บันเทิง

"นุ่น-หลุยส์" เปิดใจสูญเสียลูกจากภาวะมดลูกแตก

แชร์ข่าว

นับเป็นข่าวเศร้าสะเทือนใจของวงการบันเทิง เมื่อคู่รักนักแสดง “นุ่น รมิดา ประภาสโนบล” และ “หลุยส์ สก็อต” ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ หลังสูญเสียลูกคนแรก ทั้งที่นุ่นตั้งครรภ์ครบกำหนดถึง 9 เดือน และมีกำหนดคลอดในวันที่ 24 มกราคม 2569

โดยทั้งคู่ได้ส่งจดหมายเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวเกี่ยวกับการสูญเสียในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ (29 มกราคม 2569) เพื่อชี้แจงรายละเอียดและทำความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ข้อมูลทางการแพทย์ ประกอบด้วย พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์ และแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช และ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จาก PWS Clinic Bangkok

นุ่นกล่าวทั้งน้ำตาว่า “สวัสดีพี่ๆ ทุกคนนะคะ อุตส่าห์ว่าจะไม่ร้องไห้ตั้งแต่เริ่ม…แต่ก็ตามที่เชิญเลยค่ะ วันนี้เราสูญเสีย นุ่นต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ให้ถามคำถามอะไรเลย ขอเล่าแบบกระชับและเข้าใจง่ายนะคะ

จริงๆ นุ่นวางแผนกับโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ว่าจะผ่าคลอดวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา แต่นุ่นไม่ได้ฝากครรภ์ที่นี่ เพราะนุ่นมีคลินิกของตัวเอง เลยเลือกฝากครรภ์กับคลินิกตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีคุณหมอณัฏฐ์เป็นคนดูแลค่ะ รายละเอียดขอให้คุณหมอเป็นผู้ชี้แจงนะคะ”

นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ กล่าวว่า นุ่นมาฝากครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ และมักมีหลุยส์มาด้วยทุกเดือนตลอดไตรมาสแรกและไตรมาสที่สอง การตรวจประเมินชีพจร ความดัน และสุขภาพของทารกอยู่ในเกณฑ์ปกติมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม นุ่นมีประวัติเคยผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทีมแพทย์เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงใกล้คลอด ทีมแพทย์ติดตามถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ ทั้งการประเมินน้ำหนักทารก การบีบตัวของมดลูก และเตรียมแผนการคลอดร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินหากเกิดขึ้นก่อนกำหนด กระทั่งวันที่ 10 มกราคม นุ่นมีอาการเจ็บครรภ์ คลอดก่อนกำหนด ร่วมกับปวดท้องรุนแรงและเกือบหมดสติ หลุยส์จึงรีบประสานคุณหมอณัฏฐ์ และนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ด้าน พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์ผู้ดูแลในวันเกิดเหตุ เล่าเสริมว่า ในช่วงสายของวันดังกล่าว โรงพยาบาลส่งรถฉุกเฉินไปรับตัวนุ่นที่บ้าน โดยพบว่าเธอมีภาวะความดันต่ำมาก 80/40 หัวใจเต้นเร็วถึง 140 ครั้งต่อนาที และเริ่มหายใจเร็วผิดปกติ

จากประวัติการผ่าตัดมดลูกมาก่อน ทีมแพทย์จึงสงสัยภาวะ “มดลูกแตก” ทำให้เสียเลือดในช่องท้องจำนวนมาก จึงเตรียมห้องผ่าตัดฉุกเฉินทันที พร้อมทีมสูติแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และกุมารแพทย์

ก่อนผ่าตัดได้ทำอัลตราซาวด์ พบว่าไม่พบสัญญาณชีพของทารกแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตคุณแม่เป็นอันดับแรก

ระหว่างผ่าตัดพบเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก และมีแผลปริแตกขนาดใหญ่บริเวณด้านหลังมดลูก ทีมแพทย์จึงเย็บซ่อมแผล ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 3 ชั่วโมง จนสามารถหยุดเลือดได้

หลังการผ่าตัด นุ่นต้องเข้ารักษาใน ICU เนื่องจากเสียเลือดมาก และเกิดภาวะน้ำท่วมปอดจากการได้รับเลือดและสารน้ำจำนวนมาก ทำให้ยังไม่สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ทันที โดยมีทีมแพทย์หลายสาขาร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด

ใช้เวลารักษาใน ICU ประมาณ 4 วัน ก่อนอาการดีขึ้น และสามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ รวมระยะเวลารักษาในโรงพยาบาลทั้งหมด 6 วัน จึงกลับบ้านได้

นุ่นกล่าวด้วยเสียงสั่นว่า “เกือบไม่มีโอกาสได้นั่งคุยแบบนี้แล้ว สาเหตุมาจากมดลูกแตกจากแผลผ่าตัดเก่า ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ส่งกำลังใจมา นุ่นเห็นทุกข้อความ แต่ตอบไม่ไหวจริงๆ

วันนี้นุ่นแค่อยากให้ทุกคนได้ฟังความจริง ไม่อยากให้ไปโฟกัสว่ามันเกิดจากอะไร มันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเรา และไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับทุกคนค่ะ แค่อยากให้คนที่เคยผ่าตัดเหมือนนุ่นระวังมากขึ้น”

นุ่นยังเผยถึงอนาคตว่า ตอนนี้ขอโฟกัสการฟื้นฟูสุขภาพก่อน ส่วนเรื่องการมีลูกในอนาคตยังมีความหวัง แต่ยังไม่สามารถตอบได้ในตอนนี้ และวอนสื่อมวลชนว่า “น้องไม่อยู่แล้ว นุ่นไม่อยากให้พี่ๆ ขึ้นรูปน้องอีก เห็นแค่รูปเราก็พอ ขอความเห็นใจด้วยนะคะ”

แชร์ข่าว