จากกรณีการเผยแพร่โพสต์ภาพอาวุธปืนของ นายปีเตอร์ อดีตครูชาวต่างชาติ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย (ญ.ว.) ซึ่งสร้างความวิตกกังวลในกลุ่มบุคลากร นักเรียน และผู้ปกครอง จนโรงเรียนมีคำสั่งจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์เพื่อความปลอดภัย ล่าสุด นายอาร์ม สุวรรณรักษา หรือ “ทนายอาร์ม” ทนายความ เปิดเผยความคืบหน้าการประสานงานและพูดคุยกับนายปีเตอร์ กรณีโพสต์ภาพอาวุธปืนที่ถูกมองว่าเป็นการข่มขู่บุคลากรและนักเรียน
ทนายอาร์ม กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการประสานงานเกิดขึ้นหลังโรงเรียนประกาศจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ภายหลังอดีตครูชาวต่างชาติโพสต์ภาพเกี่ยวกับการยิงปืน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่สังคมมีความอ่อนไหวต่อประเด็นความรุนแรงในสถานศึกษา โดยในช่วงแรก ผู้อำนวยการโรงเรียนได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ตนมองว่าประเด็นดังกล่าวควรมีการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย
หลังจากที่ตนโพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีผู้ติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยระบุว่าเรื่องราวอาจมีรายละเอียดและข้อขัดแย้งมากกว่าที่ปรากฏในเบื้องต้น ตนจึงเปิดช่องทางให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุย กระทั่งนายปีเตอร์ได้ติดต่อเข้ามาด้วยตนเอง
จากการพูดคุยพบว่า มีประเด็นข้อขัดแย้งระหว่างนายปีเตอร์กับโรงเรียนเกี่ยวกับการเลิกจ้างและค่าแรง ซึ่งเป็นเรื่องส่วนบุคคล และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณห้องเรียน EP (English Program) ซึ่งนายปีเตอร์ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินที่เห็นว่าสูงผิดปกติ รวมถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ โดยประเด็นดังกล่าวเป็นข้อร้องเรียนและข้อสังเกตที่ควรนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทนายอาร์ม กล่าวว่า ตนได้เตือนนายปีเตอร์แล้วว่า การแสดงออกใด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเด็ก นักเรียน หรือบุคคลทั่วไป รวมถึงสร้างความหวาดกลัวให้กับสังคม เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยนายปีเตอร์ได้กล่าวขอโทษและส่งคลิปแสดงความเสียใจผ่านสื่อมวลชนแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการก่อเหตุรุนแรงหรือเหตุร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ยังมีลูกศิษย์และผู้ปกครองหลายรายที่ร่วมยืนยันว่า นายปีเตอร์ไม่ได้มีลักษณะนิสัยรุนแรง และต้องการให้สังคมพิจารณาข้อเท็จจริงจากหลายมุมควบคู่กัน
ส่วนประเด็นการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตหรือการบริหารงบประมาณนั้น ทนายอาร์มแนะนำให้นายปีเตอร์รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) โดยตนยินดีช่วยประสานและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ นายปีเตอร์สามารถเดินทางมายื่นเรื่องด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ตามขั้นตอน
สำหรับกรณีการแจ้งสถานะบุคคลเฝ้าระวังนั้น ทนายอาร์มระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีเงื่อนไขห้ามเดินทางเข้าประเทศ หากไม่มีการนำอาวุธหรืออุปกรณ์อันตรายเข้ามา ก็สามารถเดินทางกลับเข้ามาดำเนินการทางกฎหมายได้ตามปกติ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามกฎหมายและการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทนายอาร์ม กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหาความรุนแรงในสังคมส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการที่ผู้เดือดร้อนไม่ได้รับการรับฟัง สิ่งสำคัญคือการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและปัญหาของผู้เกี่ยวข้องโดยไม่รีบด่วนตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือชาวต่างชาติ เพื่อช่วยลดแรงกดดันและนำปัญหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้องต่อไป








