ภรรยาเจ้าของสวนทุเรียนร้องขอความเป็นธรรม หลังพาสามีมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและหกล้มเข้ารักษาที่โรงพยาบาลใน อ.แกลง พร้อมแจ้งประวัติโรคหัวใจและนำยาประจำตัวให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนแพทย์ให้กลับบ้าน แต่ระหว่างทางอาการทรุด ต้องวกกลับโรงพยาบาลและส่งต่อ รพ.ระยอง สุดท้ายเสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตก ขณะที่โรงพยาบาลระบุยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง
วันที่ 11 ส.ค. 2569 นางนวลจันทร์ เจ้าของสวนทุเรียนในพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นายบุญเลิศ สามี ซึ่งเสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน อ.แกลง โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังนายบุญเลิศมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและหกล้ม จึงพาสามีไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลดังกล่าว
นางนวลจันทร์ เล่าว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ซักประวัติ ตนพยายามอธิบายอย่างละเอียดว่า สามีมีประวัติเจ็บป่วยเกี่ยวกับหัวใจและเคยเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลศิริราช โดยแพทย์เคยกำชับเรื่องข้อควรระวังในการรักษา โดยเฉพาะหากจำเป็นต้องผ่าตัดหรือถอนฟัน ต้องประสานแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราชก่อน
นอกจากนี้ ตนยังเตรียมนำยาที่นายบุญเลิศรับประทานเป็นประจำมาให้เจ้าหน้าที่ดู เพื่อประกอบการพิจารณาการรักษา แต่รู้สึกว่าข้อมูลที่พยายามอธิบายเกี่ยวกับประวัติการรักษาและยาที่ผู้ป่วยใช้ ไม่ได้รับการรับฟังอย่างที่ตนคาดหวัง
ขณะนั้นนายบุญเลิศยังสามารถพูดคุยได้ เพียงแต่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แพทย์ฉีดยาและให้นอนรอดูอาการอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนให้ไปรับยาเพื่อบรรเทาอาการปวดและลดไข้ แล้วอนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน
แต่หลังออกจากโรงพยาบาลไปได้เพียงประมาณ 1 กิโลเมตร เหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อนายบุญเลิศเกิดอาการผิดปกติหนักขึ้น มือแข็ง เท้าแข็ง จนนางนวลจันทร์และบุตรชายต้องรีบตัดสินใจหันรถกลับโรงพยาบาลทันที
เมื่อกลับไปถึงโรงพยาบาล ปรากฏว่าแพทย์และเจ้าหน้าที่ชุดแรกที่ตรวจอาการได้ออกเวรไปแล้ว มีแพทย์และเจ้าหน้าที่ชุดใหม่เข้ามารับช่วงต่อ ก่อนตรวจประเมินอาการอีกครั้งและพบว่าเข้าข่าย ภาวะสโตรก จึงเร่งประสานรถพยาบาลฉุกเฉินนำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลระยอง เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม นายบุญเลิศเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลระยองได้ประมาณ 18 ชั่วโมง ก่อนเสียชีวิต โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจาก เส้นเลือดในสมองแตก
ภายหลังการสูญเสีย นางนวลจันทร์ได้นำร่างของนายบุญเลิศมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่ วัดหนองกันเกรา ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว
นางนวลจันทร์กล่าวทั้งน้ำตาว่า สิ่งที่ยังติดอยู่ในใจคือ หากในช่วงแรกแพทย์และพยาบาลรับฟังข้อมูลที่ตนพยายามแจ้ง ทั้งประวัติการเจ็บป่วย ยาที่สามีรับประทาน รวมถึงอาการผิดปกติอย่างละเอียดมากกว่านี้ ตนอาจมีความหวังว่าสามีจะได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที และอาจไม่ต้องสูญเสียชีวิตเช่นนี้ จึงต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ครอบครัวได้รับความกระจ่าง
ด้านนายแพทย์วิชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า เบื้องต้นได้แนะนำให้ญาติผู้เสียชีวิตทำหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริง ตลอดจนกระบวนการรักษาและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระบบ พร้อมระบุว่า สามารถให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวได้ เพื่อจะได้เป็นข้อมูลและทำให้การตรวจสอบของทุกฝ่ายเป็นไปโดยง่ายและมีความชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการรักษาในครั้งแรก โดยขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนก่อน เนื่องจากจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลทางการแพทย์และรายละเอียดการรักษาทั้งหมดอย่างรอบด้าน
สำหรับกรณีดังกล่าว ยังเป็นข้อกล่าวอ้างและข้อสงสัยจากฝ่ายญาติผู้เสียชีวิต ขณะที่โรงพยาบาลอยู่ระหว่างรอรับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการรักษาในครั้งแรกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายบุญเลิศหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบจากโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป
ข่าวภูมิภาค








