วันที่ 2 มิ.ย.69 เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โพสต์ข้อความระบุว่า...
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
3 มิถุนายน 2569
เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
มีพระดำรัสถวายพระพร ความว่า
“เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิตร่วมกับปวงชนชาวไทย ถวายพระพรชัยให้มีพระกำลังเข้มแข็ง ในการประกอบพระราชกรณียกิจ ประสิทธิ์ประสาทความวัฒนาสถาพรมาสู่ประชาชาติไทยสืบไป ด้วยอานุภาพแห่งพระราชธรรมจริยา
สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงเปี่ยมด้วยน้ำพระราชหฤทัยซื่อสัตย์กตเวทีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์ และทรงบริบูรณ์ด้วยพระมหากรุณาต่ออาณาประชาราษฎร ตลอดเจ็ดปีนับแต่เสด็จสถิตในที่สมเด็จพระอัครมเหสี ได้ทรงสำแดงให้เห็นประจักษ์ว่า ทรงพร้อมอุทิศพระองค์ สนองพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสัมฤทธิผลเป็นประโยชน์สุขของปวงประชาเป็นสำคัญ เหนือยิ่งกว่าความเกษมสำราญส่วนพระองค์ ซึ่งอาจทรงแสวงหาได้โดยพระราชลาภหรือพระราชอำนาจ อันมีมาแต่พระราชอิสริยฐานันดรที่ทรงดำรง
การที่ทรงมั่นคงในพระราชจริยาซื่อตรง มิมัวเมาปรวนแปรไปตามอำนาจกิเลส ย่อมแสดงถึงพระปรีชาญาณในการ "ฝึกตน" โดยความเพียรหมั่นตามพระราชปณิธาน ทรงตระหนักใน "หน้าที่" ที่ทรงรักษาไว้ได้ด้วยดีทุกสถานตามพระราชสถานะอย่างแน่วแน่ ซึ่งล้วนมีเหตุมาแต่การฝึกฝนอบรมพระราชหฤทัย ให้องอาจแกล้วกล้า ยังพระกิริยาวาจา อันแสดงออกให้มหาชนได้เห็นประจักษ์ บังเกิดความงามประณีตอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่มีที่ติ พระเกียรติยศที่บังเกิดจากพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจทั้งหลาย หาได้เพียงแต่เป็นเครื่องเพิ่มพูนพระบารมีจำเพาะพระองค์ หากยังช่วยเสริมส่งเกียรติภูมิของชาติไทยในเวทีสากล อำนวยศุภผลมหาศาลแก่บ้านเมือง ว่าชาวไทยได้ถึงความรุ่งเรืองเป็นอารยะ ก็เพราะมีพระประมุข เคียงข้างด้วยสมเด็จพระบรมราชินี ที่ทรงเพียบพร้อมด้วยพระคุณสมบัติของความเป็น "บัณฑิต" ผู้เฉลียวฉลาดในโลกคดีและในธรรมคดีทุกประการ
ณ มงคลวารที่ทรงเจริญพระชนมายุบรรลุ 4 รอบพระนักษัตร จึงขออัญเชิญพระพุทธดำรัส มากล่าวอ้างเป็นสัจจวาจา ว่า
อุทกญฺหิ นยนฺติ เนตฺติกา อุสุการา นมยนฺติ เตชนํ
ทารุํ นมยนฺติ ตจฺฉกา อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา.
แปลความว่า อันคนไขน้ำทั้งหลายย่อมไขน้ำ ช่างศรทั้งหลายย่อมดัดศร ช่างถากทั้งหลายย่อมถากไม้ บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน
ด้วยเดชะแห่งสัจจวาจานี้ ขอประชาราษฎร์ทั้งปวงจงพร้อมเพรียงกันฝึกตน ให้มั่นในคุณธรรมตามวิสัยบัณฑิตชาต ทำนุบำรุงราชอาณาจักรไทยให้รุ่งเรือง เพื่อสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ จักได้ทรงพระเกษมสำราญ ปลอดโปร่งทั้งพระวรกายและพระราชหฤทัย ทรงนำพาประชานิกรให้ประสบความเกษมสโมสรยิ่งๆ ขึ้นไปสมดังพระราชประสงค์จำนงหมาย
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญของอาณาประชาชนสืบไป เป็นนิตยกาล เทอญ.”








