เจ้าอาวาสวัดดังขอนแก่นเปิดเอกสารยันวัดตั้งถูกกฎหมาย และคดีผ่านศาล 3 ชั้นแล้ว ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดยืนยัน วัดได้รับอนุญาตตั้งถูกต้องและมีฐานะเป็นนิติบุคคลตั้งแต่ปี 2541
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมขนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังมีกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมหญิงอีก 1 คน นำท่อมาตั้งบริเวณประตูทางเข้า–ออกวัดป่าอดุลยารามทุกจุด พร้อมติดป้ายให้รื้อสิ่งปลูกสร้างภายในวัดให้ออกจากวัดภายใน 15 วัน
พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม อายุ 72 ปี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีที่มาจากข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินของวัดจำนวน 26 ไร่ ซึ่งนายเฮียง พิมพ์ศรี ถวายให้เพื่อใช้จัดตั้งวัดแห่งนี้ ก่อนที่ทายาทของนายเฮียงจะยื่นฟ้องขอที่ดินคืนเมื่อปี 2547 โดยคดีดังกล่าวผ่านการพิจารณาของศาลทั้ง 3 ชั้นแล้ว โดยวัดเป็นฝ่ายชนะในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ส่วนศาลฎีกาไม่รับคดี ทำให้คดีดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุดตามคำชี้แจงของเจ้าอาวาส ซึ่งวัดมีเอกสารสำเนาโฉนดที่ดินและภาพถ่ายขณะที่นายเฮียงถวายโฉนดให้วัดในพิธีทอดผ้าป่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2533 พร้อมเอกสารประกอบอื่น ได้แก่ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องตั้งวัดในพระพุทธศาสนา เล่มทะเบียนบ้านซึ่งมีชื่อเจ้าอาวาส บ้านเลขที่และสถานที่ตั้งวัด หนังสืออนุญาตให้สร้างวัด และตราตั้งเจ้าอาวาส
"ทุกกรณีที่วัดถูกฟ้องร้องหรือถูกทายาทเรียกร้องให้คืนที่ดิน วัดมีเอกสารหลักฐานรองรับทั้งหมด โดยวัดยื่นขออนุญาตสร้างวัดในปี 2535 และได้รับประกาศตั้งวัดในปี 2541 ขณะที่นายเฮียง เจ้าของที่ดินซึ่งถวายที่ดินให้วัด เสียชีวิตในปี 2535 ก่อนจะได้รับการจัดตั้งเป็นวัดอย่างถูกต้อง สถานที่แห่งนี้มีสถานะเป็นที่พักสงฆ์ พระครูเล่าว่า เมื่อมาจำพรรษาได้เห็นโฉนดที่ดินซึ่งเจ้าของที่ดินถวายให้หลวงพ่อเผย พระผู้ริเริ่มจัดตั้งพื้นที่แห่งนี้เป็นที่พักสงฆ์ ต่อมาหลวงพ่อเผยมอบหมายให้นายเคน ซึ่งเป็นคนสนิท นำโฉนดไปดำเนินการขออนุญาตสร้างวัด แต่นายเคนเสียชีวิตระหว่างการดำเนินงาน"
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า วัดครอบครองและใช้ประโยชน์ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2533 กระทั่งถึงปี 2544 ญาติของผู้ถวายที่ดินไม่เคยยื่นฟ้องหรือดำเนินการใด ๆ วัดจึงอยู่อาศัยและใช้พื้นที่มาแล้วเกิน 10 ปี ก่อนที่ทายาทจะยื่นฟ้องต่อศาลในปี 2547 ภายหลังคดีผ่านศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาแล้ว ฝ่ายผู้ร้องได้นำเรื่องไปฟ้องเป็นคดีแพ่ง โดยอ้างสิทธิในฐานะผู้จัดการมรดกและอ้างถึงโฉนดฉบับเดิม ทั้งที่ผู้เป็นพ่อได้ถวายโฉนดให้วัดแล้ว และได้ลงนามยินยอมให้สร้างวัดต่อหน้านายอำเภอและฝ่ายที่ดินอำเภอเมืองขอนแก่น หากไม่มีการยินยอมดังกล่าวก็ไม่สามารถดำเนินการขออนุญาตสร้างวัดได้
"ฝ่ายผู้ร้องเคยนำเรื่องไปยื่นต่อศาลปกครอง ก่อนที่ศาลปกครองจะโอนคดีมายังศาลแพ่ง โดยในคดีแพ่งมีการฟ้องที่ดินจังหวัดขอนแก่นเป็นจำเลย ขณะที่เทศบาลนครขอนแก่นเป็นจำเลยที่ 1 และวัดป่าอดุลยารามเป็นจำเลยที่ 2 สำหรับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พระครูกล่าวว่า ฝ่ายทายาทอ้างว่าได้ดำเนินการออกโฉนดมาแล้ว จึงให้บุคคลเข้ามาปิดทางเข้า–ออก เพราะถือว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของทายาท พร้อมติดป้ายกำหนดให้รื้อสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน ภายหลังเกิดเหตุ ทางวัดจึงมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องไปแจ้งความและลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองขอนแก่นแล้ว"
ด้านนางณัฏฐนันท์ เลี้ยวสกุลนำชัย นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จากทะเบียนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดป่าอดุลยารามเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งวัดแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งอย่างถูกต้อง มีทะเบียนและรหัสวัดที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2541 ขณะนั้นกระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมการศาสนา มีหน้าที่รับผิดชอบการจัดตั้งวัด จึงยืนยันได้ว่าวัดป่าอดุลยารามจัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีฐานะเป็นนิติบุคคล








