วันที่ 7 ส.ค. 69 ที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ถนนงามวงศ์วาน กทม. นายพรหมมาศหฤษฎ์ กฤตทยาวีร์ ประธานผู้จัดสร้างเทวาลัยพระมหากาลี (เทวาลัยทุ่งดอกกระเจียว) พร้อมด้วยจ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ และทนายเจส ณัฐปกรณ์ สุดชา เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการเข้ารื้อถอนเสาไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้าภายในพื้นที่เทวาลัยฯ โดยผู้เสียหายระบุว่าไม่ได้รับความยินยอม พร้อมขอให้ตรวจสอบกระบวนการรับคำร้องขอยกเลิกการใช้ไฟฟ้าและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ว่าถูกต้องตามระเบียบหรือไม่
จ่าคิงส์ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายเดินทางมาร้องเรียนต่อผู้ว่าการการไฟฟ้าภูมิภาค เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบกรณีที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ สาขาบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับรู้เห็นเกี่ยวกับการถอดถอนหม้อแปลงไฟฟ้าดังกล่าวอย่างไร
นายพรหมมาศหฤษฎ์ เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา มีรถคล้ายของการไฟฟ้าเข้าไปรื้อถอนหม้อแปลงโดยไม่มีหนังสือแจ้งจากการไฟฟ้าล่วงหน้า ต่อมาในวันที่ 23 เม.ย. ตนได้เข้าพบผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาบำเหน็จณรงค์ พร้อมนำเอกสารแสดงสิทธิครอบครองและกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามกฎหมายไปยื่นเพื่อขอคำชี้แจง รวมถึงขอคัดสำเนาเอกสารคำร้องขอยกเลิกการใช้ไฟฟ้ามาตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ร้องได้ตั้งข้อสังเกตในกระบวนการทำงานหลายประการ ได้แก่
ความสมบูรณ์ของเอกสารคำร้อง: กรณีที่มีผู้มายื่นคำร้องขอยกเลิกการใช้ไฟฟ้าของเทวาลัยฯ ผู้ร้องพบความผิดปกติในการกรอกรายละเอียด และความไม่สมบูรณ์ของหนังสือมอบอำนาจซึ่งไม่มีการปิดอากรแสตมป์ โดยในส่วนนี้ผู้ร้องระบุว่าได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจท้องที่แล้ว
ขั้นตอนการอนุมัติตามระเบียบ: กระบวนการรับเรื่องและอนุมัติยกเลิกการใช้ไฟฟ้า อาจไม่เป็นไปตามขั้นตอนปกติที่ระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดไว้
การใช้อุปกรณ์และเครื่องจักร: มีการตั้งข้อสังเกตถึงการนำรถยกจากภายนอกเข้ามารื้อถอนอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ ว่ามีกระบวนการอนุมัติหรือมีเอกสารทางราชการรองรับอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงมีพนักงาน กฟภ. เข้าไปมีส่วนร่วมหรือรับรู้ด้วยประการใด
ประธานผู้จัดสร้างเทวาลัยฯ กล่าวต่อว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทาง กฟภ. ช่วยตรวจสอบกระบวนการทำงานว่ามีความโปร่งใส หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูญหายของทรัพย์สินภายในเทวาลัยฯ หรือไม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า พร้อมกับขอให้พิจารณาตามระเบียบหากผลการตรวจสอบพบข้อบกพร่องของบุคคลใด
ด้านทนายเจส ณัฐปกรณ์ กล่าวเสริมว่า ต้องการให้ผู้ว่า กฟภ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีบุคคลภายนอกเข้าไปดำเนินการยกหม้อแปลงไฟฟ้าในพื้นที่เทวาลัยฯ ซึ่งส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากพบว่าเอกสารที่ยื่นไว้ไม่มีการลงรายละเอียดที่ชัดเจน ทางคณะจึงมีความจำเป็นต้องพาผู้ได้รับความเดือดร้อนมา Fร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานส่วนกลางในครั้งนี้
เบื้องต้น ตัวแทนของ กฟภ. ได้รับหนังสือดังกล่าวเพื่อเสนอต่อผู้ว่า กฟภ. พิจารณาสั่งการต่อไป โดยให้คำมั่นว่าจะรายงานผลการตรวจสอบให้ทางผู้ร้องทราบภายใน 7 วัน








