“ป้าดา” ปืนกล มาแล้วตัวเป็นๆ ลุยทวงที่ดินวัดป่าอดุลยาราม 21 ไร่ ยันวัดตั้งไม่ชอบ-จี้ตรวจสอบกระดุมเม็ดแรก
รายการ โหนกระแส วันที่ 14 ส.ค. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 ยังเกาะติดเหตุการณ์กรณีข้อพิพาทที่ดินวัด 21 ไร่ วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ภายหลัง “ป้าดา” และทายาท ทวงสิทธิ์คืน เหตุโฉนดยังเป็นชื่อ “นายเฮียง” เจ้าของที่ดิน เนื่องจากวัดยังสร้างไม่เสร็จ แต่นายเฮียงเสียชีวิตไปก่อน มีการขึ้นศาล 3 ศาล
วันนี้สัมภาษณ์ ป้าดา หลานนายเฮียง , ป้าบัวไข ลูกสาวนายเฮียง ผู้จัดการมรดกที่ผืนนี้ , นก หลานป้าบัวไข , ชัยยะวัฒน์ สกุลภุชพงษ์ อดีตเจ้าพนักงานที่ดิน - ที่ปรึกษาแม่ดา , ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์
ตอนนี้แม่ดาดังมากนะ?
ป้าดา : ก็ไม่รู้ว่าดัง
คนรู้จักแม่ดาเยอะมากเลยนะ?
ป้าดา : อาจเป็นเพราะคุณหนุ่มมั้ง
แต่เมื่อก่อนแม่ดาก็มีชื่อเสียงอยู่แล้ว?
ป้าดา : ชื่อเสียงแบบไหน ทุบที่โน่นที่นี่ใช่มั้ย
ลักษณะเป็นหมอปลาเหรอไปทุบทุกที่?
ป้าดา : ไม่ใช่ ถ้าโดนรังแกเราไม่ยอมไง
แม่โดนใครรังแก?
ป้าดา : อ้าว แม่โดนรังแกกลางกรุง จะยอมใคร กำแพงสูงๆ ทุบเลย
จริงหรือเปล่าหน่วยงานต่างๆ เขาไม่อนุญาตให้แม่เข้า?
ป้าดา : หลายกระทรวงไม่ให้เข้า เพราะโกงเรา เขาไม่ให้เข้า
แม่ไปอาละวาดเขามาหรือเปล่า?
ป้าดา : ก็ตามไปถาม ถ้าเขาบอกนัดหมาย ต้องนัด เราก็บอกว่าตอนหาเสียงก็ไปไหว้ เจอเสาไฟก็ไหว้เสาไฟ เจอใครก็ไหว้ไปหมด อ้อนวอนอยากมีอำนาจ แต่พอมีอำนาจก็ไม่เหลียวแลประชาชน ถ้าคุณมีส่วนรับผิดชอบก็น่าจะสนใจประชาชน เขามีปัญหาอะไร ต้องให้คำปรึกษาหารือ หาทางออก ไหนขันอาสามารับใช้ประชาชน นั่งแต่กระทรวง ก็ไม่เคยสนใจประชาชน เรามีปัญหาเราก็ไปตามเรื่อง หน่วยงานไหนรับผิดชอบเกี่ยวกับทรัพย์สินของเรา เราก็ตาม
ตัวแม่เอง แม่เป็นทายาทฝั่งไหนนายเฮียง หลายคนสงสัยประเด็นนี้ ถามกันตรงๆ เลย?
ป้าดา : ทายาทฝั่งนางน้อย นางนาง เป็นคนร้อยเอ็ด
นางกับน้อยคือชื่อเดียวกัน นางน้อยเป็นภรรยานายเฮียง มีลูก 9 คน แม่มาจากไหนคนที่ 9?
ป้าดา : ยายเป็นพี่น้องกับนางนาง ทางครอบครัวเขาอุปการะดูแล เขาอยากให้เป็นลูกเอง ต้องถามคนนี้
จริงๆ มีลูกกี่คน?
บัวไข : 8 คน
แล้วลูกคนที่ 9 โผล่มายังไง?
บัวไข : โผล่สิ เพราะว่าเป็นทายาทเหมือนกัน แม่นี่ยกให้คุณดาเป็นน้องสาว ยกให้ทุกอย่างล่ะ แม่พูดไม่เก่ง
เอาให้ชัดๆ นะ นายเฮียงกับยายนาง มีลูกทั้งหมด 8 คน เขาตายไปแล้ว ไม่ได้มารับป้าดาเป็นลูกเลย ป้าบัวไข ไปเอามาเป็นลูกพ่อแม่เราเหรอ?
บัวไข : ก็อุปการะกัน อะไรเขาก็ดูแลฉันทุกอย่าง ฉันจะไม่ยกให้ยังไง
เลยให้เขามาเป็นลูกคนที่ 9 ของพ่อแม่เรา?
ป้าดา : เป็นความรักที่มีต่อลูกหลาน
ใครอนุญาต?
ป้าดา : ความรักมันมอบให้ใครก็ได้คุณหนุ่ม มันไม่มีพรมแดน
จุดธูปบอกนายเฮียงกับยายนางหรือยัง?
ป้าดา : ยายนางฉันก็ดูแลอยู่
ถ้าเอาลำดับญาติจริงๆ แม่ดาเป็นหลานของน้องสาวยายนางใช่มั้ย?
ป้าดา : ก็ในเครือญาติ แค่นั้น ในโซเชียลคนไทยในผืนแผ่นดินนี้เอาให้หูตาสว่าง อยู่กับอะไรที่มันจริงไม่จริงดีกว่า อย่าถามว่าใครเป็นผัวใคร เมียใคร คุณจะไปหาเพื่ออะไร ถ้าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะเข้ามายุ่งกับทรัพย์สินคดีได้ยังไง ในเมื่อญาติพี่น้องเป็นแบบนี้ แบบนี้ไหวมั้ย
เขาบอกแม่เป็นมือปืนรับจ้าง?
ป้าดา :จะยิงปากคนพูดนี่แหละ
อุ้ยตาย ไม่ใช่ผมใช่มั้ย?
ป้าดา : แล้วแต่ ใครพูดก็พูดสิ
เขาบอกแม่เองมีการรับหน้าเสื่อมา เดี๋ยวไปเรียกที่ดินคืนแล้วมาแบ่งกัน?
ป้าดา : ในเครือญาติเราได้ก็ได้สิ เราไม่ได้อยากได้ของพระโดยที่ว่าไปไล่พระออกจากวัด ไปทุบไปตีพระ ไม่ใช่ เราไม่มีเจตนาอย่างนั้น ถ้าหลังโฉนดลงท้ายเป็นของสำนักพุทธหรือของวัดจริง ทายาทจะไม่ไปยุ่ง ไม่มีใครแตะต้องเลย เราไม่มีเจตนาทำอย่างนั้นจริงๆ เราไม่เคยคิดแบบนั้น เราไม่ได้โหดร้าย ใจบาปหยาบช้าที่จะทำแบบนั้นจริงๆ
แต่มันเป็นของเราจริงๆ?
ป้าดา : อธิบายหน่อย โฉยดมีเอกสารใดๆ จากที่ดิน สำนักงานที่ดินส่งไปที่บ้างนางนาง ภรรยานายเฮียง มีอะไรก็ส่งไปที่นั่น
ภาษีที่ดินส่งมั้ย?
บัวไข : พ่อเป็นคนเสียมาตลอด
หลังเป็นวัดเขายังเก็บอยู่มั้ย?
บัวไข : เก็บค่ะ หลักฐานอยู่ที่บ้านของพี่สาว
พอเป็นวัดไปแล้ว เขายังไปเก็บภาษีที่ดินได้เหรอ?
ชัยยะวัฒน์ : มันคนละหน่วยงานกัน หน่วยงานรับผิดชอบ อบต. กับที่ดิน คนละเรื่องกัน
การที่ที่ดินแปลงนี้ถูกสร้างเป็นวัดแล้ว ยังมีการเรียกเก็บภาษีหรือเปล่า?
ชัยยะวัฒน์ : ถ้าวัดเขาจะไม่เรียกเก็บภาษี ที่ดินบุคคลเขาจะเก็บ
ถ้าเป็นวัดแล้ว ยังไปเก็บภาษีกับแม่บัวไข ผิดมั้ย?
ป้าดา : ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนที่ออกมารับลูกกัน อุปทานหมู่ ก็ว่ากันไป ที่บอกว่าวัดถูกต้องๆ ยังไม่ได้ตรวจสอบเลย เรื่องของเราปัญหามีอยู่ว่า ชื่อโฉนดเป็นนายเฮียง แล้วจะเป็นของวัดตรงไหน ไม่มีการสลักว่าเป็นของวัดของสำนักงานพุทธ แต่ไอ้นี่กรรมสิทธิ์นายเฮียง พิมศรี โฉนด 21 ไร่ คุณจะไปว่าวัดตรงไหน อะไรคือของวัด ในเมื่อยังไม่ได้ทำนิติกรรมใดๆ ทั้งสิ้นเลย คำว่าเป็นวัดๆ ยกให้แล้ว กระดาษแผ่นนึงเป็นวัด อันนั้นอาจเป็นมโนก็ได้ แต่สิ่งที่เรามองเห็น เราไม่ได้บอกว่าเป็นวัดสมบูรณ์แล้ว เราอยากจะได้ที่กลับมา เพราะที่ราคาแพง ไม่ใช่ หลักฐานทุกอย่างส่งไปที่บ้านนางนาง หรือนางน้อย พิมศรีภรรยานายเฮียง คือยายนี่แหละ แล้วสภาพของวัด เอาตรงๆ เลย เดี๋ยวจะถามผู้ว่าฯ ด้วย
ถามว่า?
ป้าดา : ผู้ว่าฯ ก็ต้องมีหูมีตา พ่อเมืองนี่คุณหนุ่ม ไอ้นั่นมันหน้ามอ. ในเมือง เซ็นทรัลอยู่ข้างหน้า วัดอยู่ข้างหลังไม่กี่กิโล
3 พันล้าน?
ป้าดา : 3 พันล้านเป็นเรื่องทีหลังคุณหนุ่ม แต่เรามาว่าเรื่องผิดเรื่องถูกก่อน ใครผิดใครถูกไม่ใช่สังคมมาประณามครอบครัวเรา หรือว่าดาเป็นใครมาจากไหน ทำไมคุณปัญญาอ่อนกันไอ้พวกโซเชียลเนี่ย
อุ้ยตายแล้ว?
ป้าดา : คุณต้องรู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก อะไรจริงไม่จริง สังคมถึงจะอยู่กันได้ ปัจจุบันบ้านเมืองล่มสลายมันไม่เหลืออะไรแล้วนะ ประชาชนโดนกระทำย่ำยี ไปหาที่ไหนก็ไม่มีหน่วยงานช่วย ประชาชนดิ้นรนกันเอง แล้วสภาพของวัด เหตุที่เราตาม เราไม่ได้ตามเมื่อวานนี้หรือสองวัน ห้าวัน หรือสองปี เราตามมา 20 ปีแล้วค่ะ เพราะเรารู้ว่าตรงนี้ไม่ใช่วัด แม่ก็ตามมา 20 ปีแล้ว
แต่เพิ่งเป็นข่าว?
ป้าดา : ก็ไม่คิดที่จะทุบ ยังไม่เจอคุณหนุ่มเลยยังไม่คิดจะทุบ
อ้าว เจอแล้วจะทุบยังไง?
ป้าดา : จังหวะพอดีได้ มาถามก็เลยบอกจะทุบไง
แม่บัวไข พ่อของแม่บัวไข มีที่เยอะมั้ย?
บัวไข : มี 40 กว่าไร่
ป้าดา : ไม่ใช่อย่างนั้น ไอ้ที่ที่แกจัดสรร แกจำไม่ได้หรอก เฉพาะผืนนี้ 42 ไร่ ผืนที่เป็นปัจจุบันนี่แหละ
แล้วตัดยังไง ถึงมาโผล่ 21 หัวไร่ปลายนาอีก 5?
ป้าดา : บริจาคให้ มข.ไป 10 ไร่
เหลือ 32?
ป้าดา : แล้วโดนเวนคืนไปอีกเป็นถนนที่อยู่หน้าวัด ถนนเวนคืนไปอีก 5 ไร่
ไม่มีที่ดินอื่นทิ้งไว้ให้ลูกเลย?
บัวไข : ไม่มีค่ะ
ฉะนั้นยืนยันว่าแปลงนี้คือของลูก แล้วตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น?
ป้าดา : แกจะลำดับภาพถูกมั้ย ตอนพ่อเฮียงไปมอบให้ พูดให้กระชับๆ
บัวไข : แต่ก่อนมีหลวงพ่อไปอยู่ ไปขุด ไปอยู่เตาอบ ทำฟืน ทำถ่าน พ่อเลยไปเห็น พ่อดิฉันก็สงสาร
เจอหลวงพ่อเพย?
บัวไข : หลวงพ่อเพยเป็นพ่อเอาโฉนดไปให้ดู แต่หลวงพ่อที่ไปอยู่ในเตาถ่าน คือหลวงพ่ออีกองค์นึง แกเสียชีวิตไปแล้ว พ่อสงสารเลยไปซื้อบ้านหลังเล็กๆ กระต๊อบ มาทำให้หลวงพ่ออยู่ หลวงพ่อเพยเลยมาอยู่ พ่อมีโฉนดแปลงนี้แหละ ก็ให้หลวงพ่อเลย แต่เลขาของพ่อ นายเคน วิ่งไปหา เป็นทายาทใช่มั้ย ก็บอกว่าใช่เป็นลูกตาเฮียง แกวิ่งนานแล้วแกจะขาย แต่ขายไม่ได้ เพราะเป็นชื่อพ่อ ให้พวกญาติไปวิ่งเอาซะ วิ่งมานานแล้วขายไม่ได้ มันเป็นที่ของพ่อ จากนั้นตาเคนเสีย แล้วก็มานายของอีก
นายเคนตายเมื่อไหร่?
ป้าดา : ไล่ๆ กับพ่อเฮียง
พ่อเฮียงเอาโฉนดให้ทางพระก่อนแล้ว?
บัวไข : อันนี้เอาไปให้ดูเฉยๆ นะ
นก : อันนี้คือเป็นพิธีค่ะ วันนั้นเป็นผ้าป่า ที่ถ่ายเป็นสัญลักษณ์ เรามีพิธีเป็นผ้าป่า ก็เลยทำเป็นสัญลักษณ์อะไรล่ะที่จะทำให้ดูว่าถ่ายต่อหลวงพ่อนี่แหละค่ะ จากนั้นตาเฮียงเอากลับบ้านนะคะ แค่เป็นพิธีในผ้าป่าค่ะ แล้วถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน
คุณรู้ได้ไง คุณทันเหรอ?
นก : ตอนนั้นหนู 10 ขวบแล้วค่ะ แต่ถามว่ารู้ได้ไง เราก็ต้องถาม เพราะมันเกิดเหตุแบบนี้ เราก็ต้องรู้ว่าเป็นยังไง
ภาพนี้ที่คุณบอก ตาเฮียงเอาให้พระดู แล้วเอาโฉนดกลับ?
นก : กลับบ้านค่ะนายเคนด้วยฐานะเป็นเลขา เลยไปขอตาเฮียงว่าจะเอาไปขออนุญาตสร้างวัด เอาไปก็คือหายเลย ตาเฮียงตาย 34 จากั้นลูกแต่ละคนก็ต่างทำงาน นางบัวเรียนเป็นพยาบาลที่รพ.ศรีนครินทร์ด้วยซ้ำ
จะบอกว่าโฉนดแปลงนี้ ตอนแรกตาเฮียงเอาให้พระดู พระก็ดูแบบนี้ มีคนถ่ายรูปไว้ เสร็จปุ๊บตาเฮียงเอาโฉนดกลับบ้าน นายเคนขอยืมโฉนด?
นก : ไม่ได้ขอยืมค่ะ หมายถึงว่าจะเอาไปประกอบในการขอสร้างวัด
โดยนายเฮียงอนุญาตมั้ยว่าจะสร้างวัด?
นก : เอาไปประกอบ ในสัญญาที่ให้ระบุอยู่ค่ะว่าต้องทำอะไรให้เสร็จก่อน
นายเฮียงอนุญาตมั้ยว่าจะให้สร้างวัด?
นก : อนุญาตค่ะ แต่ทุกอย่างต้องเสร็จก่อน ถึงจะทำอะไรให้เป็นนิติกรรมที่ถูกต้อง
หลังจากนั้นนายเฮียงเอาโฉนดฉบับนี้ให้นายเคนไป?
นก : ใช่ เพราะความไว้ใจ เพราะนายเคนเป็นเลขาของนายเฮียง
หลังจากนั้นโฉนดหายไปเลย?
นก : ต่างคนต่างไม่ได้ติดตามค่ะ พอคุณตาเสีย เพราะตอนนั้นคุณตาเฮียงเริ่มมีโรคประจำตัวแล้วนะคะ
ทนายตุ๋ย : ขัดนิดเดียวได้มั้ยครับ ร้องจัดการมรดกให้ตาเฮียงปีไหน หลังตาเฮียงเสียชีวิต
ป้าดา : 59
ทนายตุ๋ย : เสียชีวิตปี 34 แต่ร้องจัดการมรดกปี 59
น่าสนใจ เพราะทางนี้มีเรื่องราวของเขา อยากให้ฟังสองมุมก่อน มุมเจ้าอาวาสก็พูดไปแล้ว มุมนี้เขาพูดมุมเขา ว่าตาเฮียงไม่ได้มีความตั้งใจจะยกที่ดินให้สร้างวัด แต่อาจจะยกให้แค่ส่วนเดียว ไม่ได้ให้ทั้งหมด แต่โฉนดติดไปหมดเลย ปรากฏว่านายเคน นำโฉนดฉบับนี้ไปไว้กับพระ แล้วหายไปเลย?
นก : ถูกต้องค่ะ
อยู่ดีๆ มีเหตุได้ยังไง ว่ามีการสร้างวัดเกิดขึ้น มีเอกสารฉบับนึงในนี้เขียนเลยข้าพเจ้านายเฮียง พิมศรี อายุ 80 ปี ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะยกที่ดินเนื้อที่ 21 ไร่ 1 งาน 61 วา ที่ดินแปลงนี้ข้าพเจ้ามีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ในการครอบครองผืนดินแห่งนี้ ในนี้มีการเขียนเพิ่มบอกว่าเพื่อสร้างวัดโดยนายเคน ทางคุณมี เพราะในชั้นศาลเอาตัวนี้มาสู้กัน ในนี้เขียนว่านายเคนเป็นผู้ขออนุญาตให้สร้างและตั้งเป็นวัด ข้าพเจ้าจะจัดการโอนที่ดินให้แก่วัดภายในเวลาที่นายอำเภอกำหนด หากข้าพเจ้าไม่โอนที่ดินให้วัดตามสัญญา ยอมให้นายอำเภอเมืองขอนแก่น เจ้าพนักงานที่ดินเมืองขอนแก่น บังคับฟ้องร้องแก่ข้าพเจ้า?
ป้าดา : ชัดมั้ยล่ะ เป็นวัดเสร็จแล้วถึงจะทำนิติกรรมให้ไง
เป็นผู้ขออนุญาต หากทางราชการอนุญาตให้สร้างและตั้งเป็นวัดแล้ว ข้าพเจ้าจะจัดการโอนที่ดินให้ แม่ดากำลังบอกว่าตาเฮียงตายไปก่อน วัดยังไม่เสร็จ?
ป้าดา : ยังไม่ได้สร้างเลย
แล้วใครจะเป็นคนมอบให้?
ป้าดา : ก็นั่นน่ะสิ โมฆะมั้ยล่ะ เอาล่ะใบนี้ลูกหลานก็รู้ว่าสัญญาเป็นแบบนี้ เราก็รู้ว่ามอบให้วันที่ 17 ส.ค. 2533 พอวันที่ 15 ธ.ค. 2534 นายเฮียงเสียชีวิต ทุกอย่างยังไม่ได้ทำอะไรเลย ระยะเวลาสั้นๆ แค่นี้ ทำอะไรไม่ได้เลย เราก็รู้ตลอดว่าวัดไม่ได้เป็นวัด แต่มีการจะขายที่ดินกัน จะเอาโฉนดนี้ไปขาย
นก : กับตัวเลยค่ะ ตอนนี้ตัวนกยังไม่มีหลักฐานตรงนั้น ด้วยความที่เกริ่นไปแล้วว่านกเปิดร้านถ่ายเอกสาร เพราะอยู่ข้างมหาวิทยาลัย หลวงพ่อสุพัฒน์จะมีหลานแท้ๆ ไม่ใช่เบาหวิวนะ วันนั้นหลานคนนี้ปกติจะดูแลท่าน คนที่มาถ่ายเอกสารกับนก วันนั้นหกโมงแล้ว ขี่มอเตอร์ไซค์มา บอกให้ถ่ายเอกสาร ด้วยคนถ่ายเอกสารต้องยืนดูอยู่แล้วเพราะเราต้องพลิกหน้าหลัง เราดูแล้วอ้าว อ้วน ของวัดนี่จะเอาไปทำอะไร เขาก็ยืนเกาหัว บอกว่าไม่รู้ครับ รู้แค่ว่าหลวงพ่อจะเอาไปจัดสรร แบ่งขาย
คือหลวงพ่ออดุลย์ เจ้าอาวาสปัจจุบัน?
นก : ใช่ แต่ก่อนหนูเรียกพระสุพัฒน์ เป็นนามของท่าน หนูเลยเอะใจ แต่ตอนนั้นคุณแม่ของหนูเอง นายเตือน พิมศรีอยู่กรุงเทพฯ ก็เลยโทรถามว่าแม่ ทำไมเขาถึงจะทำการซื้อขาย ด้วยความรู้สึกของเรา ทำไมเอาไปขายได้
คุณจะบอกว่าพระสุพัฒน์จะเอาที่แปลงนั้นไปขาย?
นก : ใช่ เราไม่รู้หรอกตัวท่านเองจะไปจริงมั้ย แต่หลานพูด เพราะเอามาถ่ายเอกสาร
ทนายตุ๋ย : เท่ากับคุณนกรู้ว่าที่ตรงนี้เป็นวัด
นก : เป็นวัดมั้ย มันเป็นโฉนดตาเราไงคะ ก็รู้
ทนายตุ๋ย : คุณนกได้เบิกความต่อศาล เป็นพยานมั้ย
นก : นกก็เป็นพยานค่ะ ตอนนั้นโฉนดไม่ได้เก่าขนาดนี้ เรารู้ว่าเป็นของตาเรา เราเลยเอ่ยถามเขาไปว่าเอาไปทำอะไร ตอนนั้นถ้าถามตัวหนู หนูรู้แล้วล่ะว่าทางยายไขบัวเรียน เขาคุยเรื่องโฉนดที่หลวงพ่อไม่ยอมให้สักที
เราเข้าใจไปเองหรือเปล่า เพราะไม่ใช่ตัวหลวงพ่อ เป็นคนอื่นที่พูด?
นก : ก็เป็นหลานหลวงพ่อไงคะ เราได้ยิน เพราะเราซักถามไงคะ ด้วยไล่เรียงมาจากที่เรารู้เรื่องต่างๆ เราเอะใจว่าทำไมเอาไปขายได้ เพราะนกโตแล้ว ไม่ใช่เด็กไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาก็ถามหาโฉนดกันอยู่ เราเห็นโฉนดแล้ว ทำไมเอาไปขายได้ นี่คือเสียงในหัวของเรา เราเลยโทรหาแม่เรา ว่าหนูเห็นโฉนดแล้วนะ เขาเอามาถ่าย
ทนายตุ๋ย : เอามาถ่ายนี่โฉนดตัวจริงหรือสำเนา
นก : ตัวจริงค่ะ หนูเป็นคนพลิกถ่ายเอง
ทนายตุ๋ย : วันที่ถ่าย ตาเฮียงเสียชีวิตแล้ว
นก : เสียแล้วค่ะ
ทนายตุ๋ย : พอมีประเด็นขาย ปกติทายาทเยอะๆ ต้องคุยกับนักกฎหมาย
แล้วไงต่อ?
นก : ก็ถ่ายให้ปกติ เวลามีผ้าป่า หลวงพ่อมาสั่งพิมพ์กับที่ร้านอยู่แล้ว ก็เรียนผู้ใหญ่ไปว่าโฉนดมีนะ นกเห็น
ปีไหน?
นก : 38 39 ค่ะ
ตอนนั้นเป็นวัดแล้วใช่มั้ย?
นก : วัดเสร็จปี 41ค่ะ
41 ประกาศ วัดเสร็จปี 35?
นก : ใช่ค่ะ
หนังสืออนุญาตสร้างวัด?
นก : อันนี้เป็นของทางหลวงพ่อ เราไม่เห็นค่ะ
เป็นตราตั้งเจ้าอาวาส ที่แม่เขาสงสัยว่าท่านเป็นมายังไง ก็เลยเอามาให้แม่ได้ดู แม่จะได้หายข้องใจว่าเป็นยังไงกันแน่ ตรงนี้ผมว่าเป็นประเด็นเก่าที่สู้กันไปแล้ว ขณะเดียวกันต้องย้อนมาถามกับทางที่ดิน วันนี้ที่เป็นที่ปรึกษา มีส่วนสงสัยอะไรมั้ย?
ชัยยะวัฒน์ : วัดยังไม่สมบูรณ์ เพราะยังไม่ได้มีการจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เราต้องไปดำเนินการตามมาตรา 84 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
ใจความสำคัญของบ้านนี้ อะไรก็แล้วแต่ นายเฮียงตายไปแล้วตั้งแต่ปี 34 วัดยังไม่ได้สร้างเลย?
ป้าดา : มันไม่เข้าเงื่อนไขไง
ทนายตุ๋ย : ผมเข้าใจนะว่าตั้งเรื่องนิติกรรมว่าชอบหรือไม่ชอบแล้วเป็นโมฆะมั้ย แต่ในศาลก็เป็นเรื่องกรณีที่ศาลวินิจฉัยควบคู่ไปกับข้อเท็จจริงและกฎหมายว่าทำเมื่อปี 33 มันใช้ได้มั้ย แต่พอศาลตัดสินมา เราก็ต้องไปตามขั้นตอน
ป้าดา : ทางเราก็สงสัย โอเคล่ะ ศาลพิพากษาตัดสินมาอย่างนั้นก็จริง แต่เรากำลังพูดตามความจริง ว่ากระดุมเม็ดแรก ซึ่งดูนะ ก่อนเราตามเอาคืน หลวงพ่อวัดป่าอดุลยารามได้มอบที่ดินเพื่อสาธารณประโยชน์ แต่พอเราอาละวาดมากๆ เขาลบทิ้งเลย เอาสีมาทาทับ
ทำไม?
ป้าดา : ก็หลวงพ่อใช้อำนาจอะไรไปบริจาคล่ะ ถามว่าใครอยู่เบื้องหลังไงคะ มันเป็นที่นายเฮียง
ทนายตุ๋ย : ถ้าให้ผมตีความ ท่านคงเข้าใจว่าที่ตรงนี้เป็นของวัด แล้วจะมีใครขออนุญาตทำอะไร ในฐานะเป็นวัดตามกฎหมาย ณ ขณะที่ขออนุญาต ก็เลยคิดว่าทำได้ แต่การตีความของฝั่งทายาท เข้าใจว่ามองว่าในเมื่อเป็นของตาเฮียง จะทำได้ยังไง คิดคนละแบบ
ป้าดา : ป้าไขแกบอกว่าไปเอาเงินเขามา ก็ต้องมอบที่ให้เขา
ไปเอาเงินจากเทศบาล กล่าวหาเขาหรือเปล่า?
บัวไข : ไม่รู้ล่ะ ไม่ได้กล่าวหา
แม่เองหยิบยกเรื่องราวมาตรา 84 อันนี้สำคัญ แม่บอกว่าการเอาที่ดินแปลงนึงให้วัด ต้องไปถามทางผู้ว่าฯ
ชัยยะวัฒน์ : ไม่ใช่ครับ ผู้ว่าฯ จะเป็นคนพิจารณาอนุญาต ดำเนินเรื่องตามขั้นตอนไป แต่อันนี้ยังไม่ได้เริ่มทำ เขาบอกภายใน 90 วันหลังทำวัดเสร็จต้องไปยื่น
ป้าดา : จากปี 41 นี่ปี 69 ลองคิดดู
ในเมื่อคุณฟ้องชนะแล้ว ทำไมไม่เอาคำสั่งศาลไปยื่นแล้วขอเปลี่ยนชื่อซะ โอนกรรมสิทธิ์เป็นของวัดซะ ทำไมยังค้างอยู่ เพราะคุณติดเงื่อนไขนี้ใช่มั้ย?
ป้าดา : ใช่ เงื่อนไข 84 ที่ดินเขาไม่ทำให้ หลวงพ่อไปยื่นขอเปลี่ยนชื่อเป็น 10 ครั้ง เจ้าหน้าที่ที่ดินทำไม่ได้ นี่คือเรื่องจริง
กำลังคุยกันอยู่ วันนี้แม่ก็พูดดีนะ ที่แม่บอกว่าวัดเอาตรงๆ นะไม่ใช่จะใจไม้ไส้ระกำ กับพระก็เข้าใจ จะไปไล่พระออกจากวัดก็ไม่ใช่ เขาเองก็สร้างวัดเลยนะ สร้างทั้งหลังมั้ย?
ป้าดา : สร้างหลายที่ ช่อฟ้าก็ทำ ประตูโขงก็ทำ สร้างวัดก็สร้าง เราไม่ได้โหดร้าย เราควักปัจจัยตัวเองไปสร้าง แถวภาคอีสาน ฉันสร้างไม่ต่ำกว่า 5-6 แห่ง เห็นแบบนี้ไม่ได้ดุร้ายหรอก เราไม่ใช่คนใจบาป แต่เราอยู่กับความจริง สังคมนี้จะอยู่กันได้ต้องพูดเรื่องจริง อย่าผักชีโรยหน้าแล้วพูดกันหวานๆ ทำอะไรไม่ได้ ไม่เอา เรามีเหตุผลของเรา ที่มามีเรื่องวัดเกิดขึ้น สังคมรุมประณามเรา โอ้โห ทำไมไม่มีที่ไป ไม่มีจะกิน ทำไมโหดร้าย นรก สารพัด ไอ้คนที่พูดมันเคยทำบุญเท่าดิฉันเปล่า ไม่เคยหรอก เพราะเราทำตั้งเยอะ แต่เราไม่ได้โฆษณาให้ใครรู้ เพราะเราไม่ใช่คนดัง เราทำของเรา ถ้าจะพูด พูดเองไม่ดี ต้องให้คนอื่นพูด เราไม่ใช่คนประเภทนั้น การที่เราตามโฉนด 61945 กลับมาของตาเฮียง หมายความว่าหนึ่งวัดนี่เราเชื่อว่าไม่ใช่วัด หนึ่งมียาเสพติดเยอะ สองประตูเจาะเป็นรูๆ เพื่อเข้าออกกลางค่ำกลางคืน แล้วเข้าไปทำอะไรกลางค่ำกลางคืน พระก็มีเมีย ก็เป็นที่พิสูจน์กัน
พระไหน?
ป้าดา : พระที่วัดนี่แหละ
บัวไข : มีค่ะ เขารู้กันหมด
พระลูกวัดมีเมีย?
ป้าดา : ทั้งลูกทั้งพ่อ ไม่รู้ล่ะ
เห็นเองเปล่า?
บัวไข : มีคนมาพูด ที่เป็นของพ่อฉัน ฉันก็ต้องตามต่อ
ทำไมยกมาตรา 84 มาพูดถึงตรงนี้?
ป้าดา : เพราะเราคิดว่าการที่เราจะเอาทรัพย์สินคืน ต้องกลับไปที่ข้อ 1 นายเฮียงเขียนเอาไว้ว่าจะทำนิติกรรมให้ต่อเมื่อวัดสมบูรณ์ แล้ววัดสมบูรณ์หรือยัง ยังไม่สร้าง เราก็เทียวไล้เทียวขื่อดูว่าวัดที่ตาเฮียง ทำไมอยู่สภาพรกรุงรัง ไม่พอ สุดท้ายตัดไม้ที่ตาเฮียงปลูก ไม้เต็ง ไม้พยุง ไม้รัง ตัดเหมือนโรงเลื่อยเลย นกเอาภาพมา เราไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสี
ถ้าถามว่าในเมื่อหลักฐานประจักษ์ว่าศาลวิเคราะห์แล้วว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของวัด ท่านก็มีสิทธิ์จะทำอะไรหรือเปล่า ต่อให้วัดนี้ไม่ดียังไง จะตัดไม้จะอะไรยังไง ก็เป็นสิทธิ์ของเขาไปแล้ว จะมาอ้างเป็นของเราได้ไง?
ป้าดา : ก็กลับมาข้อ 1 อีก ตาเฮียงบอกจะให้เป็นวัดต่อเมื่อเป็นวัดสมบูรณ์ ก็สภาพวัดมันยังไม่เป็นวัด ถ้าเป็นวัดทำไมคุณไม่ไปทำนิติกรรมที่ที่ดิน ถ้าสารบัญท้ายโฉนด 61945 ถ้าเป็นของวัดหรือของสำนักพุทธ รับประกันว่าตระกูลพิมศรี ลูกหลานไม่มีใครไปแตะ
แม่ถ่ายมาได้ยังไง?
ป้าดา : ไปถ่ายกับที่ดินไง ไปกับป้าไข เอาคำสั่งผู้จัดการมรดกไปขอคัดมา คุณหนุ่มดูสารบัญท้ายสิ มีอะไร ขาวผ่องเป็นยองใย ไม่มีอะไร
จะบอกว่า ถ้าจะมอบให้วัดต้องเขียนไปแล้วสลักหลังไปแล้ว?
ป้าดา : ใช่ ถ้าพูดถึงกรรมสิทธิ์ วันดีคืนดี มีคนมายึดเอาบ้านเรา แล้วทำยังไง เราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เขาไล่เราออก เราทำไง เราไม่เคารพเรื่องโฉนดเรื่องที่ดินเหรอ ที่ดินมีกฎหมายรองรับอยู่
ป้าดาบอกว่ากระดุมเม็ดแรกติดผิด คือนายเฮียงบอกอยู่แล้วว่ามอบให้ต่อเมื่อวัดเสร็จแล้ว?
ป้าดา : ใช่ ก็สัญญาเขียนแบบนี้
แต่อย่าลืมนะว่ามันผ่านกระบวนการศาลถึง 3 ศาล?
ป้าดา : จะไปถึงศาลไคฟงก็ได้ไม่มีปัญหา ศาลไหนก็ได้ ศาลเพียงตา ศาลพระภูมิ ว่ากันไป ไม่เป็นไร ทุกวันนี้คนอาจยกมือไหว้ศาลพระภูมิเยอะๆ ไม่มีปัญหาหรอก เพียงแต่แม่ว่าถ้าหลวงพ่อที่อ้างคำส่งศาล ไปเลย เอาคำสั่งศาลไปที่ดิน ไปขอเปลี่ยนชื่อเลย ไปเป็นสิบครั้ง ที่ดินไม่ทำให้ เพราะถ้าที่ดินทำเมื่อไหร่ หมายถึงบัวไขต้องไปเซ็นเพราะเป็นผู้จัดการมรดก ที่ดินเขาไม่หมูกับเรานะ
ฉะนั้นเลยไปตกที่มาตรา 84 เขามีกำหนดเอาไว้ หลวงพ่อจะเอาโฉนดแปลงนี้ไปโอนกรรมสิทธิ์ของวัด ต้องผ่านด่านนี้ก่อน ทายาทต้องมาโอน?
ป้าดา : ใช่ ถึงกลับมาที่มีคนของหลวงพ่อไปถามป้าบัวไขว่าอยากได้เงินแสนมั้ย ให้เซ็น แล้วถามว่าพอรู้ทีหลังเขาจะขายโฉนด จริงมั้ย
บัวไข : จริง
ป้าดา : แล้วจะเอาโฉนดตาเฮียงไปขาย เป็นเจ้าอาวาสทำได้มั้ย เราพูดตรงๆ ไม่ได้ใส่ร้ายท่านนะ ถ้าสลักหลังเป็นพุทธ เป็นวัดแล้วเราไม่มีใครไปแตะต้อง เราไม่ได้ใจร้าย เราทำบุญกันมากมาย แต่นี่มันไม่ถูกต้อง สังคมบ้านเมืองอยู่กันได้ก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ที่นี่ยามันเยอะ
ทนายตุ๋ย : แน่นอน ตามหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ ขายไม่ได้อยู่แล้ว ชื่อเป็นของตาเฮียง มาตรา 84 เขาพูดเฉพาะการได้ที่ดินของวัดมาเกิน 50 ไร่ นี่ผมพูดตามกฎหมายนะ ในนี้บอกว่าเกิน 50 ไร่เท่านั้นถึงไปขออนุญาตรัฐมนตรี ความเห็นผม ผมอ่านตามที่กฎหมายบอก ที่ป้าดาบอกว่าเจ้าพนักงานที่ดินเขาไม่ทำให้ ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ วิธีการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ที่ดินแต่ละช่วงเวลาที่เขาปฏิบัติแต่ละที่ อาจหยิบจับกฎหมายมา ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ อันนั้นได้เรื่องนึง ผมเชื่อว่าไม่ใช่ว่าหลวงพ่อไปทำแล้วทำไม่ได้ เจ้าหน้าที่ที่ดินอาจไม่ทำให้เพราะไม่ได้รับเรื่องทำให้ มีการคัดค้าน มีการโต้แย้ง มันเกิดขึ้นได้หมดในวันทำนิติกรรม
แม่ไข นางบัวไข ในฐานะผู้จัดการมรดก เคยเห็นคำพิพากษานี้หรือยัง?
บัวไข : เคยเห็น
ป้าดา : แกไม่ได้อ่านทั้งหมดหรอก แกไม่ค่อยหนังสือหนังหา
แม่ดาอ่านหรือยัง?
ป้าดา : อ่าน ไม่อ่านได้ไง คนไปศาลก็คนนี้
จำเลยที่สองหมายถึงวัด ได้รับประกาศตั้งเป็นวัด ที่ดินแปลงดังกล่าวเลยเป็นกรรมสิทธิ์ของวัด และจำเลยร่วมที่สอง โดยสมบูรณ์ ตั้งแต่บัดนั้น โจทก์ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้จัดการมรดกนายเฮียง จึงไม่มีสิทธิ์ในกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าว เมื่อฟังได้ว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของจำเลยร่วมที่สองคือวัด ย่อมไม่จำเป็นต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์กันอีก เนื่องจากที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของวัดอยู่แล้ว?
ป้าดา : แม่ก็อ่าน แม่ก็รู้ ถ้าจะได้โฉนดอะไรไป มันเป็นเรื่องกรรมสิทธิ์ มันต้องไปทำนิติกรรมนะ การขอเป็นวัด ก็สงสัยว่านายเฮียงเสียชีวิตตั้งแต่ปี 34 แล้วคุณใช้เอกสารอะไรยื่นขอมันหลายหน่วยงาน การสร้างวัดไม่ใช่เดินขอแล้วได้มา เหมือนซื้อลาบน้ำตกที่ไหนไม่ใช่ มันต้องเกี่ยวกับหน่วยงาน เขาต้องตรวจสอบสารพัด คนที่ไปขอก็ต้องได้รับมอบอำนาจจากนายเฮียงเช่นเดียวกัน ถ้านายเฮียงไม่อยู่ ผู้จัดการมรดกก็ต้องมอบอำนาจไป หน่วยงานราชการต้องมีหนังสือมอบอำนาจนะคุณหนุ่ม นี่มันพื้นฐานมากเลย
แม่บัวไข ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนี้อยู่ฎีกา เขาบอกว่าท่ดินแปลงนี้วัดไม่จำเป็นต้องไปโอนเลย ยังไงก็เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดอยู่แล้ว?
ป้าดา : จะพูดยังไงก็พูดไป แต่ระเบียบของสำนักพุทธ โฉนดหลวงพ่อไม่มีสิทธิ์เอามาถือไว้ ถือไม่ได้ โฉนดต้องอยู่ที่สำนักพุทธ หลวงพ่อจะเอามาร่อนขายไม่ได้ ถ้าเป็นวัดสมบูรณ์แบบอย่างที่พูด ก็ไปโอนซะสิ จะไปยากอะไร คนรอบข้างหลวงพ่อบอกแล้วมีแต่เสือสิงห์กระทิงแรด มันไม่รู้ว่าที่ดิน 21 ไร่ไม่มีราคา เป็นไปไม่ได้ หลวงพ่อก็มีทนาย ไปปฏิบัติแล้วแต่เจ้าที่ดินเขาไม่ทำให้ มันผ่านเจ้าที่ดินมากมายก่ายกอง ทำไม่ได้ ก็กลับมาที่ข้อ 1 เหมือนเดิม ทางทายาทสงสัยเราจะตรวจสอบกลับไปว่าการตั้งวัดตั้งแต่วันที่นายเฮียงเสียชีวิต การไปขอสร้างวัด เอกสารทั้งหมดเป็นมาทั้งหมดถูกต้องมั้ย ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ใครต้องเซ็น เราจะตรวจสอบดูว่าสรุปแล้วการที่อ้างว่าเป็นวัดถูกต้องๆ ชอบธรรม มาถูกหรือไม่ แม่เคยไปสอบถามพระผู้ใหญ่ที่ดูแลภาค 9 ท่านเคยไปตรวจค้นแล้วปรากฏว่าไม่มีชื่อวัดนี้ ป่าดุลยารามไม่มี ถอยหลังไปเมื่อ 2 ปีเอง นิกายยังไม่รู้เลย ว่ามหานิกาย หรือธรรมยุต พระเลขาฯ ท่านไปค้นดุ สรุปไม่มีนิกาย ท่านบอกไปทุบเลย นี่ไม่ใช่วัด ท่านดูแลเอง
ล่าสุดมีแล้วนะ?
ป้าดา : หนึ่งปีผ่านมา ทุกอย่างถูกต้อง คิดเอาเองสิ ถูกยังไง ทำไมปี 34 35 เดินกันมาแบบไหน พอมีเรื่องกัน ทุกอย่างครบเซ็ตหมด
ขณะเดียวกันเป็นไปได้มั้ย หลวงพ่อไม่รู้เรื่องอะไร พยายามไปยื่นหลายครั้งแต่ยื่นไม่ได้เพราะติดทางนี้ ไม่ไปเซ็นให้?
ป้าดา : กลับมาที่ข้อหนึ่ง ไหนบอกว่าสามารถอยู่ได้เลย แต่ไม่มีหรอกที่ดินกรรมสิทธิ์ใครก็กรรมสิทธิ์คนนั้น วันดีคืนดีทายาทเขาเห็นของตาเรา เอกสารไปที่บ้านเรา เก็บภาษีก็ไปที่บ้านเรา ถ้าของวัดทำไมภาษีไปเก็บทายาท มันเรื่องของกรรมสิทธิ์
ทนายตุ๋ย : อบต.ไหนดูแลที่ดินพื้นที่ บางทีการเสียภาษีที่ดินหน่วยงานราชการไม่ได้อัปเดตว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของวัดมั้ย พอที่ดินเขาได้ข้อมูล แน่นอนเขาดูตามชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนด ก็เลยต้องส่งกลับไป ข้อมูลเลยส่งกลับไปที่ทายาทตาเฮียง อันนี้เป็นปกติทั่วไป
ป้าดา : กลับมาอีกข้อ หลวงพ่อเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครู ปี 2562 ในเมื่อพระธรรมวินัย 9 ข้อ ปรากฏว่าหลวงพ่อมีไม่ครบ ไม่ได้สักข้อเลย เฮ้ย แล้วเลื่อนได้ไง พระธรรมวินัย 9 ข้อต้องมี คุณสมบัติเหมือนคนเป็นนายร้อย ก็มีกติกา พระก็มีพระธรรมวินัย 9 ข้อ สมควรได้เลื่อนมั้ย เรากำลังสงสัยว่าที่วัดเป็นชื่อตาเฮียง แล้วเสนอไปว่าเป็นอะไร วัดเดินทางมาตั้งแต่ปี 34 แล้วเดินทางมาแบบไหน
ที่ดินมองยังไง ในเมื่อมีคำพิพากษาว่าไม่จำเป็นต้องโอน?
ชัยยะวัฒน์ : อันนี้ก็มีกฎหมายที่ดิน จดทะเบียนไม่สมบูรณ์ เป็นกฎหมายเฉพาะ
ต่อให้ศาลออกมาแล้ว?
ชัยยะวัฒน์ : คุณก็เอาคำสั่งศาลไปขอจดทะเบียน ที่เจ้าพนักงานที่ดิน








