ลูกชายคลั่ง! โมโหพ่อทำกับข้าวเสียงดังด่าเดือดปรีเข้าชก-ผลักอกพ่อ ก่อนหาเรื่องแม่ วงจรปิดจับภาพระทึก หนีตายออกจากบ้านต้องแจ้งตำรวจเข้าระงับเหตุ หนุ่มน้อยกลัวซะที่ไหนกำปั้นชกตำรวจอีก
วันที่ 11 ส.ค.69 ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดอุดรธานี รับแจ้งเหตุชายเกิดอาการคลุ้มคลั่งทำร้ายพ่อและแม่ของตัวเองภายในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง บ้านช้าง ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งจึงประสานผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจเขตงานพิชัยรักษ์ เข้าตรวจสอบ พร้อมขอกำลังตำรวจสายป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี เข้าสนับสนุนทันที โดยภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน เผยให้เห็นนาทีระทึกลูกชาย เดินเข้ามาหาพ่อ ก่อนใช้มือชกและผลักบริเวณหน้าอก จนพ่อพยายามเดินหนีออกจากจุดเกิดเหตุ จากนั้นยังเดินเข้าไปหาเรื่องแม่ ซึ่งนั่งอยู่กับพื้นใกล้กัน ทำให้แม่ตกใจและพยายามหลบเข้าไปหลังประตูเหล็กมุ้งลวด เพื่อใช้เป็นที่กำบังตัว จังหวะนั้นพ่อได้เดินกลับเข้ามาช่วยแม่ ก่อนลูกเผลอเดินออกจากจุดดังกล่าว ทำให้พ่อและแม่รีบฉวยโอกาสวิ่งหนีออกไปหน้าบ้าน ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบผู้ก่อเหตุยังอยู่ภายในห้องบนบ้าน หลังก่อเหตุได้เข้าไปขังตัวเองอยู่ภายในห้อง ทราบชื่อคือ นายจักรี หรือ “กล้วย” อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่จึงประสานพ่อของผู้ก่อเหตุ ก่อนขออนุญาตเจ้าของบ้านให้ขึ้นไปพูดคุย โดยให้พ่อเป็นผู้เคาะประตูเรียกลูกชาย ไม่นานนายจักรี เปิดประตูออกมา โดยช่วงแรกยังไม่มีพฤติกรรมรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงพูดคุยและควบคุมตัวพาลงมาชั้นล่าง
แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดอีกมุมสามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะตำรวจพาตัวนายกล้วยมานั่งบริเวณโซฟา ก่อนเจ้าตัวจะมีอาการโมโห ลุกขึ้นพร้อมกับกำปั้นจะชกหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ตร.ไหวตัวทันจับมือเอาไว้ได้ ขณะที่กำลังตำรวจอีกนายเข้ามาช่วยแยกและเข้าล็อกตัว ก่อนนำกุญแจมือมาควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายจักรี ส่งโรงพยาบาลตามคำร้องขอของแม่ เพื่อให้แพทย์ประเมินและดูแลอาการ เบื้องต้นกรณีที่นายจักรี พยายามชกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจไม่ได้ติดใจเอาความ
นายช่วย อายุ 60 ปี พ่อของนายกล้วย เล่าว่า ช่วงเช้าขณะกำลังทำกับข้าวอยู่ ลูกชายเดินลงมาบอกว่าทำอาหารเสียงดัง ก่อนมีท่าทีขึงขังและพยายามจะเข้าทำร้าย ตนจึงรีบหลบออกมา โชคดีที่หลานซึ่งอยู่ภายในบ้านเห็นเหตุการณ์และช่วยโทรแจ้งตำรวจ จากนั้นลูกชายเดินกลับขึ้นไปขังตัวเองอยู่ในห้อง
นายช่วย เชื่อว่า พฤติกรรมของลูกชายอาจเกี่ยวข้องกับฤทธิ์สารเสพติด เนื่องจากที่ผ่านมาเคยเข้าไปอยู่ในเรือนจำประมาณ 2 ปี จากคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่หลังพ้นโทษออกมายังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก พ่อผู้ก่อเหตุ บอกอีกว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยพาลูกชายไปรักษา เพราะไม่อยากให้กลับมาเกิดเหตุซ้ำในบ้าน แต่หากกลับออกมาแล้วพฤติกรรมยังไม่เปลี่ยน ตนอาจต้องตัดสินใจดำเนินคดีกับลูกชาย เพื่อให้ได้รับการแก้ไขและเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงกับคนในครอบครัวอีก
ด้าน นางสาวนุชนิด (นามสมมุติ) หลานของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า นายจักรี เป็นน้าของตน ส่วนผู้ที่ถูกทำร้ายคือพ่อและแม่ของน้า สาเหตุที่น้ามีพฤติกรรมเช่นนี้ตนไม่ทราบแน่ชัด แต่รู้ว่าน้ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมานาน และครอบครัวเคยพาไปรักษาและบำบัดมาแล้ว แต่ยังไม่หาย หลานสาวยอมรับว่า รู้สึกทั้งเสียใจและหวาดกลัวกับพฤติกรรมของน้า เพราะเกรงว่าวันหนึ่งอาจหันมาทำร้ายตนเอง แม้ที่ผ่านมาไม่เคยถูกน้าทำร้ายก็ตาม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายจักรี ส่งโรงพยาบาลอุดรธานีตามความประสงค์ของครอบครัว เพื่อประเมินและดูแลอาการ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป








