ประธานหอการค้าศรีสะเกษศึกษาดูงานเทศกาลเอดินเบิร์ก ประเทศสก็อตแลนด์ เรียนรู้ระบบบริหารจัดการพื้นที่และเศรษฐกิจเทศกาล ตั้งเป้านำแนวคิดมาปรับใช้กับสินทรัพย์ในจังหวัด สร้างประสบการณ์และรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
วันที่ 10 ส.ค.69 ดร.รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 6-10 สิงหาคม 2569 ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่เอดินเบิร์ก) ประเทศสก็อตแลนด์ ร่วมกับคณะ TCEB และผู้แทนจากจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น ซึ่งตนในนามผู้แทนจากจังหวัดศรีสะเกษ ได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับผู้จัดงานเทศกาล Edinburgh International Festival” ทำให้เห็นภาพโครงสร้างที่ซับซ้อนแต่มีประสิทธิภาพมาก ได้เรียนรู้ “Festival Economy” จากเมืองต้นแบบ Edinburgh ภาพใหญ่ของเมืองเทศกาล และระบบหลังบ้านที่ทำให้เมืองเคลื่อนได้ทั้งเมือง โดยเฉพาะการเดินทางมาในช่วงสิงหาคมเป็นบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมมาก รู้สึกชื่นชมผู้จัดงานที่สามารถรับมือกับคลื่นมนุษย์มหาศาลที่มาร่วมงานเทศกาลและการจัดแสดงโชว์นับพันๆ ชนิด “Edinburgh Festivals” เป็นเมืองที่ไม่ใช่แค่มีเทศกาลเดียวและที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ Edinburgh Festival Fringe เทศกาลศิลปะการแสดงแบบ Open Access (ใครอยากแสดงก็มา) ซึ่งปีๆ หนึ่งมีโชว์มากกว่า 4,700 โชว์ การแสดงเกือบ 50,000 รอบ จากศิลปินทั่วโลก ผู้แทนจาก Assembly ได้เล่าให้ฟังถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการ อาทิ สามารถเอา ตู้คอนเทนเนอร์มาเป็นโรงละครโดย ดัดแปลงเป็นเวทีขนาดเล็ก จุได้ราว 60 ที่นั่ง จัดเก้าอี้รูปตัว L ให้คนดูห้อมล้อมศิลปิน เหมาะมากกับเดี่ยวไมโครโฟนหรือละครเวทีฉากเดียว ทั้งประหยัดพื้นที่และทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุก แชร์อุปกรณ์เทคนิค แทนที่จะให้ศิลปิน 250 คณะแบกไฟหรือเครื่องเสียงมาเอง (ซึ่งมีปัญหาเรื่องการขนส่งและประกันภัย) Assembly จะเตรียมแพ็กเกจไฟ-เสียงมาตรฐานไว้ให้ และสั่งเช่าอุปกรณ์พิเศษล่วงหน้าปริมาณมาก (Bulk Sourcing) เพื่อให้ศิลปินมาหารค่าใช้จ่ายกัน ซึ่งช่วยเซฟต้นทุนให้ศิลปินได้มหาศาล
การบริหาร Slot เวลาแบบไมโคร คือทำเล็กๆ ย่อยๆ 1 เวที ถูกบริหารให้จัดแสดงได้ถึง 8–10 โชว์ต่อวัน (เริ่มตั้งแต่ 10 โมงเช้า ยันตี 2) โดยใช้ตารางเวลาแบบสลับมีเวลาให้เปลี่ยนฉาก เพียง 15-30 นาที ช่วยให้ถ่ายเทคนในเมืองได้ราบรื่น ไม่เกิดคอขวด เทศกาลก็ยั่งยืน ไม่ใช่จัดแค่เดือนเดียว แต่เขามีวิธีรักษาทีมงานและโครงสร้างพื้นฐานไว้ตลอดทั้งปี Storytelling: วัฒนธรรมการเล่าเรื่องก็เป็นเทศกาลได้ Scottish Storytelling Centre ซึ่งเป็นศูนย์กลางศิลปะการเล่าเรื่องแห่งชาติ เน้น Eye to eye, mind to mind, heart to heart: การเล่าเรื่องที่นี่ไม่ใช่การอ่านหนังสือให้ฟัง แต่คือการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน โรงละครจึงถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กและใกล้ชิด เพื่อให้คนเล่ากับคนฟังมองเห็นสายตากัน ที่นั่นสามารถสร้างอาชีพได้จริง : มีหลักสูตรฝึกหัดเล่าเรื่อง 2 ปี และมีระบบขึ้นทะเบียนศิลปิน เพื่อส่งตัวไปทำงานสร้างรายได้จริงตามโรงเรียน สถาบันการศึกษา หรือองค์กรธุรกิจ ฯลฯ
การมาดูงานครั้งนี้ทำให้เห็นว่า "เทศกาลที่ประสบความสำเร็จระดับโลก" เอาจริงๆมันก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณด้วยในการสร้างเวที สร้างพื้นที่ให้ประทับใจ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ"การออกแบบระบบหลังบ้าน" การบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างจุดขายที่ชัดเจน และ"ใจ"หรือ"ความอยาก" ของทีมปฎิบัติงาน และกว่าที่ Edinburgh จะประสบความสำเร็จเขาใช้เวลาเรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์ ชื่อเสียงมานาน เราจึงไม่ควรหวังความสำเร็จเพียงแค่ชั่วคราว แต่เอาความสำเร็จในช่วงสั้นๆที่ทำได้ไปสั่งสมทีมงานและชื่อเสียงต่อไป สำหรับ ประเทศไทย และเมืองต่างๆ รวมถึงจังหวัดศรีสะเกษ เป็นโจทย์ที่ท้าทาย ว่าเราจะหยิบเอาโครงสร้างหลังบ้านและการบริหารจัดการพื้นที่แบบนี้ มาประยุกต์ใช้กับสินทรัพย์ในบ้านเราอย่างไรให้กลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างจริงจัง สร้างรายได้ที่มากกว่าการท่องเที่ยว แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้มาเยือนและประชาชนในเมืองในเวลาเดียวกัน








