รอง ผบ.มทบ.44 ลงพื้นที่รับฟังปัญหา เตรียมดันเข้าที่ประชุมจังหวัด หาทางชุบชีวิตแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันทรงคุณค่า หลังชาวบ้านสะท้อนปัจจุบันไร้เจ้าหน้าที่ประจำ นักท่องเที่ยวและผู้มาเรียนรู้ต้องผิดหวังกลับไป
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 พ.อ.นิพนธ์ อินใหม่ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 (มทบ.44) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (ฝ่ายทหาร) ได้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนองพระราชดำริ โดยจังหวัดชุมพร ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้นำท้องที่และท้องถิ่นร่วมให้ข้อมูลและสะท้อนปัญหา อาทิ นายประยูร เผือกจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 รักษาการกำนันตำบลสองพี่น้อง, กำนันสายัณห์ สุธานินทร์, กำนันชาญณรงค์ เสนเผือก, กำนันหนูไกร วงธรรม, นายได้กำเนิด พยัคฆ์คีย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6, นายนิพัฒน์ จันทร์งาม รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสองพี่น้อง, นายสุวิทย์ จันทร์ธนะ หัวหน้าควบคุมไฟป่า พร้อมด้วยทหารชุดปฏิบัติการ 4101
สำหรับโครงการแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 จากความร่วมมือของชาวบ้าน อดีตกำนัน และเกษตรจังหวัดชุมพร ที่มีแนวคิดจัดหาพื้นที่สาธารณประโยชน์เพื่อนำเสนอโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ก่อนจะได้รับการผนวกเข้าเป็นโครงการสนองพระราชดำริ เป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการเป็นแหล่งอนุรักษ์และรวบรวมพันธุกรรมพืชท้องถิ่น รวมถึงสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ในช่วงเริ่มต้น โครงการสามารถดำเนินงานได้อย่างดี และเคยเป็นทั้งแหล่งศึกษาดูงานและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของพื้นที่ แต่ปัจจุบันกลับต้องเผชิญกับปัญหาการขาดเจ้าหน้าที่ประจำ ทำให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางเข้ามาศึกษาพันธุ์ไม้และเรียนรู้ธรรมชาติต้องพบกับความผิดหวังเมื่อไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือรับบริการได้อย่างที่ควรจะเป็นชุมชนตำบลสองพี่น้องจึงมีความประสงค์ขอเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูและดูแลพื้นที่แห่งนี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้แหล่งอนุรักษ์อันทรงคุณค่า รวมถึงมรดกทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณ ต้องค่อย ๆ สูญหายไปตามกาลเวลา
ด้าน พ.อ.นิพนธ์ อินใหม่ เปิดเผยภายหลังการสำรวจพื้นที่ว่า ได้รับทราบสภาพปัญหาและความต้องการของผู้นำชุมชนอย่างครบถ้วนแล้ว โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมในระดับจังหวัด เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหาแนวทางฟื้นฟูโครงการแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
จากนี้จึงต้องจับตาว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถร่วมกันผลักดันให้แหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมพืชแห่งนี้กลับมาเป็นศูนย์การเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีชีวิตสมพระเกียรติได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งเสียงจากชุมชนครั้งนี้ถือเป็นอีกแรงสำคัญในการช่วยรักษาสมบัติอันทรงคุณค่าของชุมพรไม่ให้เลือนหายไป








