เดือดกลางวงประชุม! “สส.ปาร์ค” เปิดปม Data Center บ้านฉาง จี้เปิดข้อมูลรอบด้าน หวั่นชาวบ้านเห็นแค่ภาพฝัน ลั่นพัฒนาได้ แต่ต้องตอบให้ชัด “บ้านฉางได้อะไร-ต้องแลกอะไร”
วันที่ 5 ส.ค.69 นายวัชระพงศ์ ศิริรักษ์ หรือ “สส.ปาร์ค” สส.ระยอง เขต 5 ออกมาเปิดประเด็นร้อนกรณีโครงการก่อสร้าง Data Center ในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง หลังเข้าร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน อ.บ้านฉาง โดยมีนายอำเภอบ้านฉางเป็นประธาน พร้อมติดตามปัญหาข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ หลังได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายเดือน รวมถึงการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง จนสร้างความกังวลให้กับชุมชนโดยรอบ
ทั้งนี้ นายวัชระพงศ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ในที่ประชุมผู้แทนบริษัทผู้ดำเนินโครงการได้เข้าชี้แจงรายละเอียด พร้อมนำเสนอประโยชน์ของโครงการ ทั้งด้านการลงทุน การสร้างงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) โดยยืนยันว่า Data Center เป็นศูนย์ข้อมูล ไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ส.ส.ระยอง เขต 5 ระบุว่า การให้ข้อมูลกับประชาชนไม่ควรนำเสนอเพียงด้านบวก แต่ต้องเปิดเผยข้อมูลครบทุกมิติ ทั้งโอกาส ผลประโยชน์ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะเข้ามาอยู่ในพื้นที่บ้านฉางไปอีกหลายสิบปี ตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นการจ้างงาน หลังบริษัทระบุว่า จะเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่เข้าทำงาน แต่เมื่อสอบถามผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ว่ามีการกำหนดสัดส่วนการจ้างแรงงานไทยหรือคนในพื้นที่หรือไม่ กลับได้รับคำตอบว่าไม่ได้มีการกำหนดสัดส่วนดังกล่าว จึงเกิดคำถามว่า “คนบ้านฉาง” จะได้รับประโยชน์จากโครงการมากน้อยเพียงใด เพราะ Data Center ไม่ใช่กิจการที่ใช้แรงงานจำนวนมากเหมือนโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป โดยหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ อาจมีเพียงบุคลากรหลักสิบคนทำหน้าที่ดูแลระบบเท่านั้น การพูดถึงเรื่องการสร้างงานต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ขณะที่ในช่วงก่อสร้างซึ่งมีแรงงานจำนวนมากเข้ามาปฏิบัติงาน ก็ต้องตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน รวมถึงมาตรการด้านการจราจรและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
นายวัชระพงศ์ ยังระบุว่า Data Center ไม่ใช่เพียง “ห้องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่” แต่เป็นอาคารที่มีเซิร์ฟเวอร์จำนวนมหาศาล ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณสูง และอาจมีการใช้น้ำในระบบหล่อเย็น จึงต้องมีคำตอบที่ชัดเจนว่า ทรัพยากรของบ้านฉาง ทั้งระบบไฟฟ้าและน้ำ จะถูกใช้มากน้อยเพียงใด และประชาชนจะได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องแลกหรือไม่
นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลถึงผลกระทบระยะยาว โดยเฉพาะการจัดการอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ที่หมดอายุ ซึ่งอาจกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเรียกร้องให้มีแผนบริหารจัดการที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระของประชาชนในอนาคต ส่วนกรณีการก่อสร้างตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อร้องเรียนสำคัญของชาวบ้าน สส.ปาร์ค ระบุว่า บริษัทควรชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นอย่างโปร่งใส ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นต้องตรวจสอบว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขใบอนุญาตหรือไม่ หากพบการฝ่าฝืนต้องดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ประชาชนต้องการทราบ อาทิ การก่อสร้างเป็นไปตามแบบที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ มีการใช้พื้นที่รุกล้ำคลองหรือที่สาธารณะหรือไม่ รวมถึงหากมีการเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้างหรือขออนุญาตเพิ่มเติม ประชาชนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบได้อย่างไร
“การพัฒนาที่ดี ต้องทำให้ประชาชนรับรู้ทั้งด้านประโยชน์และผลกระทบ ต้องตอบคำถามที่ประชาชนกังวลได้ และต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เพราะหากโครงการนี้จะอยู่กับบ้านฉางไปอีกหลายสิบปี สิ่งที่ประชาชนควรได้รับ ไม่ใช่เพียงคำสัญญาว่าจะได้อะไร แต่ต้องรู้ด้วยว่าบ้านฉางต้องแลกอะไร และการแลกครั้งนี้คุ้มค่ากับคนในพื้นที่จริงหรือไม่” นายวัชระพงศ์ ระบุ
ทั้งนี้ นายวัชระพงศ์ ยังรายงานความคืบหน้าการผลักดันแก้ไขปัญหาประชาชนที่ไม่สามารถขอใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ดินของรัฐ โดยอ้างอิงหนังสือจากกรมธนารักษ์ถึงสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) พร้อมเดินหน้าผลักดันให้จังหวัดระยองเป็น 1 ใน 10 จังหวัดนำร่อง แก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการไฟฟ้าและประปาในพื้นที่ดินของรัฐต่อไป








