"สาวรัสเซีย" หนีตายนรกทุนเทา เผยเพื่อนชวนบินจากเมืองบ้านเกิดไปย่างกุ้งทำงานแลกเงินเดือนละแสน แต่กลับถูกบังคับเป็นโรแมนสแกม ใช้ความสวยสาวหลอกเหยื่อลงทุนคริปโต สบโอกาสถูกส่งไปท่าขี้เหล็กหนีผ่านช่องทางธรรมชาติมาฝั่งไทย
ความคืบหน้ากรณี หญิงสาวชาวรัสเซีย อายุ 19 ปี หนีตายข้ามแม่น้ำสาย จากฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา มายัง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในสภาพถูกทำร้ายร่างกายและได้รับการช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย และตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาแม่สาย พาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สาย เมื่อ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.เชียงราย ดูแล
ล่าสุด วันที่ 10 ส.ค.69 หญิงสาวชาวรัสเซีย ยังอยู่รักษาอาการฟกช้ำที่แขนและขา รวมทั้งฟื้นฟูสภาพจิตใจ เนื่องจากยังคงมีอาการตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ได้สอบถามผ่านล่ามเบื้องต้น หญิงสาวชาวรัสเซีย ได้ให้หนังสือเดินทางระหว่างประเทศของเธอระบุว่า เธอเกิดและเป็นชาวเมืองเชลยาบินสค์ ศูนย์กลางการปกครองของแคว้นเชเลียบินสค์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศรัสเซีย และสามารถเดินทางเข้าไปอยู่ในประเทศจีนได้นาน 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า
กระทั่งเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อนได้มีเพื่อนหญิงชาวรัสเซียชักชวนให้ไปทำงานที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา อ้างว่ามีค่าจ้างเป็นเงินเดือน 3,000 ดอลลาร์ หรือราว 100,000 บาท จึงได้เดินทางด้วยเครื่องบินไปลงที่เมืองย่างกุ้งเมืองหลวงเก่าของเมียนมาและพักที่นั่น
จากนั้นได้พบกับหัวหน้างานเป็นชาวจีนที่เป็นขบวนการหลอกลวง "โรแมนสแกม" ซึ่งได้ให้เธอใช้เสน่ห์จากความสวยและสาวหลอกลวงเหยื่อให้ไปลงทุนคริปโต แต่เธอไม่ยอมจึงถูกนายจ้างทำร้ายตบตี
หญิงสาวชาวรัสเซีย ยังบอกค่อนข้างสับสนผ่านล่ามแปลภาษา จนทำให้ไม่อาจทราบว่าก่อนถูกส่งตัวมาท่าขี้เหล็ก เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และได้หลบหนีเข้าประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติโดยมีทหารในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านที่พบเจอเธอพามาส่ง
แต่คาดว่าก่อนหน้านั้นเธอถูกส่งไปพักที่บ้านพักสูง 2 ชั้น ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำ เส้นทางที่จะไปยังบ้านพักต้องนั่งรถยนต์เก๋งสีขาวที่มีชาวเมียนมาขับขึ้นภูเขาใช้เวลาประมาณ 15 นาที และต้องเดินทางต่อไปอีก 25-30 นาที ภายในบ้านพักมีชายล้วนประมาณ 8 คน โดยเธอถูกพาไปนอนที่ห้องชั้นล่างซึ่งมีผู้คนกำลังเล่นการพนันกันอยู่ เมื่อสบโอกาสจึงหนีออกมา
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สอบปากคำหญิงสาวชาวรัสเซียรายนี้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากตั้งแต่พบตัวยังมีอาการตื่นตระหนกและได้รับบาดเจ็บจึงให้พักรักษาร่างกายและฟื้นฟูสภาพจิตใจก่อน จากนั้นจึงค่อยดำเนินการตามขั้นตอนของประเทศไทยคือสอบปากคำ ตรวจสอบหลักฐาน ภาพกล้องวงจรปิด ฯลฯ คัดกรองโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งตัวให้สถานเอกอัคราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำราชอาณาจักรไทยต่อไป
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตุว่าในพาสปอร์ตของหญิงสาวชาวรัสเซียระบุมีการเดินทางไปหลายประเทศในช่วง 1-2 ปีมานี้ เช่น จีน เกาหลีใต้ เมียนมา ฯลฯ ก่อนจะมาเป็นข่าวหลบหนีเข้าประเทศไทยโดยมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาด้วย








