เกิดเหตุชายวัย 48 ปี ปีนเสาส่งสัญญาณสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) บุรีรัมย์ สูง 120 เมตร ก่อนปล่อยเอกสารข้อความลงมา อ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานรัฐและครอบครัวได้รับผลกระทบจากสารเคมี เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเกลี้ยกล่อมนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนยอมลงมาได้อย่างปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า ชายดังกล่าวมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเคยเข้ารับการรักษา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ และหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม ได้รับแจ้งเหตุชายปีนขึ้นเสาส่งสัญญาณของ สวท.บุรีรัมย์ เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าระงับเหตุ ที่เกิดเหตุพบ นายนันทิน (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ปีนขึ้นเสาส่งสัญญาณสูงประมาณ 120 เมตร โดยขึ้นไปอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 60 เมตร เจ้าหน้าที่พยายามใช้เครื่องขยายเสียงเกลี้ยกล่อมให้ลงมา พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
บริเวณด้านล่างพบรถจักรยานยนต์ของนายนันทิน และสิ่งของบางส่วน รวมถึงขวดโหลที่มีของเหลวสีคล้ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังพบเอกสารพิมพ์ข้อความจำนวน 4 แผ่น ซึ่งมีลักษณะเป็นการร้องเรียน โดยกล่าวอ้างว่าภายในบ้านมีสารเคมีรั่วไหลและทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน พร้อมระบุว่าเคยไปร้องเรียนต่อหน่วยงานในพื้นที่ แต่ไม่ได้รับการแก้ไขตามที่ต้องการ
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยกู้ภัย ร่วมกันเกลี้ยกล่อมอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่นายนันทินจะยอมปีนลงจากเสาได้สำเร็จ ท่ามกลางความโล่งใจของเจ้าหน้าที่
นายนันทินให้ข้อมูลว่า ตนพยายามร้องเรียนหลายหน่วยงานเกี่ยวกับสิ่งที่เชื่อว่าเป็นสารพิษภายในบ้าน แต่ไม่ได้รับการแก้ไข จึงนำตัวอย่างสารที่เชื่อว่าเป็นสารพิษใส่ขวดมาด้วย ส่วนสาเหตุที่ปีนขึ้นเสา เนื่องจากรู้สึกน้อยใจและต้องการให้หน่วยงานรับฟังปัญหา
นายเฉลิมวัน โพธิ์เกตุ อายุ 56 ปี เจ้าหน้าที่ สวท.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นนายนันทินเดินเข้ามาภายในบริเวณสถานี เมื่อสอบถามว่ามาจากหน่วยงานใด เจ้าตัวไม่ได้ตอบ ก่อนเดินต่อไปและปีนขึ้นเสาวิทยุอย่างรวดเร็ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุ
ด้านนายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า นายนันทินมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเคยเข้ารับการรักษาอาการทางจิต จึงเตรียมนำตัวไปตรวจร่างกายและประเมินอาการเพิ่มเติมตามขั้นตอน
ขณะที่นายเทพพนม สมเสมอ นายอำเภอละหานทราย ซึ่งถูกกล่าวถึงในเอกสารของนายนันทิน กล่าวว่า ชายดังกล่าวเคยถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดหลายครั้ง แต่ยังกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก พร้อมระบุว่าพื้นที่ อ.ละหานทราย ยังคงมีปัญหาการแพร่ระบาดของยาบ้า จึงต้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
หลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการตรวจร่างกายและประเมินสภาพร่างกายและจิตใจ เพื่อให้การช่วยเหลือและดูแลอย่างเหมาะสมต่อไป








