ดราม่าสิมิลันได้ข้อยุติ สบอ.5 ตรวจสอบพบ “วีระ ธีระภัทรานนท์” เดินทางเข้าสิมิลัน 2 ครั้ง ปี 2558 พักบ้านอุทยาน 1 คืน และปี 2565 เดย์ทริป หลังปิดรับค้างคืนตั้งแต่ปี 2561 จึงงดตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง
ภายหลังจากการวิจารณ์ที่พักในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันอย่างรุนแรงในที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยนายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการในโควตาของคณะรัฐมนตรี กระทั่งนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้สั่งให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเนื่องจาก อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้ปิดการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าพักตั้งแต่ปี 2561 มาแล้ว
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อ 10 สิงหาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้สั่งการให้ นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นายจรัล ด้วงแป้น ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.5 และ นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเปิดแถลงข้อมูลที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเปิดเผยข้อเท็จจริงการเข้าพักทั้งหมดอย่างเป็นทางการรวมทั้งการดำเนินการของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 หลังจากที่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 เปิดเผยว่าหลังจากที่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลักฐานที่เกี่ยวข้องสรุปได้ว่า นายวีระ ธีระภัทรานนท์ พร้อมคณะได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน 2 ครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อปี 2558 ได้เข้าพักในบ้านพักของอุทยาน 1 คืน ซึ่งบ้านพักมี 1 หลังแบ่งออกเป็น 5 ห้องเป็นแบบพัดลม มีการชำระค่าบริการเรียบร้อย
คราวต่อมาคือเมื่อปี 2565 เป็นการเข้ามาท่องเที่ยวกับคณะอีกครั้งแต่เป็นวันเดย์ทริปคือมาเที่ยวแล้วกลับออกไปเนื่องจากปิดรับนักท่องเที่ยวที้เข้ามาค้างคืนตั้งแต่ปี 61 แล้ว ส่วนข้อเท็จจริงเรื่องต้นมะพร้าวที่มีการตรวจสอบกันนั้น ทางกรมอุทยานได้ตรวจสอบกับภาพที่ปรากฏในส่วนของอุทยานเมื่อปี 2565 พบว่ามีลักษณะความสูงใกล้เคียงกันมาก
ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 ยืนยันว่าเมื่อได้ความปรากฏครบถ้วนแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นจึงงดการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามกรมอุทยาน และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 ได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกนายจากประเด็นที่ปรากฎทำให้ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจ อย่างไรก็ตามการปฏิบัติงานของทุกนายนับแต่ปี 61 ซึ่งได้ปิดพื้นที่ปรากฏว่าได้คืนความหนาแน่นของสัตว์ทะเลเช่นเต่าทะเลขนาดใหญ่หายากกลุ่มเต่าตนุ จำนวนมากได้คืนถิ่นขึ้นมาวางไข่ทำให้เกิดแหล่งอนุบาลเต่าขนาดเล็กขึ้น รวมทั้งปลาขนาดใหญ่ ฉลามหายากเข้ามาปรากฎตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด








