 ที่ผ่านมาในวัย 80 ปี
เมสันเกิดที่วอร์เซสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งวง แทรฟฟิก (Traffic) วงร็อกดาวรุ่งที่ถูกจับตาอย่างมาก เพราะรวมไว้ด้วยนักร้อง/นักดนตรีหนุ่มฝีมือฉกาจ 4 คน ได้แก่ เดฟ เมสัน – กีตาร์/เบส, สตีฟ วินวูด – คีย์บอร์ด/กีตาร์/เบส, จิม คาพาลดี – กลอง/คีย์บอร์ด และ คริส วูด – คีย์บอร์ด/ฟลูต/แซกโซโฟน ทั้งหมดอยู่ในวัย 20 ต้น ๆ ยกเว้น วินวูด ที่อายุเพียง 19 ปีในตอนนั้น
หลังจาก 2 อัลบั้มแรก - Mr. Fantasy (1967) และ Traffic (1968) ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากบรรดานักฟังและนักวิจารณ์มากมาย เมสันก็แยกตัวออกจากวงด้วยความแตกต่างทางแนวคิดดนตรี แต่ยังมีเพลงที่เขาเล่นและร้องอยู่ในอัลบั้มที่ 3 ของวง คือ Last Exit (1969)
ช่วงปี 1968-1970 เมสันไปช่วยเพื่อน ๆ ศิลปินหลายราย เช่น อัดเสียงกีตาร์อะคูสติก 12 สายในเพลง "All Along the Watchtower" และร้องประสานใน "Crosstown Traffic" ของ จิมมี เฮนดริกซ์, เป่าปี่เชห์ไนและกลองเบสใน "Street Fighting Man" ของ เดอะ โรลลิง สโตนส์, เล่นกีตาร์และร้องประสานในอัลบั้ม All Things Must Pass ของ จอร์จ แฮร์ริสัน และอัดเสียงช่วงแรกให้ ดีเร็ก แอนด์ เดอะ โดมิโนส์
จากนั้นจึงได้ออกผลงานเดี่ยวชุดแรกของตนในปี 1970 ชื่อ Alone Together เขาออกอัลบั้มเดี่ยวจากสตูดิโอมาทั้งหมด 15 ชุด นอกนั้นก็มีอัลบั้ม Dave Mason and Cass Elliot คู่กับ แคสส์ เอลเลียต นักร้องจากวง เดอะ มามาส์ แอนด์ ปาปาส์ และอัลบั้มแสดงสดอีก 7 ชุด
ในจำนวนอัลบั้มทั้งหมด มีที่ได้รับแผ่นเสียงทองคำขาว 1 ชุด คือ Let It Flow (1977) และได้รับแผ่นเสียงทองคำ 3 ชุด ได้แก่ Alone Together (1970), Dave Mason (1974) และ Mariposa de Oro (1978)
ช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1970 เป็นช่วงที่เขามีความเคลื่อนไหวมากที่สุดและเฟื่องฟูที่สุดในอาชีพดนตรีของตน ออกตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่องกับวงแบ็กอัปที่มี จิม ครูเกอร์ - กีตาร์, ไมค์ ฟินนิแกน – คีย์บอร์ด, เจอรัลด์ จอห์นสัน – เบส และ ริก เจเกอร์ – กลอง ซึ่งก็ได้ร่วมบันทึกเสียง Let It Flow อัลบั้มที่ประสบความสำเร็จทางการขายมากที่สุดของเขา กับเพลงฮิต "We Just Disagree", "So High (Rock Me Baby and Roll Me Away)" และ "Let It Go, Let It Flow"
อัลบั้มถัดมา Mariposa de Oro (1978) เขานำเพลง "Will You Still Love Me Tomorrow" ของ แครอล คิง มาเรียบเรียงและบันทึกเสียงใหม่ ก็ขึ้นไปติดในท็อป 40 และซิงเกิลนี้ก็ได้แผ่นเสียงทองคำด้วย
ในทศวรรษ 1980 เมสันออกอัลบั้ม 3 ชุด แต่ในทศวรรษถัดมา เขาไม่ได้ออกผลงานจากสตูดิโอเลย จนเข้าปี 2000 จึงกลับมาออกอีก 5 อัลบั้ม โดยมี A Shade Of Blues ในปี 2023 เป็นชุดหลังสุด แต่ตอนกลางทศวรรษ 1990 เมสันก็มีช่วงเวลาสั้น ๆ เข้าร่วมวง ฟลีตวูด แม็ก และออกอัลบั้ม Time รวมกับพวกเขา
การทิ้งระยะห่างของการออกผลงานอัลบั้มของ เมสัน ก็เหมือนศิลปินจากหลายทศวรรษก่อน แต่ก็ยังได้รับการตอบรับจากการทัวร์ และเมสันเองก็ขยายเส้นทางอาชีพด้วยการร่วมก่อตั้งบริษัท RKS Guitars ร่วมกับเพื่อนนักออกแบบอุตสาหกรรม ราวี ซอว์นีย์ ซึ่งไม่เพียงได้รับคำชื่นชมและรางวัลในการออกแบบ ศิลปินชื่อดังระดับโลกหลายคนก็ใช้กีตาร์ อาร์เคเอส
บางที การบอกเล่าเรื่องราวของ เดฟ เมสัน ที่มาพร้อมข่าวความตายของเขา อาจจะทำให้คนรุ่นใหม่อยากรู้จักและแสวงหาผลงานเขามาฟัง เพื่อจะได้รู้ว่าคนที่มีฝีมือมากกว่าชื่อเสียงมีอยู่จริง และ เดฟ เมสัน ก็คือหนึ่งในนั้น
ขอบคุณภาพจาก ไอจี davemasonmusic
#DaveMason #RockLegend #TrafficBand #ClassicRock #ตำนานเพลงร็อก #มือกีตาร์ระดับโลก #ศิลปินในตำนาน #เพลงยุค70 #UnderratedArtist #ดนตรีคลาสสิก #siamrthonline








