เปิดใจเปิดปากที่แรก “ร็อคกี้ สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ” ลูกชาย “สุรชัย สมบัติเจริญ” วันนี้ควงคุณแม่ “เจี๊ยบ” และน้องสาว “ดิ๊งค์ กมลชนก” มาเคลียร์ทุกประเด็น หลังพ่อเปิดตัวภรรยาอีกคนที่อเมริกา พร้อมเผยว่านี่คือภรรยาที่จดทะเบียนมานาน 40 ปี ไม่เคยหย่าร้าง พร้อมเผยความรู้สึกหลังโดนโพสต์แซะไม่ใช่ลูก ไล่ให้ไปเปลี่ยนนามสกุล พร้อมเผยความจริงที่เก็บมานานถึง 47 ปี ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
พอได้เห็นโพสต์สุรชัย คิดยังไงบ้าง?
ร็อคกี้ : ผมไม่ได้เห็นคนแรก เรามีกรุ๊ปครอบครัว ผมมาทำงาน น้องก็เอามาลง ในมุมความเป็นผู้หญิง แม่เอย น้องสาวอีกสามคน เขารู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แต่ด้วยความเราเป็นผู้ชาย เรามีมุมมองอีกแบบ เราก็พยายามบอกคนอื่น ผมบอกเรื่องจริง นี่คือการออกรายการครั้งแรกที่ผมไม่อยากออกเลย จริงๆ แล้วเราไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้เลยนะ มันไม่มีใครได้ มันมีแต่เสียกับพวกเรา คนที่เราพูดถึงพูดตรงๆ ก็คือพ่อ ไม่มีลูกคนไหนหรอกอยากเห็นพ่อตัวเองโดนด่า สองปีที่ผ่านมา จริงๆ มีอะไรมาอยู่เรื่อยๆ มีคนโน้นคนนี้ส่งมาคล้ายๆ แบบนี้อยู่เรื่อยๆ ผมพยายามบอกคนที่ส่งมาให้ดูว่าถ้ารักกัน ผมขอนะ ผมข้ามผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว ผมไม่อยากเห็น ไม่อยากรับรู้อะไร
ก่อนหน้าวันนี้ จริงๆ มีโพสต์อย่างอื่นมาก่อนแล้ว?
ร็อคกี้ : ใช่ ผมบอกว่าผมไม่อยากรับรู้อะไร ถ้าพ่อมีความสุขก็ดี ผมก็บอกทุกคนว่าเราอย่าไปยุ่งกับเขาดีกว่ามั้ย เราก็อยู่ในโลกของพวกเรา ทุกวันนี้พวกเราก็มีความสุขดีอยู่แล้ว เราผ่านเรื่องนี้ไปแล้วเหมือนกัน มันกลายเป็นสะใจชาวบ้าน สุดท้ายเป็นเราหรือเปล่าที่ต้องมานั่งจมอยู่กับเรื่องนี้ ช่างมันเถอะ นี่คือวันแรก คิดว่ามันจะผ่านไปเหมือนที่เคยผ่านมา แต่ครั้งนี้มันไม่ มีหลายที่เอาไปเล่นกันต่อ จนเรื่องเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนแม่กับน้องเริ่มไม่สบายใจแล้ว ผมก็เลยบอกว่าเอางี้แล้วกัน ผมขออนุญาตไม่ตัดสินใจ ถ้าถามผม ผมขออยู่เฉยๆ อยู่นิ่งๆ แล้วไปต่อ เหมือนหยิกเล็บเจ็บเนื้อ แม้วันนี้พ่อไม่เห็นผมเป็นลูกก็แล้วแต่ แต่สุดท้ายทุกคนตัดสินใจว่าอยากออกมาพูด อยากตอบในมุมเขากันเอง ผมก็โอเค งั้นพูดครั้งเดียวแล้วให้จบเลย หลังจากวันนี้ ถ้าสมมติว่ามีการฟาดอะไรกลับมา หรือมีข้อความหรือมีอะไรพูดถึงในบ้าน รวมถึงผมด้วยไม่ดี ผมขอไม่ตอบแล้ว ผมขอจบแค่นี้แล้ว และพวกผมก็ขอใช้ชีวิตต่อไป นั่นแหละเราถึงมาเจอกันวันนี้
พออดีตสามีโพสต์แบบนั้น แม่เจี๊ยบเห็นแล้วรู้สึกยังไง?
แม่เจี๊ยบ : พอเห็นปั๊บก็คิดถึงลูกก่อนเลย แม่มีลูกชายหนึ่งคน ลูกสาวสามคน เขาคงเสียใจ ว่าตัวเขาคืออะไร ตลอดเวลา 47 ปีของแม่ ที่ไม่พูดอะไรเลยทั้งสิ้นในเรื่องที่ผ่านมา วันนี้สร้างความเจ็บปวดให้ลูก วันนี้แม่จึงขอพูดค่ะ
น้องดิ๊งค์ น้องคนเล็ก เห็นข้อความแล้วรู้สึกยังไง?
ดิ๊งค์ : เสียใจ เราเป็นลูกคนเล็ก ปีนี้ 32 แล้วค่ะ 40 ปีคืออะไร (เสียงสั่นเครือ) แล้วหนูมาจากไหนเหรอ ตอนนี้คำถามเต็มหัว
ร็อคกี้ : เขารู้สึกเยอะหน่อย เพราะเขาเป็นลูกสาวคนเล็ก เขาสนิทกับพ่อมาก เราเป็นผู้ชาย คนโตด้วย ก็จะเป็นอีกแบบนึงออกแนวผู้ชาย แต่เขาเป็นลูกสาวคนเล็กอยู่กับพ่อ ใกล้กับพ่อ
ดิ๊งค์ : ตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา (เสียงสั่นเครือ)
ประโยคที่ทำให้น้องดิ๊งค์เจ็บที่สุด มีคนคอมเมนต์แล้วพ่อไปตอบว่าที่เห็นคือหน้าที่และภาระที่ทำจบแล้ว?
ดิ๊งค์ : อยู่ในหัวหนูมาเต็มเลยตอนนี้ แล้วที่ผ่านมามันคืออะไร สำหรับความเป็นลูกนะ หนูยังเป็นลูกพ่อเสมอจนถึงวันนี้ หนูเห็นเขามีความสุข หนูก็รักเขา แล้วที่เห็นหน้าที่และภาระที่ทำจบไปแล้ว หนูคือลูกหรือเปล่า หรือเป็นใครคะ แค่นั้นเลย มันสั้นๆ เลย
ร็อคกี้ : เขารักพ่อมาก มีความมุ้งมิ้งกันเยอะ เขาเลยเสียใจว่าเขาคือภาระพ่อเหรอ
แม่เจี๊ยบ : ชื่อเขาพ่อเป็นคนตั้ง
ร็อคกี้ : ชื่อกมลชนกแปลว่าดวงใจของพ่อ
ดิ๊งค์ : พ่อตั้งให้หนูเอง กมลชนกค่ะ
ได้ส่งข้อความหาคุณพ่อมั้ย หรือพ่อส่งข้อความมาหามั้ย ได้คุยกันมั้ย?
ดิ๊งค์ : ไม่มีค่ะ
ร็อคกี้ : เราไม่ได้ติดต่อพ่อมานานพอสมควร เป็นปีแล้ว บางคนคงงง ไม่โทรคุยกันเหรอ แต่ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว
ดิ๊งค์ : มันมีเหตุค่ะ
พอในโซเชียลมีเรื่องคุณพ่อเปิดตัวภรรยาจดทะเบียน 40 ปี ทำให้คนมองฝั่งครอบครัวแม่เจี๊ยบ หรือจริงๆ แล้ว แม่เจี๊ยบเป็นเมียน้อยหรือเปล่า?
แม่เจี๊ยบ : มันหมื่นล้านคำพูด มันเรียงไม่ถูก แม่เป็นเมียน้อยหรือเปล่า แต่แม่รู้ว่าแม่อยู่กับเขามาตั้งแต่พศ. 2522 มีลูก ลูกทุกคนเขาจดทะเบียนรับรองบุตรถูกต้อง แต่สมัยก่อนนักแสดงลุกมาแต่งงานก็ไม่ได้ เขาต้องแอบ
ร็อคกี้ : ตอนผมคลอด ต้องไปแอบคลอดในสถานพยาบาลเล็กๆ หน้าห้องแม่ต้องใช้ชื่อคนอื่น นี่คือสิ่งที่ยายเล่า ถ้าเป็นคุณพ่อสุรชัยในยุคนี้ เกิดต่ำๆ ต้องบำรุงราษฎร์ หรือ BNH ผมต้องไปเกิดในรพ.เล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก หน้าห้องต้องเปลี่ยนชื่อ
แม่เจี๊ยบ : แม่ต้องแอบไปหาหมอตอนกลางคืน ดึกๆ ไม่เคยลงจากบ้านเลย ไม่ให้ชาวบ้านเห็นว่าท้อง ไม่เคยมีใครเห็นตัวแม่เลยตั้งแต่วินาทีแรก ไปหาหมอก็เปลี่ยนชื่อ แต่พอถึงวันที่ร็อคกี้คลอด เขาก็ไปเยี่ยม มีใบรับรองบุตรตามปกติ ที่เป็นชื่อเขา จดทะเบียนรับรองบุตรปกติ มีชีวิตแบบนี้ ต้องวางตัวอีกแบบในการเป็นครอบครัวศิลปิน ซึ่งสมัยนี้สนุกกว่าเยอะเลย สมัยก่อนไม่ได้เลย ร็อคกี้เรียกพ่อไม่ได้ ต้องเรียกว่าป๋า
มีความคลุมเครือ ฝั่งโน้นบอกจดทะเบียนมา 40 ปี แม่บอกคบตั้งแต่ 22 ถึงวันนี้ก็ 47 ปี ล่าสุดคุณพ่อโพสต์ร่ายยาวซัดกลับร็อคกี้ บอกว่าไม่คิดว่าร็อคกี้เป็นลูก อยากให้ไปเปลี่ยนนามสกุล เพราะรังเกียจ?
ร็อคกี้ : ผมเห็นประโยคนี้ก็เจ็บจี๊ดแหละ แต่ผมมองเจตนาของพ่อนะ พ่อคงอยากให้ผมเสียใจแหละ ถ้าถามว่าเสียใจมั้ยเสียใจแล้วพ่อ
เขาอยากให้เสียใจเพราะอะไร?
ร็อคกี้ : หลังๆ พ่อเป็นแบบนี้กับผมหนัก อยากให้ผมเสียใจแหละ แต่ผมเคยโดนพ่อว่าแบบนี้มาแล้ว ผมเลยรู้สึกว่าไม่เป็นไร ก็แค่อีกครั้งที่พ่อว่า แค่นั้นเอง เวลาเขาโกรธก็ชอบพูดแบบนี้แหละ ไปเปลี่ยนนามสกุลเลยไป ก็เจอมาในระยะหลังๆ ไม่ได้เจอมาทั้งชีวิต ผมก็คิดว่าคงเป็นอีกครั้งที่พ่อคงอยากทำให้เราเสียใจ ก็ไม่เป็นไร
แม่เจี๊ยบมองยังไง?
แม่เจี๊ยบ : ก็รู้สึกว่าเขาคงคิดหาวิธีนั่นแหละอยากให้เสียใจแบบที่ร็อคกี้ว่า ตั้งแต่ลูกเกิดมา ลูกๆ ก็อยู่ในแวดวงญาติมิตรปกติ ตอนนี้คงมีอารมณ์อยากให้เจ็บบ้าง
ในวิกิพีเดีย ตามข่าว มีคนเข้าไปเปลี่ยนข้อมูลเอง มันยังไง?
ดิ๊งค์ : หนูเป็นคนทำวิกิพีเดีย หนูกับพี่สาวคอยดูวิกิพีเดียตั้งแต่ไหนแต่ไร หนูไปคอนเสิร์ตทำกิจกรรมทำรายการ เราดูแลโซเชียลให้เขาเป็นปกติมาโดยตลอด ซึ่งเพิ่ง 2-3 ปีนี้แหละค่ะที่เห็นว่าข้อมูลมันเปลี่ยนไป
ใครก็เข้าไปเปลี่ยนได้ บางอันอาจจริง บางอันอาจไม่จริง ล่าสุดมีคนเข้าไปเปลี่ยนว่าไปอยู่ต่างประเทศกับเมีย...ต้องมีคนสงสัยว่าใครเป็นคนเปลี่ยน?
ร็อคกี้ : ฟันธงว่าไม่ใช่พวกผมแน่นอน ใครเปลี่ยนก็ได้
ดิ๊งค์ : จริงๆ ดูได้นะคะหลังบ้านว่าใครเปลี่ยน
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ที่เขาโพสต์ร่ายยาว วิกิพีเดีย เขาบอกว่านี่ไม่ใช่การพิมพ์ของคุณพ่อหรือเปล่า?
ร็อคกี้ : ตอนแรกผมคิดอย่างนั้น พ่อว่าผมไปด้อยค่าพ่อ ด้วยความที่ดิ๊งค์ทำให้ทั้งหมด น้องทำให้ทั้งหมด ทุกคนคอยดูแลเหมือนเป็นแบ็กอัพให้พ่อ ผมเลยคิดว่าพ่อไม่น่าจะทำล่ะมั้ง ผมไม่ได้ตั้งใจด้อยค่าพ่อ พ่อเป็นคนเก่ง เมื่อก่อนเลี้ยงดูพวกเรามาได้ถึงขนาดนี้ ผมก็เลยคิดว่าคนอื่นเป็นคนเปลี่ยน
ดูจากไลฟ์สไตล์คุณพ่อ ที่ไม่ได้เป็นคนเล่นโซเชียล?
ดิ๊งค์ : ปกต์ไปซื้อโทรศัพท์ ทำเน็ต ก็เป็นเราดูแลตลอด
เมื่อคืนพ่อออกมาไลฟ์สด โต้เรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาตั้งใจพิมพ์ชื่อร็อคกี้ ไม่มี ทร์ เพราะร็อคกี้ไม่ปกติ เลยเขียนแบบนั้น ไม่ได้ซื้อแอด ยิงแอดเหมือนที่ทุกคนพูด?
ร็อคกี้ : ส่วนตัวก่อนเลยนะครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าเอ๊ะคืออะไรเหรอ ไม่มี ทร์ ไม่ปกติยังไง ผมก็ใช้ชีวิตปกติ ทำงาน ดูแลแม่ ดูแลน้อง ดูแลครอบครัวตัวเอง ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไม่ปกติยังไง เอาตรงๆ พูดตรงๆ ผมงง ไม่เข้าใจว่าพ่อพยายามสื่อสารอะไร แต่ไม่เป็นไร เราไม่ได้อยากมาฟาด แม่กับน้องอยากพูดผมมาเป็นเพื่อนน้องเฉยๆ ผมเป็นผู้ชายคนเดียวในบ้านแล้ว ต้องออกมาดูแลแม่ดูแลน้อง
อยากยกหูติดต่อขอคุยกับคุณพ่อมั้ย?
ร็อคกี้ : พูดแล้วเหมือนโง่นะ แต่ผมไม่รู้จะติดต่อยังไงจริงๆ ผมเจอพ่อครั้งสุดท้าย 2 ปีที่แล้วที่ศาล
โดนฟ้องเหรอ?
ร็อคกี้ : แม่โดนฟ้องโดยพ่อนั่นแหละ สองปีได้แล้ว นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ได้เจอพ่อ ก็ไม่รู้จะคุยกับพ่อยังไง ผมก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ มันติดต่อไม่ได้ มันหยิกเล็บเจ็บเนื้อ วันนี้พอแล้วนะ
พ่อบอกทั้งหมดคือหน้าที่และภาระ เขามีความทุกข์ เขาใช้คำนี้ รู้สึกยังไง?
ดิ๊งค์ : หนูว่าตอนนั้นก็มีความสุขดีนะคะ ตลอดทั้งชีวิตพ่อก็ไม่ได้ดูมีความทุกข์ เรายังไปเที่ยว ไปกินหมูกระทะ ไปดูหนังทุกอาทิตย์ ไปเฟซออฟทุกคนก็เห็นหนู วันที่คุณย่าเสีย หนูพาเขาออกจากรพ. ตัดสายน้ำเกลือวิ่งออกจากรพ. ไปหาคุณย่าให้เร็วที่สุด หนูเป็นคนขับรถ พี่ร็อคกี้ประสานวัดทั้งหมด เราอยู่ด้วยกันที่วัด 7 วัน ทุกช่วงเวลามีเราตลอด แล้วไม่ได้มีแค่หนู คุณแม่ก็อยู่ตลอดเช่นกัน แค่เฟซบุ๊กหนูถ่ายไป ก็มีเขาไปรับไปส่ง หนูประกวดนางสาวไทยเขาก็ไป หนูรับรางวัลเขาก็ไป ไม่เห็นกิจกรรมไหนเลยที่เขาไม่ไป และไม่มีกิจกรรมไหนเลยที่เขาไม่มีความสุข
พ่อบอกใครเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันแน่ ถ้าเป็นเจ้ากรรมนายเวรแล้วจะมาเจอกันทำไม?
แม่เจี๊ยบ : ที่เห็นทั้งหมด ก็มีคำถามเดียว ไม่มีคำสวยหรอก มีแต่คำว่า อิหยังวะ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ทุกอย่างเราปล่อยไปหมดแล้ว เขาต้องการอะไร เราให้เขาตามที่ขอหมดแล้ว 2 ปีแล้วนานมากแล้ว วันนี้เขาต้องการอะไรเหรอ
คำว่าชายโฉดหญิงชั่ว พ่อยังด่าได้ขนาดนี้ คนในสังคมวิจารณ์เรื่องนี้?
ร็อคกี้ : ผมผิดเอง ขอโทษพ่อนะครับ แล้วก็ขอโทษทุกคนด้วย ที่รู้สึกไม่ดีกับคำพูดนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจจะด่าจะว่าขนาดนั้นหรอก ผมจัดรายการวิทยุทุกเช้า ทอล์กข่าวสารบ้านเมือง ข่าวดาราบ้าง วันนั้นผมก็ไม่รู้ รายการเราเป็นรายการสด ไม่ได้เตรียมสคริปต์ก่อน สารภาพวันนั้นผมมาสาย เพราะผมคุยข้อความว่าเราจะเอายังไงกับเรื่องนี้กันต่อดี ผมวิ่งเข้ารายการ ก็อ้าว เล่นกันเองซะแล้ว ผมพยายามพูดถึงอย่างอื่น ผมก็บอกว่าว่าฝน ว่าฟ้า ว่าหมา ว่าแมว สุดท้ายมันก็วกมาที่พ่อ เช้าวันนั้นผมยังตัดสินใจอยู่เลยว่าไม่พูดอะไรทั้งนั้น เรื่องจะจบตรงนั้น ว่าอะไรก็ว่าไป ว่าคนไม่ดีนั่นแหละ แต่สุดท้ายคนจัดรายการด้วยก็พยายามวกๆ มาอยู่ดีๆ ผมก็คิดว่าผมไม่ควรพูดอะไรแบบนี้ ควรเบากว่านี้แล้ว เพราะตอนนั้นผมก็ไม่ได้สื่อว่าพ่อด้วยซ้ำไป
สุดท้ายมันวกกลับมาทำร้ายเราเอง?
ร็อคกี้ : ใช่ครับ ผมเสียใจนะ และขอโทษจากใจจริงด้วย
พ่อบอกว่าวันนี้ที่ทั้งสามท่านมาออกรายการคุยแซ่บโชว์ต้องการหาแสง?
แม่เจี๊ยบ : ถ้าเราอยากหาแสง มันหาได้นานแล้ว หลายปีแล้ว เรื่องมันจบไปตั้งนานแล้วค่ะ ถ้าอยากจะพูด พูดตอนนั้นมันแซ่บกว่านี้เยอะ รายการมีอีก 3 ชม.มั้ยคะ (หัวเราะ)
คุณพ่อพาดพิงแม่เจี๊ยบ ว่าจริงๆ แล้วเป็นนักเรียนนอก แต่จริงๆ ไปเรียนไม่กี่วัน คุณพ่อสุรพล ไม่ได้รู้จักคุณแม่ของแม่เจี๊ยบ แม่เขาไม่ได้เคยมาสู่ขอแม่เจี๊ยบด้วย?
แม่เจี๊ยบ : ในส่วนของแม่ แม่เข้าใจ คนเราไม่รักแล้วไม่มีอะไรดีหรอกค่ะ เขาอยากพูดอะไรก็พูดไป เขาไม่พูดถึงเราดีๆ แม่เข้าใจจริงๆ ไม่ได้ประชดหรืออะไร ส่วนเรื่องคุณยายเป็นเพื่อนคุณปู่สุรพลมั้ย คุณปู่ไม่อยู่แล้ว เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ไป คุณแม่คุณย่าเคยไปมาหาสู่ที่บ้านมั้ย คุณย่าเคยมา แต่มาด้วยเหตุผลอะไร ขออนุญาตไม่พูด เพราะท่านไม่อยู่แล้ว แต่ถ้าวันนึงสุดจริงๆ ก็ค่อยว่ากัน
อดีตสามีบอกว่าเขาจดทะเบียนกับผู้หญิงคนนี้มา 40 กว่าปี ก่อนหน้านี้แม่เจี๊ยบรู้เรื่องผู้หญิงคนนี้มาก่อนมั้ยว่าเขามีตัวตน?
แม่เจี๊ยบ : ตอนแรกไม่รู้เลย แต่วันดีคืนดี มีคนติดต่อเข้ามาบอกว่าเป็นนักข่าว นานพอสมควรแล้วค่ะ บอกว่ามีผู้ชายต่างชาติคนนึงอยากให้แฉเรื่องที่นักร้องชื่อดังในเมืองไทยเป็นชู้กับภรรยาเขา ซึ่งเขามีลูกด้วยกัน ขอช่องทางติดต่อได้มั้ย ขอเบอร์คงไม่อยากได้หรอก ก็ให้อีเมล์ไป ก็ได้ติดต่อกับผู้ชายต่างชาติคนนี้ เขาแนะนำว่าเขาเป็นชาวอิหร่านสัญชาติอเมริกา ชื่อย่อ คุณแอล เขาบอกว่าเขามีภรรยาคนนึงเป็นเขมรอพยพ ไปได้สัญชาติอยู่ที่อเมริกา ผู้หญิงคนนี้มีลูกติดหนึ่งคนกับชายต่างชาติคนนึง น่าจะเอลซาวาดอร์ ผู้หญิงคนนี้ได้มาคบหากับเขา และแต่งงานมีลูกกับเขาอีก 2 คน แล้วมีคนนี้เข้าไปเป็นชู้กับภรรยาเขา
คืออดีตสามีคุณแม่ ก่อนหน้านี้ที่จะมีประเด็นภรรยาที่เขาเปิดตัว อดีตสามีเคยอยากได้กรีนการ์ดตั้งแต่กี่ปีที่แล้ว?
แม่เจี๊ยบ : การอยากได้กรีนการ์ด ก็ตั้งแต่ลูกยังเล็ก ให้ลูกไปขอวีซ่า หาทางว่าจะได้กรีนการ์ดยังไง ทำยังไงถึงได้ไปอยู่ต่างประเทศกัน ตั้งแต่ร็อคกี้ประถม เขาจะชอบอะไรประมาณนี้
คิดว่าเขาน่าจะเจอกันตอนไหน?
แม่เจี๊ยบ : ช่วงแรกที่รู้จักกัน สักพักเขามีชื่อเสียงโด่งดัง ตอนแรกเขาเล่นภาพยนตร์แต่ไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าไหร่ สักพักเขาถึงมีชื่อเสียง มีงานเยอะ กว่าเขาจะเริ่มเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกก็น่าจะตอนที่แม่มีลูกแล้วสองหรือสามคนนี่แหละ เริ่มไปต่างประเทศ ไปอเมริกา
ร็อคกี้ : ไปเดินสายร้องเพลง
แม่เจี๊ยบ : แม่ย้อนไปดูว่ามันอะไรกัน แอลก็เล่าให้แม่ฟังว่าเขาเคยเจอภรรยาของแอล แล้วแอบจดทะเบียนกัน ไม่ได้เข้าโบสถ์ ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงเขาไปเมืองนอก แม่มีลูกสามคนแล้ว ย้อนกลับไป เขาก็ไปเที่ยวของเขาเรื่อยๆ ไปแล้วกลับ
เขาอาจรู้จักกันมาตอน 20-30 ปีที่แล้ว?
แม่เจี๊ยบ : น่าจะอย่างนั้น เมื่อก่อนคุณพ่อก็มีแฟนเพลงเยอะ ส่วนมากเป็นสุภาพสตรี
ตอนคุณแอลมาบอกเรื่องราว คุณแม่เชื่อมั้ย?
แม่เจี๊ยบ : เขาก็ยืนยัน แต่แม่ไม่เชื่อหรอก แอลส่งหลักฐานมาเรื่อยๆ ว่าอยากให้แฉว่าผู้ชายคนนี้เป็นชู้กับภรรยาเขา ทำให้ครอบครัวเขาแตกแยก เขาคุยกับแม่อยู่นาน คุยเยอะมาก
ที่เขาส่งมาให้เป็นหลักฐานแบบไหน?
แม่เจี๊ยบ : แม่คุยกับเขาในอีเมล์ค่ะ แอลถึงขั้นเคยจ้างนักสืบตามและเก็บภาพค่ะ
พอฟังจากฝั่งแอล แม่เจี๊ยบได้คุยกับสามีมั้ย ว่ามีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น?
แม่เจี๊ยบ : ตอนแรกยังค่ะ ฟังแล้วเราก็ต้องดูว่าจริงมั้ย ว่าเกิดเรื่องจริงๆ มั้ย พอเรียบเรียงก็งงเรื่องว่าใครอะไรยังไง
สามีไปจดทะเบียนกับคนนั้นแล้ว คุณแอลอยากให้ไปหย่ากัน?
แม่เจี๊ยบ : ใช่ค่ะ ตามที่คุยในอีเมล์ของแอล เรื่องมันเยอะมากใน 47 ปี แอลก็เล่าให้ฟังว่าตอนลูกชายคนแรกของแอล ลูกคนที่สองของผู้หญิงคลอดออกมา ปรากฏว่าลูกเขาต้องใช้นามสกุลสมบัติเจริญ เหมือนลูกชายผู้หญิงคนแรกกับเอลซาวาดอร์ ต้องใช้นามสกุลสมบัติเจริญเหมือนกัน เพราะเขาสองคนมีทะเบียนกัน แอลเลยให้ผู้หญิงคนนี้ไปฟ้องหย่าผู้ชายที่เมืองไทย จนเป็นผลสำเร็จ ช่วงนั้นแอลส่งเอกสารมาให้ดูว่าเป็นแบบนี้นะ ฟ้องหย่าสำเร็จ ช่วงนั้นเราไม่มีตัวถ่ายแล้วแปล ก็ฝากน้องนักข่าวไปหาคนช่วยแปล จนเข้าใจว่าเป็นแบบนี้ แต่เขาบอกว่าผู้ชายคนนี้ก็ยังกลับไปยุ่งกับผู้หญิงของเขาอีก
ณ ตอนนั้นผู้หญิงฟ้องหย่าคุณสุรชัย ตอนคบแม่เจี๊ยบ ไม่ได้จดทะเบียน อยู่ๆ คุณสรุชัยพาแม่เจี๊ยบไปจดทะเบียน?
แม่เจี๊ยบ : ใช่ค่ะ หลังแม่เล่าให้เขาฟัง เขาน่าจะมีการทะเลาะกันทางโทรศัพท์ แม่ได้ยินเสียงแว่วๆ มาจากในห้อง ไม่รู้ปลายสาย แต่เป็นเสียงดังและเป็นภาษาอังกฤษ เราจับความไม่ได้ หลังจากนั้นก็ปล่อยเขาค่ะ วันดีคืนดีเขาก็ชวนแม่ไปจดทะเบียนกัน แม่ก็งงๆ เหมือนกัน
ร็อคกี้ : ตอนนั้นเราโตแล้วด้วยนะ และไม่รู้เรื่องด้วย
แม่เจี๊ยบ : ไม่ได้ยิ่งใหญ่ แค่ออกไปอำเภอหน้าบ้านแค่นั้น
เหมือนครอบครัวกลับมาปกติดี แต่อยู่มาวันนึง คุณพ่อและอดีตสามี ควงผู้หญิงคนนั้นตระเวนออกงานที่เมืองไทย แม่ช็อกมั้ย?
แม่เจี๊ยบ : พอสมควรค่ะ
ร็อคกี้ : ผมช็อก เพราะผมไม่เคยรู้เรื่องอะไรทั้งหมด จนอยู่ดีๆ ทำไมพ่อห้ามเราไปงานศพอาวะ








