บันเทิง

(ขอ) เขียนถึง โอลิเวีย ดีน (อีกครั้ง) ไปในฐานะผู้เข้าชิง และกลับออกมาในฐานะผู้ชนะ

แชร์ข่าว

ดนตรี / รุ่งฟ้า ลิ้มหัสนัยกุล 

ค่ำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศสหรัฐอเมริกา) ที่ Crypto.com Arena ในเมืองลอสแอนเจลีส มีงานประกาศรางวัลใหญ่ทางดนตรีอย่าง “แกรมมี่ อวอร์ดส์” (Grammy Awards) ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 68 นอกจาก เคนดริก ลามาร์ (Kendrick Lamar) ที่กวาดรางวัลใหญ่ไปถึง 5 สาขาแล้ว อีกชื่อหนึ่งที่กลายเป็นที่สนใจของคนฟังเพลงทั่วโลกคือ โอลิเวีย ดีน (Olivia Dean) กับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม (Best New Artist) 

เธอสามารถเอาชนะคู่แข่งอย่าง เลออน โธมัส, แอดดิสัน เร, โลล่า ยัง, อเล็กซ์ วอร์เรน, แคทส์อาย, เดอะ มารีอาส และ ซอมเบอร์ ไปได้ด้วยผลงานจาก “The Art of Loving” อัลบั้มชุดที่ 2 ของเธอที่วางจำหน่ายเมื่อเดือนกันยายนปีกลาย ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เธอเป็นศิลปินชาวอังกฤษคนแรกในรอบ 7 ปี นับจากที่ ดูอา ลิปา (Dua Lipa) เคยได้รับรางวัลเดียวกันนี้เมื่อปี 2562 และยังเป็นการย้ำสถานะนักร้องป็อปเลือดใหม่ที่น่าจับตาที่สุดคนหนึ่งแห่งยุค

 กว่าที่นักร้อง-นักแต่งเพลงสาววัย 26 จากลอนดอนจะก้าวมาถึงจุดนี้ เธอต้องใช้เวลาถึงสิบปีเต็ม นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่วงการด้วยการเล่นดนตรีเปิดหมวกริมถนนในลอนดอน ก่อนจะเริ่มจริงจังมากขึ้นเมื่อได้เป็นนักร้องแบ็กอัปให้กับ รูดิเมนทัล (Rudimental) วงดนตรีดรัมแอนด์เบสรุ่นพี่ แต่ไม่นานนักเธอรู้ตัวว่าไม่เหมาะ จึงเลือกเดินออกมาทำงานเพลงของตัวเอง ค่อย ๆ สะสมชื่อเสียงทีละน้อย เริ่มต้นด้วยอีพีชุดแรก OK Love You Bye เมื่อปี 2562 ตามด้วย What Am I Gonna Do On Sundays? (2563) และ Growth (2564) ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดทั่วโลก 

ก้าวสำคัญของเธอมาพร้อมกับ “Messy” อัลบั้มเต็มชุดแรกเมื่อปี 2566 ที่มีเพลงฮิตอย่าง “Dive” ซึ่งส่งให้เธอถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเมอร์คิวรี (Mercury Prize) ตอนนี้เองที่ชื่อของ โอลิเวีย ดีน กลายเป็นที่คุ้นเคยของคนฟังเพลง ไม่เฉพาะในอังกฤษ ยุโรป หรือออสเตรเลีย แต่กระจายมาถึงเอเชียด้วย ซึ่งความสำเร็จของอัลบั้มชุดนั้นได้นำพาเธอมาเปิดการแสดงที่กรุงเทพฯ สร้างความปลื้มปริ่มให้แฟนเพลงชาวไทยเมื่อต้นปีที่แล้ว 

แต่อัลบั้ม “The Art of Loving” ต่างหากที่เป็นตัวปักหมุดชื่อของ โอลิเวีย ดีน ลงบนแผนที่โลกดนตรีอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ด้วยแนวเพลงป็อปกรุ่นกลิ่นแจ๊สและโซลฟังสบาย ผสานกับเสียงร้องหวานอบอุ่น โดยมี “Man I Need” เป็นเพลงแรกที่ครองใจชาวอเมริกันจนติดอันดับ 2 ในชาร์ต Hot 100, อันดับ 1 ในชาร์ต Pop Airplay และ Adult Pop Airplay ของบิลบอร์ด นอกเหนือไปจากการติดอันดับสูงในอีกหลายประเทศทั่วโลก 

จากเด็กหญิงที่ปรารถนาจะเป็นนักร้องตั้งแต่เล็ก ๆ 

จากเด็กหญิงที่เฝ้ามองความสำเร็จของญาติผู้พี่ แอชลีย์ วอลเทอร์ส ผู้เป็นทั้งนักแสดงและแร็กเปอร์วง โซ โซลิด ครูว์ (So Solid Crew) 

จากเด็กหญิงที่มีอัลบั้ม A Moment Like This ของ เลโอนา ลิวอิส เป็นแรงบันดาลใจ 

วันนี้ โอลิเวีย ดีน ประสบความสำเร็จกับสิ่งที่ฝัน พร้อมกันนั้นเธอก็ได้เปลี่ยนสถานะกลายเป็น “ผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ให้กับคนอื่นอย่างเต็มตัวแล้ว

#OliviaDean #GrammyAwards #BestNewArtist #คอลัมน์ดนตรี #ดนตรีสากล #TheArtofLoving #BritishPop #แรงบันดาลใจ #ศิลปินแห่งยุค

ข่าวแนะนำ