ตม.หนองคายจับกุมหญิงวัย 35 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ขณะเตรียมเดินทางข้ามไป สปป.ลาว พบพัวพันเครือข่ายบัญชีม้า คดีฉ้อโกง นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เจ้าตัวอ้างถูกหลอกใช้บัญชีและถูกข่มขู่โดยกลุ่มทุนจีน
วันที่ 7 ส.ค.69 ที่ ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.หนองคาย มอบหมายให้ พ.ต.ท.ธียาณพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย, พ.ต.ท.อภิชาติ คลรา สว.ตม.จว.หนองคาย,ร.ต.อ.สุวิน มั่นคง รอง สวงตม.หนองคาย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้จับกุมตัว นางสาวเมธารดี (สนวนนามสกุล) อายุ 35 ปี หมู่ที่ 4 ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 3559/2569 ลง 26 มิ.ย. 69 ข้อหา “ฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้ถ้อยคำว่า เมื่อเดือน มี.ค.68 ตนได้จดทะเบียนบริษัทจำกัดรวมกับน้องชาย ตั้งอยู่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ทำกิจการเกี่ยวกับการรับติดตั้งอ่างอาบน้ำ ซึ่งนำเข้าสินค้ามาจากประเทศจีน ตนต้องการหาทุนในการขยายกิจการ จึงเข้าไปตั้งกระทู้ในแอพริเคชั่นเฟสบุ๊ค กลุ่ม “หาผู้ร่วมทุน+หาหุ้นส่วน+นายทุน+ต่อยอด+ไอเดียธุรกิจ+อิสรภาพจากการทำงานประจำ” ต่อมาช่วงเดือน ส.ค.2568 มีคนชื่อออย สัญชาติไทย ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ติดต่อเข้ามา บอกว่าเขาทำธุรกิจอยู่ที่ประเทศ สปป.ลาว สนใจลงทุนร่วมกันไหม เขามีนายทุนจีนให้การสนับสนุนเงินทุน ตนต้องการเงินทุนขยายกิจการจึงติดต่อคุยกันเรื่องธุรกิจ คนชื่อออยได้นัดพบกันที่ กทม.อ้างว่านายทุนจะให้เงินมาทำธรุกิจ ตนจึงเดินทางไปพบ จากนั้นคนชื่อออยแจ้งว่านายทุนจะโอนเงินมาให้โดยจะโอนผ่านบัญชี ธ.กสิกรไทย ของบริษัท ที่ตนบริหารอยู่ ตนเชื่อใจจึง ให้เลขบัญชีของบริษัทฯ กับคนชื่อออยไป ต่อมามีเงินโอนเข้าบัญชี 1,800,000 บาท จริง และเบิกให้ออยไป ซึ่งออยบอกว่าเดี๋ยวไป สปป.ลาว ด้วยกัน เพื่อไปพบนายทุนจีน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเงินทุนดังกล่าว เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 68 ตนได้เดินทางไป สปป.ลาว เพื่อพบกับออย เมื่อข้ามไปถึงด่านฝั่งลาว มีคนขับรถมารับตนไปพักที่โรงแรมในเวียงจันทน์ ต่อมามีคนจีนประมาณ 4-5 คน มาพบพูดคุยและขอบัญชีธนาคาร และโทรศัพท์มือถือของตนไป ซึ่งตอนแรกตนไม่ยินยอม จึงถูกข่มขู่ด้วยความกลัวตนจึงให้ไป
ต่อมาคนจีนมาแจ้งว่าบัญชีไม่สามารถใช้การได้ บังคับให้ตนติดต่อธนาคารเพื่อปลดล๊อคบัญชี ตนพยามโทรศัพท์ติดต่อญาติฝั่งไทยให้แจ้งธนาคารว่าตนถูกบังคับ ขู่เข็ญ อย่ายอมให้ทำธุระกรรมเกี่ยวกับบัญชีดังกล่าว ซึ่งตนทราบภายหลังว่ามีเงินโอนเข้ามาในบัญชีอีก 1 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มชาวจีนไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ เนื่องจากบัญชีถูกระงับ ตนได้ร้องให้โวยวายเสียงดัง จนในที่สุดตนถูกปล่อยตัวให้กลับประเทศไทย หลังจากกลับมาประเทศไทยแล้ว ตนได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ระยอง ไว้แล้ว และตนไม่ทราบว่ามีหมายจับแต่อย่างใด ต่อมาถูกจับกุมในที่สุด จนท.จึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.สน.ลาดพร้าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








