ชลประทานยกระดับรับมือน้ำหลาก! ‘รองฯ เดช’ ลงพื้นที่พิษณุโลก สั่งแผนรับมือน้ำยม-น่าน 24 ชั่วโมง ลดเสี่ยงน้ำท่วมชุมชน
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อติดตามความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนพื้นที่ลุ่มน้ำยม-ลุ่มน้ำน่าน สำนักงานชลประทานที่ 3 และ 4
เวลา 09.00 น. รองอธิบดี ฯ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานชลประทานที่ 3 โดยมี นายสมจิตฐิพงศ์ อำนาจศาล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 นายชลเทพ ทาตรี รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายบุญธรรม ปานเปี่ยมโภช รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 พร้อมผู้อำนวยการส่วน ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ และรายงานแผนการบริหารจัดการน้ำ การคาดการณ์ การกำหนดจุดเสี่ยง จุดเฝ้าระวังที่จะเกิดอุทกภัยในพื้นที่โครงข่ายระบายน้ำแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน และควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน ให้การเตรียมความพร้อมรับมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนในเขตพื้นที่รับผิดชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
จากนั้นช่วงบ่าย คณะลงพื้นที่ตรวจติดตามจุดสำคัญด้านการบริหารจัดการน้ำ ณ ประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้ติดตามการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบบ Hydro Flow เตรียมพร้อมเร่งระบายน้ำ รับมือน้ำหลากที่จะมาถึง ทั้งตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทาน เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และแนวทางการระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่ทุ่งรับน้ำบางระกำโมเดลให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด
ในการนี้ รองอธิบดี ฯ ได้สั่งการให้ สำนักงานชลประทานที่ 3 และ 4 เตรียมความพร้อมรองรับมวลน้ำจากแม่น้ำยม ซึ่งจะไหลลงจากจังหวัดแพร่ สุโขทัยเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ และทุ่งรับน้ำ โครงการบางระกำโมเดล จังหวัดพิษณุโลก เพื่อชะลอน้ำลดผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชน ให้เป็นไปตามแผนรับมือฤดูฝนปี 2569 โดยให้มีการบูรณาการร่วมกันของสำนักงานชลประทานที่ 3 และ 4 ในการติดตามสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ในลุ่มน้ำยม - ลุ่มน้ำน่าน รวมถึงการเตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ และระบบติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับปริมาณน้ำจากแม่น้ำยมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ พร้อมบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดความเสี่ยงอุทกภัย ควบคู่กับการกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้งต่อไป
ภูมิภาค13








