ตำรวจขอนแก่นยังไม่ออกหมายเรียกชายเสื้อม่วง กรณีคลิปกล่าวอ้างเบื้องบน โดยอยู่ระหว่างรอ ตร.พิจารณา ว่าเข้าข่ายมาตรา 112 หรือไม่ ขณะที่คดีบุกรุกวัดออกหมายเรียก "ป้าดา" พร้อมพวกนักแรก 27 ส.ค.นี้พบผู้ร่วมก่อเหตุเป็นทหารนอกราชการ
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 25 ส.ค.69 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่มีนายอุเทน อินอ้าย อายุ 53 ปี ประชาชนชาว จ.ขอนแก่น เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลที่ปรากฏในคลิป เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนได้
ตรวจสอบคลิปที่ผู้แจ้งความนำมาอ้างเป็นหลักฐาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ขณะที่ น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา อายุ 62 ปี อยู่ซอยพิบูลย์อุปถัมภ์ ต.สามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พร้อมพวกประมาณ 16 คน บุกรุกและปิดประตูทางเข้าออกวัดป่าอดุลยารามต่อมาคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และติ๊กต็อก โดยป้าดา อ้างว่าเป็นทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี และออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทำให้นายอุเทนสนใจและติดตามข้อมูลข่าวสารมาโดยตลอด
"จากการตรวจสอบคลิปอย่างละเอียด พบชายสวมเสื้อสีม่วง คือ นายชัยธัช และหญิงสวมเสื้อสีดำ ซึ่งตำรวจยังไม่ทราบชื่อและที่อยู่ อย่างไรก็ตาม บุคคลที่ได้ยินถ้อยคำชัดเจนตามที่ผู้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษมีเพียงนายชัยธัช ซึ่งเป็นชายสวมเสื้อสีม่วง ส่วนหญิงสวมเสื้อสีดำอยู่ระหว่างตรวจสอบชื่อ นามสกุล และที่อยู่ ซึ่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 การสืบสวนต้องตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนว่า บุคคลใดเป็นผู้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ส่วนขั้นตอนดำเนินคดี เนื่องจาก ตร.ต้องการป้องกันการใช้คดีกลั่นแกล้งกัน จึงออกคำสั่งที่ 230/2567 กำหนดว่า หากเกิดเหตุในพื้นที่ใด ตำรวจในพื้นที่นั้นต้องประมวลเรื่องส่งไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด จากนั้นส่งต่อไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาคและ ตร.ตามลำดับ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณารายละเอียด ก่อนที่ ตร.จะมีคำสั่งกลับมา หากคดีไม่มีความซับซ้อน ตร.จะมอบให้กองบังคับการตำรวจภูธรเป็นผู้รับผิดชอบ"
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวต่อว่า สภ.เมืองขอนแก่นได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาจาก ตร. เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จและส่งเรื่องกลับมายังตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น จึงจะทราบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 หรือไม่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าข่ายความผิด ตำรวจจะออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหา แต่หากไม่เข้าข่ายมาตรา 112 ก็ไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียก เนื่องจากอาจเป็นเพียงถ้อยคำที่มีความหมิ่นเหม่ หรือเป็นการกล่าวอ้างเพื่อประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น
"เมื่อพิจารณาภาพรวมของพฤติการณ์ในวันเกิดเหตุ ยังปรากฏความชัดเจนของบุคคล 16 คนที่ร่วมกันบุกรุกพื้นที่วัด โดยก่อนหน้านี้ตำรวจออกหมายเรียกคนขับรถส่งปูนและรถส่งท่อรวม 7 คน ซึ่งทุกคนอยู่ในจังหวัดขอนแก่นและเข้าให้ปากคำครบทั้งหมดแล้ว และจากการสอบสวนพบว่า ทั้ง 7 คนเป็นเพียงลูกจ้างที่มีหน้าที่ขนส่งวัสดุเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่วัดแต่อย่างใดส่วนบุคคลที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ ประกอบด้วยป้าดา กลุ่มชายฉกรรจ์สวมเสื้อลายพราง หญิงสวมชุดดำ และชายสูงอายุซึ่งแต่งกายครึ่งท่อนและคาดว่าเป็นคนมีสี ตำรวจเชื่อว่าบุคคลกลุ่มนี้เดินทางมากับรถตู้ 2 คันจากกรุงเทพฯ รวมทั้งหมด 9 คน ขณะนี้ตำรวจทราบชื่อบุคคลที่ปรากฏในภาพแล้ว คือ ป้าดาและชายสูงอายุที่คาดว่าเป็นคนมีสี โดยทราบว่าชายสูงอายุรายดังกล่าวเป็นนายทหารนอกราชการ แต่ยังปฏิบัติหน้าที่อื่นอยู่ ตำรวจจึงออกหมายเรียกทั้งป้าดาและชายสูงอายุให้มารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันบุกรุก โดยหมายเรียกจะครบกำหนดวันที่ 27 ส.ค.ที่จะถึงนี้และจนถึงขณะนี้ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นยังไม่ได้รับการติดต่อจากป้าดาและกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ปรากฏอยู่ในคลิปแต่อย่างใด"








