การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังกะเหรี่ยงยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง กระสุนปืนเล็กล้ำแดนตกในพื้นที่บ้านห้วยมหาวงศ์ อ.แม่สอด เจ้าหน้าที่ทหาร–ตชด.เร่งตรวจสอบ ยืนยันไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
สถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีกระสุนปืนเล็กจากการปะทะล้ำเข้ามาตกในพื้นที่ฝั่งไทย บริเวณบ้านห้วยมหาวงศ์ หมู่ 9 ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 3 หลัง โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านยังคงกังวลเรื่องความปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการสู้รบระหว่างทหารเมียนมา กองพลทหารราบเบาที่ 22 กับกองทัพกะเหรี่ยงอิสระแห่งชาติ หรือ KNLA บริเวณบ้านมินลาป่านและบ้านผาลูน้อย อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามพื้นที่บ้านห้วยมหาวงศ์และบ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมีการใช้อาวุธปืน ค. และอาวุธประจำกายยิงตอบโต้กันเป็นระยะ
จากการตรวจสอบพบว่า กระสุนปืนเล็กจากการปะทะได้ล้ำเข้ามาตกในพื้นที่ฝั่งไทยจำนวนหลายจุด และสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชน 3 หลัง โดยเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อ.แม่สอด ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และเก็บข้อมูลความเสียหาย
จุดแรกเป็นบ้านของ นายมนตรี สุขสะอาด กำนันตำบลมหาวัน ตั้งอยู่เลขที่ 225 หมู่ 1 ต.มหาวัน โดยพบร่องรอยกระสุนปืนบริเวณผนังบ้าน โดยกระสุนทะลุจากด้านหลังบ้านเข้าไปจนถึงบริเวณด้านหน้าห้องนอน เป็นรูได้รับความเสียหาย โดยบ้านหลังดังกล่าวอยู่ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 500 เมตร
จุดที่สองเป็นบ้านของ นายสมศักดิ์ กันทะวงษ์ เลขที่ 264 หมู่ 9 ต.มหาวัน พบความเสียหายจากกระสุนปืนที่ตัวบ้าน โดยอยู่ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 450 เมตร
ส่วนจุดที่สามเป็นบ้านของ นางนารี กาวงษ์ เลขที่ 324 หมู่ 9 ต.มหาวัน อ.แม่สอด พบกระสุนปืนเข้าถูกตัวบ้านเช่นกัน โดยบ้านอยู่ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 360 เมตร
เบื้องต้น ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงติดตามสถานการณ์การสู้รบอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินทิศทางและความเสี่ยงจากกระสุนที่อาจล้ำเข้ามายังฝั่งไทย
ชาวบ้านในพื้นที่บ้านห้วยมหาวงศ์ ต.มหาวัน อ.แม่สอด เปิดเผยว่า ทุกครั้งที่เกิดการปะทะ มักมีกระสุนปืนเล็กล้ำเข้ามาตกในพื้นที่ฝั่งไทยและบางครั้งถูกบ้านเรือนประชาชน โดยครั้งนี้มีความถี่ของกระสุนที่เข้ามามากขึ้น ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดระแวงและต้องเพิ่มความระมัดระวัง ทั้งนี้คนในพื้นที่เริ่มพอทราบทิศทางของการยิงและจุดที่มีการปะทะ จึงพยายามหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและใช้บ้านเรือนเป็นจุดหลบภัยเมื่อเกิดเสียงปืน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความกังวลว่าหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น อาจมีกระสุนล้ำเข้ามาสร้างความเสียหายหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตประชาชนได้
ข่าวภูมิภาค








