วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2569 เป็นวันคล้ายวันประสูติครบ 103 ปี ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ทรงเป็นพระราชธิดา พระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมีพระอนุชา 2 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และทรงเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
ทรงประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2466 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา ก่อนจะได้รับการเฉลิมพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ในสมัยรัชกาลที่ 8 และในวาระที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” นับว่าทรงเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในพระองค์แรกและพระองค์เดียวในสมัยรัชกาลที่ 9
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอิสริยศักดิ์เลื่อนกรมเฉลิมพระนามพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี โดยเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในการจารึกพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนามพระอัฐิ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ ทรงจบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านเคมีจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และทรงมีความเชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศส เมื่อเสด็จกลับประเทศไทย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจึงทรงแนะนำให้พระราชธิดาใช้ความรู้ทางด้านภาษาให้เป็นประโยชน์ ด้วยทั้งสองพระองค์ทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ จึงทรงรับตำแหน่งเป็นพระอาจารย์พิเศษสอนวิชาภาษาต่างประเทศที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากจะทรงดำรงตำแหน่งพระอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์แล้ว ยังทรงเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาต่างประเทศ ดูแลและจัดทำหลักสูตรการสอนของอาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงจัดทำหลักสูตรปริญญาตรีสาขาภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสสำเร็จ ด้วยการผสมผสานความรู้ด้านภาษาและวรรณคดีให้เข้ากันอย่างเหมาะสม ทำให้ทรงได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น ศาสตราจารย์พิเศษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2521 เป็นต้นมา
ด้วยความที่ทรงสำเร็จการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ จึงทรงสนพระทัยโครงการจัดส่งเยาวชนไทยไปร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ โดยพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินจากกองทุนสมเด็จย่าสนับสนุนโครงการ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 ซึ่งทรงติดตามความเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนการแข่งขัน พระราชทานกำลังใจ และทรงแสดงความยินดีแก่เยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณจากการแข่งขันในทุก ๆ ครั้ง ทรงเป็นองค์พระอุปถัมภ์ “มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” (สอวน.) ทำให้บรรดาเยาวชนไทยสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยติดต่อกันมายาวนานหลายปี ตั้งแต่ปีแรกที่มีการส่งเยาวชนร่วมแข่งขัน
นอกจากนั้น ยังทรงสนพระทัยเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่โดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนนี เสด็จออกเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกลกับหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี (พอ.สว.) พระองค์มักจะเสด็จเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ สอบถามครูถึงแนวทางการเรียนการสอน พระราชทานกำลังใจ ให้คำแนะนำและพระราชทานอุปกรณ์การเรียนการสอน ของเล่นสร้างเสริมสติปัญญาแก่โรงเรียนเหล่านั้นเสมอ โดยเฉพาะโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน อีกทั้งยังทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จาก”ทุนการกุศลสมเด็จย่า” และ “ทุนการกุศล กว.” ให้แก่โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งทางด้านการศึกษา สาธารณสุขของประชาชนในถิ่นทุรกันดารและบนพื้นที่สูง
อีกทั้งยังทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่างๆ ทางด้านสาธารณสุขไว้ในพระอุปถัมภ์อีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย กองทุนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเพื่อพัฒนาการพยาบาล ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน
ในวาระครบรอบ 100 ปี วันคล้ายวันประสูติ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) จึงได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณให้ทรงเป็น บุคคลสำคัญของโลกผู้มีผลงานดีเด่นด้านการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและคณิตศาสตร์และด้านวัฒนธรรม
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.1551 ตลอดพระชนมชีพ ทรงงานสนองสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และงานส่วนพระองค์ในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของพสกนิกรชาวไทย ซึ่งแม้พระองค์จะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว 18 ปี แต่สมาคม มูลนิธิ และองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ ที่ทรงก่อตั้งและทรงอุปถัมภ์ ยังคงดำรงอยู่และมีผู้สืบสานพระปณิธานในการดำเนินงานองค์กรเหล่านั้นต่อไปอย่างมิสิ้นสุด
ในวาระครบรอบ 103 ปี วันคล้ายวันประสูติ ขอเชิญปวงพสกนิกรชาวไทยได้ร่วมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรณียกิจในด้านต่างๆ เพื่อความสุขแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วไปทุกคน








