เด็ก 4 ขวบถูกสุนัขขย้ำหน้าผากเย็บกว่า 30 เข็ม รับวัคซีนพิษสุนัขบ้าแล้ว 3 เข็ม เหลืออีก 2 เข็ม ขณะที่เทศบาลเร่งประสานนำสุนัขเข้ากักกัน พร้อมหาแนวทางแก้ปัญหาสุนัขจรจัดในชุมชน
ความคืบหน้ากรณี “น้องข้าวโอ๊ต” เด็กชายวัย 4 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ซึ่งอาศัยอยู่กับตายาย ถูกสุนัขกัดและขย้ำบริเวณหน้าผากจนได้รับบาดเจ็บ ต้องเย็บบาดแผลกว่า 30 เข็ม เหตุเกิดภายในหมู่บ้านร่มเย็น หมู่ 4 ซอย 2 ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาล่าสุด
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ มีประชาชนในชุมชนที่ทราบข่าวและรู้สึกสงสารครอบครัวน้องข้าวโอ๊ต นำเงิน ขนม และนม มามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจและช่วยเหลือครอบครัว ขณะเดียวกัน ทางอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเทศบาลตำบลหัวทะเล ได้ลงพื้นที่พบครอบครัว พูดคุยสอบถามอาการ พร้อมให้กำลังใจและติดตามแนวทางช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแจ้งว่า น้องข้าวโอ๊ตต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตามแผนทั้งหมด 5 เข็ม ขณะนี้ได้รับไปแล้ว 3 เข็ม และยังต้องเข้ารับวัคซีนตามกำหนดอย่างต่อเนื่อง
ด้านเจ้าของสุนัข เปิดเผยว่า สุนัขตัวดังกล่าวเป็นลูกสุนัขที่เลี้ยงอยู่บริเวณบ้าน แต่ส่วนใหญ่จะออกไปหากินเอง ไม่ได้กลับมากินอาหารหรือนอนที่บ้านเป็นประจำ จึงมีลักษณะคล้ายสุนัขจรจัดในพื้นที่ เจ้าของยอมรับว่ารู้สึกเสียใจหลังทราบข่าวว่าสุนัขไปกัดเด็กจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมนำเงินจำนวน 600 บาท ขนม และนม มามอบให้ครอบครัวน้องข้าวโอ๊ต เพื่อเป็นการเยียวยาและช่วยเหลือเบื้องต้น
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวน้องข้าวโอ๊ตยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสุนัขตัวดังกล่าวหลบไปอยู่บริเวณใด หลังเกิดเหตุชาวบ้านในชุมชนต่างหวาดระแวง เกรงว่าสุนัขอาจกลับมาก่อเหตุซ้ำและกัดเด็กหรือประชาชนคนอื่น
ครอบครัวจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสุนัขตัวดังกล่าว พร้อมหาแนวทางนำออกจากพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชน ขณะที่ทุกฝ่ายยังคงติดตามอาการของน้องข้าวโอ๊ตและให้ความช่วยเหลือครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
นายเอกภพ โตมรศักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล เปิดเผยความคืบหน้าการดูแล “น้องข้าวโอ๊ต” เด็กชายวัย 4 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ที่ถูกสุนัขกัดและขย้ำบริเวณหน้าผากจนได้รับบาดเจ็บ ต้องเย็บบาดแผลกว่า 30 เข็มว่า ล่าสุดวันนี้ ผู้แทนนายอำเภอเมืองนครราชสีมา ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และสำนักงานสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามอาการของน้องข้าวโอ๊ต ซึ่งขณะนี้อาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แผลได้รับการตัดไหมเรียบร้อยแล้ว และโดยรวมเกือบกลับมาเป็นปกติ สามารถกลับไปเรียนหนังสือตามปกติได้
นายเอกภพกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนมีโอกาสพบคุณตาและน้องข้าวโอ๊ตที่โรงเรียนในช่วงเกิดเหตุ จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประสานสำนักงานปศุสัตว์เข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาสุนัขจรจัดในพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าสุนัขอาจไปกัดเด็กหรือประชาชนรายอื่นในหมู่บ้าน จึงจำเป็นต้องเร่งวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
นอกจากนี้ ในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้นำสิ่งของไปมอบให้ครอบครัว เพื่อเป็นกำลังใจและช่วยเหลือเบื้องต้น โดยในส่วนของสิทธิเด็ก น้องข้าวโอ๊ตยังมีสิทธิที่จะได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด แต่ติดปัญหาเกี่ยวกับสิทธิที่อยู่ในชื่อของมารดาซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ทางปลัดอำเภอจะดำเนินการตรวจสอบและรับรองสิทธิ เพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงสิทธิและแก้ไขเรื่องการเบิกถอนบัญชีธนาคารออมสินต่อไป ส่วนสุนัขที่ถูกระบุว่าเป็นตัวที่กัดเด็ก นายเอกภพกล่าวว่า เบื้องต้นจำเป็นต้องนำสุนัขไปกักกันไว้ในศูนย์กักกัน เพื่อสังเกตอาการ เนื่องจากพื้นที่เขตเมืองยังมีปัญหาเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า จึงไม่สามารถปล่อยสุนัขกลับเข้าสู่ชุมชนได้ทันที ต้องดำเนินการตามมาตรการควบคุมและเฝ้าระวังโรคก่อน
นายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเลกล่าวถึงมาตรการระยะยาวว่า เทศบาลตำบลหัวทะเลพยายามผลักดันการจัดตั้งศูนย์พักพิงสุนัขมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้ประสานขอใช้พื้นที่จากท้องถิ่นในอำเภอโชคชัยและอำเภอครบุรี แต่ไม่ผ่านกระบวนการประชาคมและประชาพิจารณ์ จึงไม่สามารถดำเนินการได้
ล่าสุด เทศบาลฯ ได้ประสานขอใช้พื้นที่บริเวณ มทบ.21 หลังสวนสัตว์นครราชสีมา ซึ่งมีพื้นที่ไม่ได้ใช้งานประมาณ 50 ไร่ เพื่อร่วมกับเทศบาลนครนครราชสีมาจัดตั้งศูนย์พักพิงสุนัข แต่ทาง มทบ.21 เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้คลังสรรพาวุธ เกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้นในอนาคต จึงไม่สามารถอนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้ ปัจจุบันเทศบาลตำบลหัวทะเลจึงอยู่ระหว่างประสานไปยังผู้บัญชาการเรือนจำเขาพริก บริเวณลำตะคอง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ มีพื้นที่กว่า 40,000 ไร่ และอยู่ห่างไกลจากชุมชน จึงอาจพิจารณาพื้นที่บางส่วนเพื่อจัดตั้งศูนย์พักพิงสุนัขได้
ขณะเดียวกัน เทศบาลตำบลหัวทะเลยังได้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งในอำเภอโชคชัย ซึ่งมีพื้นที่สาธารณะหลายร้อยไร่ และประชาชนในพื้นที่มีความเข้าใจต่อปัญหาสุนัขจรจัด จนสามารถจัดตั้งศูนย์พักพิงสุนัขได้แล้ว โดยเบื้องต้นมีแผนจะโยกย้ายสุนัขจรจัดประมาณ 30 ตัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมค่อนข้างเป็นอันตรายต่อสังคมไปดูแลในพื้นที่ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายสุนัขได้ทันที เนื่องจากพื้นที่ยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า โดยต้องรอให้ครบระยะเวลา 6 เดือนและไม่มีรายงานผู้ป่วยหรือสัตว์ติดเชื้อรายใหม่ จึงจะสามารถดำเนินการเคลื่อนย้ายสุนัขตามมาตรการที่กำหนดได้








