ความคืบหน้ากรณีหนุ่มหัวร้อนโต้เถียงกับ “จ่าจักร จราจรไทรน้อย” หลังถูกเจ้าหน้าที่ล็อกล้อรถยนต์ที่จอดบริเวณป้ายรถเมล์และเส้นขาว-แดง ก่อนมีการด่าทอ ผลักอก และท้าทายให้ถอดเครื่องแบบมาชกต่อย ล่าสุดเจ้าตัวเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 5 ข้อหา ขณะที่ตำรวจยืนยันดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.ไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผู้กำกับการ สภ.ไทรน้อย พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภัคพงศ์ พลมีศักดิ์ สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.ไทรน้อย ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าคดี หลัง จ.ส.ต.บรรณภพ สังข์ไพโรจน์ หรือ “จ่าจักร จราจรไทรน้อย” ถูกคู่กรณีโต้เถียงขณะปฏิบัติหน้าที่ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 08.50 น. จ.ส.ต.บรรณภพ ปฏิบัติหน้าที่เวร 60 จราจร พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 7 ที่นั่ง ทะเบียน 5 ขฒ 8790 กรุงเทพมหานคร จอดบริเวณป้ายรถเมล์และเส้นขาว-แดง ซึ่งเป็นพื้นที่ห้ามจอด จึงเข้าไปดำเนินการตามกฎหมาย โดยใช้เครื่องบังคับล้อและออกใบสั่ง
ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ นายสมบัติ รุ่งโรจน์ เจ้าของรถ เริ่มมีปากเสียง ตะโกนด่าทอ ดึงใบอนุญาตขับขี่ออกจากมือเจ้าหน้าที่ ผลักอก และพูดท้าทายให้ถอดเครื่องแบบมาชกต่อย โดยมีประชาชนบริเวณดังกล่าวเข้าห้ามปราม จากนั้นนายสมบัติได้ถอดเครื่องบังคับล้อออก ทั้งที่ลูกกุญแจยังเสียบอยู่ ก่อนขว้างเครื่องบังคับล้อและกุญแจรถของ จ.ส.ต.บรรณภพ ทิ้ง แล้วขับรถออกจากจุดเกิดเหตุโดยไม่รับใบสั่ง ต่อมาอีกประมาณ 30 นาที นายสมบัติได้ย้อนกลับมาพร้อมชายอีก 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหาเรื่องเจ้าหน้าที่อีกครั้ง แต่มีประชาชนเข้าห้ามปราม ก่อนทั้งสองจะหลบหนีออกจากพื้นที่
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. นายสมบัติได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 5 ข้อหา ได้แก่
ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ได้แก่ เครื่องบังคับล้อและกุญแจรถ ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน
จากการสอบสวน นายสมบัติ ให้การว่า ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ก่อนพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามขั้นตอนและส่งฟ้องต่อศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม
พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะ จ.ส.ต.บรรณภพ ที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ แม้ถูกยั่วยุ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินคดีครั้งนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานและข้อกฎหมาย ไม่มีการช่วยเหลือหรือเลือกปฏิบัติ
ด้าน จ.ส.ต.บรรณภพ หรือ “จ่าจักร” กล่าวว่า หลังผู้ต้องหาเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ได้พูดคุยกันเพียงเล็กน้อย พร้อมแนะนำให้ไปต่อสู้และชี้แจงข้อเท็จจริงในชั้นศาล รวมถึงฝากประชาชนเคารพกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน








