ตำรวจ สภ.ปลายบาง แยกสอบพ่อแม่เด็กวัย 14 ผู้ก่อเหตุกราดยิงโรงเรียนในนนทบุรี ขณะที่ญาติ “ครูขนุน” ผู้เสียชีวิต ยื่นรับศพพร้อมตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของผู้ปกครอง ปมปล่อยปืนถึงมือเด็ก จนเกิดโศกนาฏกรรมสะเทือนใจ
วันที่ 7 ส.ค.69 เวลา 16.30 น. ที่ สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวพ่อและแม่ของเด็กผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ปลายบาง ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในคดี โดยเจ้าหน้าที่ได้แยกสอบปากคำทั้งสองคนคนละห้อง
ระหว่างนั้น นางสาวชลธิชา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องญาติของ ว่าที่ร้อยตรีหญิงนันท์ชณัฐพร หรือ “ครูขนุน” ครูสอนวิชาภาษาไทย อายุ 31 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว และยังเป็นครูที่ปรึกษาของเด็กผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาพร้อมกับญาติซึ่งเป็นน้าของผู้้เสียชีวิตมายัง สภ.ปลายบาง เพื่อยื่นเอกสารทำเรื่อขอรับศพผู้เสียชีวิต
นางสาวชลธิชา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนทราบข่าวเหตุกราดยิงจากสื่อสังคมออนไลน์ จึงรีบโทรศัพท์สอบถามแม่ของครูขนุน เนื่องจากทราบว่าครูขนุนถูกยิง ก่อนจะรีบติดต่อไปยังลูกศิษย์ที่อยู่ในห้องเรียนของครูขนุน ซึ่งนักเรียนยืนยันกับตนว่า ครูขนุนเสียชีวิตแล้ว ทำให้ครอบครัวรู้สึกเสียใจอย่างมาก
ต่อมาจึงทราบว่า เด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุเป็นลูกศิษย์ของครูขนุนเอง เนื่องจากครูขนุนเป็นครูที่ปรึกษา คอยดูแลและให้คำแนะนำมาโดยตลอด แต่ครอบครัวไม่เคยทราบมาก่อนว่าเด็กมีรายละเอียดหรือประวัติเกี่ยวกับการเป็นเด็กพิเศษ
นางสาวชลธิชา ยังฝากคำถามถึงพ่อและแม่ของผู้ก่อเหตุว่า เลี้ยงลูกอย่างไร ทำไมถึงเก็บปืนไม่พ้นมือเด็ก แบบนี้เรียกว่าประมาทหรือไม่ ถึงทำให้คนบริสุทธิ์ต้องมาเสียชีวิตตั้งกี่คน อยากถามว่าทางพ่อและแม่เด็กจะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไง
ภายหลังให้สัมภาษณ์เสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวพ่อของผู้ก่อเหตุเดินเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว แต่พ่อผู้ก่อเหตุไม่ตอบคำถามใดๆ มีสีหน้าเคร่งเครียดขณะเดินเข้าไปสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งระหว่างเดินผ่านบริเวณที่ญาติของครูขนุนยืนอยู่ ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีการแสดงท่าทีหรือมีการเผชิญหน้ากันแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








