พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายเอมานูว์แอล มาครง (Mr. Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ในโอกาสครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569
การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ นับเป็นการเสด็จเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ (State Visit) วาระที่ 3 ของพระมหากษัตริย์ไทย ครั้งแรก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพุทธศักราช 2440 และครั้งที่ 2 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อพุทธศักราช 2503
สำหรับครั้งที่ 3 นี้ เป็นการเสด็จพระราชดำเนินในรอบ 340 ปี นับแต่เริ่มมีการติดต่อสัมพันธ์กับฝรั่งเศสเมื่อพุทธศักราช 2228 และในโอกาสครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ฝรั่งเศส อันเป็นการสืบสานและต่อยอดสัมพันธไมตรีที่มั่นคงและยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
โดยในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ มีสถานที่ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศสูงสุดทางการทหารที่รัฐบาลฝรั่งเศสใช้จัดรัฐพิธีต้อนรับประมุขต่างประเทศอย่างสมพระเกียรติ ด้วยกัน 2 แห่ง โดยเพจ “พระลาน” ระบุความสำคัญ ดังนี้
“เกียรติยศสูงสุดแห่งรัฐพิธี
สานไมตรี ณ กรุงปารีส
29 มิถุนายน พ.ศ. 2569 อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ
อนุสรณ์สถาน โอแตล เด แซ็งวาลิด (Hôtel des Invalides)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ ร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ อนุสรณ์สถาน โอแตล เด แซ็งวาลิด กลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เพื่อเชิดชูเกียรติและดูแลทหารผ่านศึก เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และการทหารของสาธารณรัฐฝรั่งเศส ภายในเป็นที่ตั้งของมหาวิหารแซ็งหลุยส์ เด แซ็งวาลิด (Cathédrale Saint-Louis-des-Invalides) มหาวิหารประจำกองทัพฝรั่งเศส และอาคารโดม เด แซ็งวาลิด (Dôme des Invalides) ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1
สถานที่แห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศสูงสุดทางการทหารที่รัฐบาลฝรั่งเศสใช้จัดรัฐพิธีต้อนรับประมุขต่างประเทศอย่างสมพระเกียรติ
พระราชวังเอลีเซ (Palais de l’Élysée)
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระราชวังเอลีเซ ซึ่งใช้เป็นทำเนียบประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสมาตั้งแต่การสถาปนาสาธารณรัฐที่ 2 (พ.ศ. 2391) อาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้เดิมเป็นที่พำนักของเคานต์แห่งเอเวรอ (Comte d’Évreux) ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ประกอบรัฐพิธี การประชุมระดับสูง และการต้อนรับประมุขรวมถึงพระราชวงศ์จากทั่วโลก
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพบหารือข้อราชการกับ นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ และในช่วงค่ำ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสและภริยา จะเป็นเจ้าภาพจัดงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ (State Dinner) แด่ทั้งสามพระองค์
การต้อนรับอันอบอุ่นและสมพระเกียรติสูงสุดในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงสัมพันธไมตรีอันลึกซึ้ง แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืนสืบไป”
ขอบคุณข้อมูล / พระลาน, หน่วยราชการในพระองค์








