คีธ-กรินทร์ กนกวลีวงศ์ ชื่อนี้อาจจะยังไม่คุ้นในวงการบันเทิง เขาเป็นหนุ่มโปรไฟล์ดีจบการศึกษาจาก Monash University Australia ทำธุรกิจส่วนตัว จนมีโอกาสได้เข้าสู่วงการบันเทิง ด้วยการชิมลางเป็นนักแสดงในมิวสิควิดีโอเพลง “อย่าหลอกฉัน” ของ ดร.ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์ ที่กวาดยอดวิวไปกว่า 1 ล้านวิว
ด้วยหน้าตาหล่อเหลา เอาการ เอางาน แถมมาดดี ดีกรีนักเรียนนอกแบบนี้ งานแสดงพุ่งเข้าใส่อย่างจัง เมื่อ หนุ่มคีธ ถูกเชิญให้เป็นหนึ่งในนักแสดงซีรีส์แนวตั้งเรื่อง “ปานดวงใจ Signature” ซึ่งถือเป็นงานแสดงเต็มตัวครั้งแรก!!!
“การมาเล่นซีรีส์ ปานดวงใจ Signature ถือว่าเป็นการก้าวออกจาก comfort zone ของผมเลยครับ เพราะผมยังไม่เคยรับงานในวงการบันเทิงมาก่อนครับ” หนุ่มคีธ เปิดฉากถึงที่มาในการรับงานแสดงเรื่องนี้
“ก่อนหน้านี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และทำช่อง และ เพจ ”Moorti Siam” บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ซึ่งเป็นการนำเสนอเรื่องราวของศาสนา และพุทธศิลป์ ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ จนกระทั่งได้รับโอกาสให้มาร่วมแสดงในซีรีส์ ปานดวงใจ signature ซึ่งผมมองว่านี่คือโอกาสสำคัญ จึงตัดสินใจรับทันทีครับ”
คาแรกเตอร์ที่ได้รับ “ศรายุทธ” ลูกชายคนโตของตระกูลไฮโซที่มีอิทธิพลมากๆ ภายนอกดูสุขุม นิ่ง และ ดูเหมือนว่าสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง แต่ในความนิ่ง กลับเต็มไปด้วยความซับซ้อน
“ลึก ๆ แล้ว ศรายุทธ เป็นคนอบอุ่นที่รักและแคร์ครอบครัวมากๆ รวมทั้งรุ่นน้องที่สนิทมากๆ อย่าง นรภัทร (ลาเต้ กฤษดา) ทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่เขารักมีความสุข และ ปลอดภัยที่สุด แต่ด้วยแรงกดดันจากการเติบโตมาในตระกูลที่มีฐานันดรสูง ซึ่งถูกหล่อหลอมให้ต้องระวังตัวตลอดเวลา ระวังคำพูด ระวังคนรอบข้าง และไม่สามารถแสดงความรู้สึกได้อย่างเต็มที่ ไม่ค่อยเปิดเผยว่า ตัวเองคิดอะไร หรือรู้สึกอะไรอยู่”
“ศรายุทธ” เป็นบทที่ท้าทาย แต่ไม่ถึงกับยาก ซึ่ง หนุ่มคีธ ก็ทำการบ้านมาอย่างดี
“สำหรับผมถือว่าค่อนข้างท้าทายครับ เพราะคาแรกเตอร์นี้เป็นไม่ใช่คนที่แสดงอารมณ์ออกมาตรง ๆ เขาเป็นคนที่เก็บความรู้สึกไว้ข้างในเยอะมาก ดังนั้นความยากคือเราต้องสื่อสารผ่านสายตา น้ำเสียง และจังหวะเล็ก ๆ มากกว่าการระเบิดอารมณ์ชัด ๆ
ผมเลยทำการบ้านค่อนข้างเยอะ อ่านบทหลายรอบ พยายามทำความเข้าใจภูมิหลังของตัวละครว่า เขาโตมาแบบไหน คิดแบบไหน และอะไรที่ทำให้เขาเลือกแสดงออกหรือไม่แสดงออกในแต่ละสถานการณ์ นอกจากนี้ก็ซ้อมจังหวะอารมณ์กับตัวเอง และคุยกับผู้กำกับเพื่อให้เข้าใจทิศทางของตัวละครให้ชัดที่สุด ถือว่าเป็นบทที่ทำให้ผมต้องละเอียดกับตัวเองมากขึ้น และได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเลยครับ”
เพราะไม่เคยผ่านงานแสดงมาก่อน ทำให้ หนุ่มคีธ ต้องปรับตัวมากเป็นพิเศษ และต้องทำการเวิร์คช้อปอย่างหนัก เพื่อให้เข้าถึงตัวละครอย่างเต็มที่
“เนื่องจากเรื่องนี้เป็นผลงานการแสดงชิ้นแรกของผม เลยต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะครับ ทั้งเรื่องวินัย เรื่องเวลา และการทำการบ้านก่อนเข้ากองถ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะงานแสดงมันไม่ใช่แค่ท่องบทได้ แต่ต้องเข้าใจอารมณ์ เข้าใจจังหวะ เข้าใจมุมกล้อง และพร้อมทำงานร่วมกับทีม
ช่วงก่อนถ่าย ยอมรับว่ากดดันมากครับ แต่โชคดีมากที่ได้ผู้กำกับฯ อย่าง น้าหมู (วลงกรณ์ จับใจ) ช่วยเวิร์คช้อป อธิบายตัวละครต่างๆ รวมถึงนักแสดงรุ่นพี่ ทีมงานในกองคอยซัพพอร์ตและให้คำแนะนำตลอด ทำให้ผมเรียนรู้ได้เร็ว และทุกอย่างออกมาดีเกินกว่าที่คาดไว้ ประสบการณ์ที่มีค่ามากครับ ทั้งในแง่ของงานและในแง่ของการเติบโตส่วนตัวด้วย”
ทำการแสดงเรื่องแรกก็ได้ร่วมงานกับนักแสดงหลายๆ คน โดยเฉพาะนักแสดงคุณภาพอย่าง “ปัทมา ปานทอง”
“ผมรู้สึกโชคดีมากครับ เพราะพี่ ๆ ทุกคนซัพพอร์ตผมเต็มที่ ทำให้การแสดงครั้งแรกของผมอบอุ่นกว่าที่คิดไว้ โดยเฉพาะ พี่ดี้ ที่รับบทเป็น คุณแม่ ในเรื่อง พี่เขาเป็นนักแสดงระดับมืออาชีพ มีทั้งประสบการณ์และทักษะสูงมาก ก่อนเข้าฉากยอมรับว่าผมกดดันพอสมควรครับ เพราะเรารู้ว่าต้องเล่นกับคนที่เก่งมากจริง ๆ
แต่พอเข้าฉากแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนเลยครับ ด้วยความที่พี่เขาเป็นมืออาชีพมาก การส่งอารมณ์ของพี่ดี้ ทั้งสีหน้า แววตา และน้ำเสียง ชัดเจนและทรงพลังมาก เราสามารถรับอารมณ์นั้นได้ทันที ทำให้การรีแอ็กต์ของเรามันเป็นธรรมชาติ และไหลลื่นมาก
มีอยู่ฉากหนึ่งที่เป็นซีนอารมณ์ พอพี่ดี้ส่งอารมณ์ซึ้งมา ผมรู้สึกอินและตกใจกับพลังของฉากนั้นจริง ๆ เหมือนตัวเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ ไม่ได้รู้สึกว่า “กำลังแสดงอยู่” แต่รู้สึกว่า “กำลังใช้ชีวิตอยู่ในตัวละคร”
นอกจากนี้ เวลานอกฉากพี่ดี้ก็ให้คำแนะนำดี ๆ หลายอย่าง ทั้งเรื่องจังหวะ การควบคุมอารมณ์ และมุมมองการทำงาน ซึ่งผมได้เรียนรู้อะไรจากพี่เขาเยอะมากครับ”
เล่นซีรีส์เรื่องแรกก็เป็นแพลตฟอร์ม “แนวตั้ง” ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ชื่นชอบการดูซีรีส์แนวตั้งอยู่เป็นเดิมทุน โลกเปลี่ยนไปเพราะ “มือถือ” ดังนั้นคนดูจึงปรับตัวด้วยการ “เสพซีรีส์”ผ่านมือถือมากขึ้น
“ส่วนตัวผมค่อนข้างชอบดูซีรีส์แนวตั้งอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ ที่คุณภาพงานพัฒนาขึ้นมาก หลายเรื่องมีบทที่เข้มข้น และพล็อตเรื่องที่น่าติดตาม ไม่ได้เป็นแค่ละครคุณธรรมสั้น ๆ แบบเมื่อก่อน
ผมมองว่าแพลตฟอร์มแนวตั้ง มันตอบโจทย์พฤติกรรมของคนยุคนี้มาก เพราะคนดูคุ้นชินกับการเสพคอนเทนต์ในมือถืออยู่แล้ว ทั้งความกระชับ ความเร็ว และการเล่าเรื่องที่ตรงประเด็น ผมเชื่อว่ากระเเสซีรีส์แนวนี้จะเติบโตและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนครับ”
หนุ่มคีธ ยังเล่าต่อว่า การมาเล่นซีรีส์แนวตั้งเรื่องนี้ ทำให้เขาได้ประสบการณ์เยอะมาก มากกว่าที่เจ้าตัวคิดไว้ซะอีก
“นี่เป็นผลงานการแสดงชิ้นแรกของผม ทุกอย่างเลยเป็นการเรียนรู้ใหม่หมด ตั้งแต่การทำงานหน้ากล้อง การควบคุมอารมณ์ในฉาก การเข้าใจมุมกล้อง ไปจนถึงการทำงานร่วมกับทีมงานมืออาชีพ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของผมในสายงานนี้ครับ”
ส่วนเรื่องธุรกิจ หนุ่มคีธ บอกว่าจะทำควบคู่ไปกับงานในวงการบันเทิง เพราะค่อนข้างตกหลุมรักงานบันเทิงเข้าให้แล้ว
“ตอนนี้ผมทำงานสร้างคอนเทนต์ควบคู่ไปกับรับงานแสดงครับ ผมทำช่อง Moorti Siam ร่วมกับทีม เป็นช่องและ เพจ ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับศาสนา และพุทธศิลป์ ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ ที่เล่าจากใจ เพื่อฝากไว้บนแผ่นดิน เป็นอีกด้านหนึ่งของงานที่ผมตั้งใจมาก เพราะผมให้ความสำคัญทั้งความถูกต้องของข้อมูล คุณภาพของงานภาพและเสียง รวมถึงมุมมองที่ลึกและมีชั้นเชิงมากขึ้น
หลังจากได้เริ่มต้นกับซีรีส์เรื่องนี้ ผมมองว่างานบันเทิงเป็นอีกเส้นทางที่อยากพัฒนาต่ออย่างจริงจังครับ ผมตั้งใจฝึกฝนและเรียนรู้เพิ่มเติม ทั้งเรื่องการแสดง การตีความบท และการทำงานกับทีมมืออาชีพ เพื่อให้ตัวเองพร้อมมากขึ้นในทุกโอกาส ถ้ามีบทที่เหมาะสมและท้าทาย ผมก็ยินดีเปิดรับครับ แต่อยากเลือกงานที่มีคุณภาพ และทำให้ผมได้เติบโตในระยะยาว ผมเชื่อว่าการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง คือสิ่งที่จะทำให้เราอยู่ในสายงานนี้ได้อย่างมั่นคงครับ”
เรียกได้ว่าเป็น “คนรุ่นใหม่” ที่มี Mind Set ที่ดี การปฏิบัติดี และคิดที่จะพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ เราเชื่อว่าชื่อของ คีธ-กรินทร์ กนกวลีวงศ์ จะไปได้สวยบนเส้นทางบันเทิง และก้าวต่อไปอย่างมั่นคงแข็งแรง หากได้รับโอกาสที่ดีอย่างต่อเนื่อง ส่วนใครที่อยากจะรู้จักหนุ่มคนนี้มากขึ้น สามารถติดตามได้ทาง Moorti Siam บน TikTok, Facebook Insatagram และ YouTube ช่วย support หนุ่มคนนี้ด้วยอีกคน!!!








