ชาวบ้านสำนักท้อน กว่า 200 ครัวเรือน เตรียมได้ใช้ไฟฟ้าหลังไร้ไฟมานานกว่า 10 ปี ป.ป.ช.จังหวัดระยองเรียกทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหา พร้อมกำหนดให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคติดตั้งระบบไฟฟ้าและมิเตอร์ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 ด้าน “มาร์ค พิตบูล” จี้หากล่าช้าพร้อมยื่นตรวจสอบถึงส่วนกลาง
วันที่ 4 ส.ค.69 ที่ห้องประชุมอำเภอบ้านฉาง จ.ระยอง นายกิจติพงค์ ขลิบแย้ม ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดระยอง เป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีประชาชนในพื้นที่ ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง กว่า 200 หลังคาเรือน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้มานานกว่า 10 ปี โดยมีนายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง ผู้แทนสำนักงานที่ดิน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยนายณัชพล สุวัฒนะ หรือ "มาร์ค พิตบูล" หัวหน้าพรรคศรัทธา และตัวแทนชาวบ้าน
ในการประชุม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงถึงสาเหตุความล่าช้า โดยระบุว่าพื้นที่บางส่วนติดเงื่อนไขเกี่ยวกับพื้นที่ป่าไม้และที่ราชพัสดุ ทำให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องใช้เอกสารสิทธิและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายก่อนติดตั้งระบบไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีการประชุมและลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างหลายหน่วยงานหลายครั้ง แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ส่งผลให้ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก
ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อหลายหน่วยงานแต่เรื่องไม่คืบหน้า จึงร้องขอให้นายณัชพล สุวัฒนะ หรือ "มาร์ค พิตบูล" เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นเรื่องต่อสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดระยอง ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อเป็นเวลานาน ท่ามกลางความดีใจของชาวบ้านที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งต่างแสดงความหวังว่าจะมีไฟฟ้าใช้เสียที
นายณัชพล กล่าวว่า ผลการประชุมครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม เพราะประธาน ป.ป.ช.จังหวัดระยอง ได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการและให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยืนยันกรอบเวลาชัดเจนว่าจะติดตั้งระบบไฟฟ้าและมิเตอร์ให้ประชาชนแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
พร้อมกันนี้ นายณัชพล ยังย้ำว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการตามกรอบเวลาที่รับปากไว้ จะรวบรวมพยานหลักฐานยื่นเรื่องต่อสำนักงาน ป.ป.ช.ส่วนกลาง สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลปกครอง เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเข้าข่ายละเลยต่อหน้าที่ จนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี








