วัดสุวรรณราชหงษ์ ตำบลองครักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เดินหน้าปลุกตำนานเรือยาวชื่อดัง “ศรสุวรรณ” อดีตแชมป์ถ้วยพระราชทาน 5 ถ้วย และอดีตแชมป์แห่งประเทศไทย ให้กลับมาผงาดในสนามแข่งขันอีกครั้งในนามจังหวัดอ่างทอง โดยเปิดรับสมัครฝีพายชาวอ่างทองและคนในชุมชนร่วมเป็นกำลังสำคัญ เพื่อสานฝันและฟื้นความยิ่งใหญ่ของเรือแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังหยุดแข่งขันมานานเกือบ 20 ปี
วัดสุวรรณราชหงษ์ นอกจากจะเป็นสถานที่จอดพักเรือยาวจากหลายภูมิภาคเพื่อรอการแข่งขันแล้ว ยังเคยได้รับการขนานนามว่าเป็น “โรงพยาบาลเรือ” สำหรับซ่อมบำรุงเรือยาวที่ชำรุดจากทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็นบ้านของ “เรือศรสุวรรณ” ตำนานเรือยาวที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดอ่างทองด้วยผลงานคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานถึง 5 ถ้วย และเคยครองตำแหน่งแชมป์ประเทศไทย
พระอธิการสมศักดิ์ สุวรรณโณ (ทองสร้อย) ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอโพธิ์ทอง เจ้าอาวาสวัดสุวรรณราชหงษ์ หรือ “หมอเรือ” เปิดเผยว่า ทางวัดได้ประชุมร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อหารือแนวทางฟื้นฟูเรือศรสุวรรณกลับสู่สนามแข่งขัน โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้เวลาพิจารณาความพร้อมร่วมกัน 3 วัน ซึ่งจะสรุปผลในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ว่าจะสามารถส่งเรือลงแข่งขันได้หรือไม่
ปัจจุบัน เรือศรสุวรรณมีความพร้อมสำหรับการแข่งขัน แต่ยังขาดฝีพายประจำ เนื่องจากเรือยาวใหญ่ต้องใช้ฝีพายประมาณ 55 คน ขณะนี้มีผู้สนใจจากชุมชนตอบรับแล้วราว 30 คน แต่ยังต้องการฝีพายเพิ่มอีกประมาณ 30–40 คน จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีใจรักกีฬาเรือยาว โดยเฉพาะชาวอ่างทอง เข้าร่วมเป็นสมาชิกทีม สามารถติดต่อได้ที่วัดสุวรรณราชหงษ์ หรือ “ผู้ใหญ่ทรัค” เทพพิทักษ์ อ่ำคิด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลองครักษ์
เจ้าอาวาสวัดสุวรรณราชหงษ์ ย้ำว่า ต้องการให้ทีมเรือประกอบด้วยคนในชุมชนและคนอ่างทองเป็นหลัก เพื่อสร้างความสามัคคีและร่วมกันสานฝันให้เรือศรสุวรรณกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พร้อมประกาศว่า หากเรือศรสุวรรณลงแข่งขันและได้รับเงินรางวัลประเภทใดก็ตาม ทางวัดจะมอบเงินรางวัลทั้งหมดให้กับทีมงานและฝีพาย โดยไม่หักไว้เป็นของวัด ขอเพียงได้เห็นเรือตำนานของจังหวัดอ่างทองกลับมาสร้างชื่อเสียงอีกครั้ง
ด้าน “ผู้ใหญ่ทรัค” กล่าวว่า ยังมีความหวังว่าชาวอ่างทองจะตอบรับเข้าร่วมเป็นฝีพายเพิ่มเติม เพราะขณะนี้ตัวเรือมีความพร้อมทุกด้าน เหลือเพียงการรวบรวมฝีพายให้ครบตามจำนวนที่กำหนด เพื่อให้ “เรือศรสุวรรณ” ได้กลับมาผงาดเป็นเจ้าสายน้ำ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวอ่างทองอีกครั้ง








